posttoday

“ดร.ณัฏฐ์”ค้านจำลองเลือกตั้งถอดรหัสบาร์โค้ด ไม่มีผลทางกฎหมาย

03 มีนาคม 2569

“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ตอกกลับ ปธ.กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา ปมจัดจำลองเลือกตั้งถอดรหัสบาร์โค้ด ชี้เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ไร้ผลทางกฎหมาย และส่อเจตนาฟอกขาวกลุ่มสูญเสียอำนาจ

KEY

POINTS

  • ดร.ณัฏฐ์ ชี้ว่าการจำลองเลือกตั้งของคณะกรรมาธิการฯ เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ก้าวก่ายอำนาจของ กกต. และอาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
  • ผลการจำลองถอดรหัสบาร์โค้ดเป็นเพียงทฤษฎีคาดคะเนที่ขาดความน่าเชื่อถือทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาล และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ
  • มองว่ากิจกรรมดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมืองเพื่อสร้างความสับสนในสังคมและลดความน่าเชื่อถือของ กกต. มากกว่าการตรวจสอบตามหน้าที่อย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน เปิดเผยว่า กรณีที่ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา จัดกิจกรรมจำลองการเลือกตั้งเพื่อทดสอบความลับของบัตรที่มีบาร์โค้ด โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 เนื่องจากหน้าที่ของ กมธ. คือการตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ไม่ใช่การก้าวก่ายอำนาจขององค์กรอิสระอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีอำนาจเต็มตามมาตรา 224 ในการจัดการและควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม

 

ดร.ณัฏฐ์ ย้ำว่ากลไกการตรวจสอบความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้งถูกกำหนดไว้ให้เป็นอำนาจขององค์กรตุลาการหรือศาลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น การที่ กมธ. นำพื้นที่รัฐสภามาจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ จึงถือเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจและอาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 172 เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับให้ กมธ. มีอำนาจวินิจฉัยหรือพิพากษาองค์กรอื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้

 

ในมิติทางกฎหมาย ดร.ณัฏฐ์ มองว่าการจำลองเหตุการณ์เพื่อถอดรหัสบาร์โค้ดเป็นเพียง "ทฤษฎีคาดคะเน" ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้จริง เพราะผู้จัดไม่สามารถเข้าถึงต้นขั้วบัตรเลือกตั้งหรือบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัวจริงได้ ข้อมูลที่ได้จึงขาดความเป็นนิติวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถนำไปใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลเพื่อล้มล้างผลการเลือกตั้ง หรือยืนยันว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับได้ตามที่กล่าวอ้าง

 

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงพฤติการณ์ของนายนรเศรษฐ์ว่ามีความฝักใฝ่ทางการเมืองและขาดความเป็นกลางหรือไม่ โดยเปรียบเทียบกิจกรรมครั้งนี้ว่าเป็นเพียง "ละครลิง" หรือตลกบริโภคที่มุ่งหวังใช้กลไกวุฒิสภาเป็นเครื่องมือฟอกขาวให้แก่กลุ่มบุคคลที่ถูก กกต. ดำเนินคดีอาญา รวมถึงเป็นการสร้างตัวตนผ่านสื่อเพื่อปั่นป่วนสังคมให้เกิดความสับสน โดยไม่มีพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่เป็นความลับจริง

 

สำหรับการเชิญทูตต่างประเทศและนักวิชาการมาร่วมสังเกตการณ์ ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่าเป็นเพียงกลวิธี "ชักศึกเข้าบ้าน" เพื่อประจานประเทศและหาพวกพ้องในทางเมืองเท่านั้น ซึ่งในความเป็นจริง การใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งถือเป็นมาตรฐานสากลที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ใช้เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรและบริหารจัดการความปลอดภัย

 

ดร.ณัฏฐ์ ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ และไม่สามารถทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ พร้อมเตือนให้ กมธ. ทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเองให้เหมาะสมกับภาษีประชาชน และระมัดระวังการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้

ข่าวล่าสุด

“ดร.ณัฏฐ์”ค้านจำลองเลือกตั้งถอดรหัสบาร์โค้ด ไม่มีผลทางกฎหมาย