วราวุธจ่อคุมพลังงาน สะพัดครูใหญ่เคาะเองสยบเกาเหลา สุชาติกุมบังเหียนทส.
จับตาโผครม.ล่าสุดวราวุธเต็งหนึ่งนั่งรมว.พลังงานหลังครูใหญ่ร่วมหารือ แกนนำชี้ขาดเป็นผู้เหมาะสมขณะที่สุชาติยังเหนียวแน่นเตรียมสานงานต่อที่เดิม
KEY
POINTS
- นายวราวุธ ศิลปอาชา มีแนวโน้มสูงที่จะเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่สร้างความประหลาดใจ
- การแต่งตั้งครั้งนี้มีรายงานว่าเป็นการตัดสินใจของ "ครูใหญ่" เพื่อลดความขัดแย้งและประสานประโยชน์ภายในกลุ่มการเมือง
- นายสุชาติ ชมกลิ่น ถูกวางตัวให้เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แทน
กระแสความเคลื่อนไหวในการจัดสรรตำแหน่งคณะรัฐมนตรีอนุทิน2 กลับมาคุกรุ่นอีก เมื่อปรากฏชื่อของ นายวราวุธ ศิลปอาชา หรือ "ท็อป" ขยับขึ้นมาเป็นตัวเต็งในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งถือเป็นกระทรวงเศรษฐกิจเกรดเอที่สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าตำแหน่งดังกล่าวจะเป็นโควตาของบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่ล่าสุดกลับกลายเป็นชื่อแกนนำทางการเมืองที่เตรียมเข้ามาบริหารจัดการแทน
รายงานข่าวระบุว่า เบื้องหลังการตัดสินใจผลักดันนายวราวุธในครั้งนี้ อยู่เบื้องหลังคนสำคัญคือ"ครูใหญ่" แห่งพรรคภูมิใจไทย และก่อนหน้านี้ได้มีการร่วมหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่ง จนเป็นที่เข้าใจตรงกัน เมื่อไม่มีผู้ใดขัดข้องจึงสรุปจบที่ชื่อของนายวราวุธ เพื่อให้เข้ามาบริหารจัดการนโยบายพลังงานของประเทศให้สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลปัจจุบัน
ขณะที่เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งเดิมเคยมีชื่อนายวราวุธถูกวางตัวไว้เพื่อสานต่อภาพลักษณ์ "ทส. ยกกำลังเอ็กซ์" และโครงการ "ชิงเก็บ ลดเผา"ล่าสุดพบว่ามีกระแสข่าวเทน้ำหนักไปที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น สส.ชลบุรี ซึ่งเตรียมจะเข้ามารับหน้าที่ต่อเพื่อขับเคลื่อนนโยบายจากรัฐบาลอนุทิน 1 โดยมุ่งเน้นการจัดการปัญหาหมอกควันอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด "คนอยู่ร่วมกับป่า" และการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อประชาชนในวงกว้าง
สำหรับการทำงานของนายสุชาติในกระทรวงทรัพยากรฯ นั้น จะให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นหลัก โดยเตรียมเร่งรัดนโยบาย Fast Track ภายใน 4 เดือน เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยเร็วที่สุดตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้
การที่นายวราวุธได้รับความไว้วางใจให้คุมกระทรวงพลังงานนั้น ถูกมองว่าเป็นความพยายามในการประสานประโยชน์ระหว่างกลุ่มการเมือง เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างราบรื่นและลดแรงเสียดทาน ระหว่างขั้วอำนาจที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดสรรโควตาเดิมที่ไม่ลงตัว
.
บทสรุปของโผ ครม. ชุดนี้จึงเป็นการจัดวางตัวบุคคลที่เน้นความลงตัวทางการเมืองมากกว่าความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพียงอย่างเดียว ซึ่งหลังจากนี้ต้องจับตาดูว่า เมื่อมีการประกาศรายชื่ออย่างเป็นทางการ นโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมจะสามารถบูรณาการร่วมกันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้ตามที่แต่ละฝ่ายประกาศไว้หรือไม่ ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์ของภาคธุรกิจและประชาชนที่รอคอยความชัดเจน


