
ฮุนมาเนต มาเอง สอบสววนทหารไทย
...วาสนา นาน่วม
แม้ทหารกัมพูชาได้ปล่อยตัว พลทหารสงกรานต์ ทองชมพู ซึ่งถูกจับกุมไประหว่างการปะทะวันที่ 6 ก.พ. เมื่อวันอังคาร ที่พนมเปญ แต่กองทัพบกก็ยังหวั่นใจเนื่องจากมีรายงานข่าวว่าทางกัมพูชาให้พลทหารสงกรานต์ทำหนังสือยอมรับผิด พร้อมลงชื่อ
พลทหารสงกรานต์ได้ถูกนำตัวมาที่กองกำลังสุรนารีส่วนหน้า ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งผู้บังคับบัญชาสอบถามรายละเอียดว่าในระหว่างถูกจับกุมตัวทหารกัมพูชาได้กระทำอย่างไรบ้าง
พลทหารสงกรานต์ รายงานว่า กัมพูชาดูแลอย่างดี แต่บอกว่าถ้าอยากจะกลับบ้านจะต้องเซ็นชื่อในจดหมายฉบับหนึ่ง
“
สงกรานต์เขาบอกว่าเป็นจดหมายที่ขอให้สมเด็จฮุนเซนช่วยเหลือให้เขาได้กลับบ้าน เพราะทหารเขมรบอกว่าถ้าอยากจะกลับบ้านต้องเขียนจดหมายทำหนังสือถึงสมเด็จฮุนเซนให้ช่วย แต่ไม่รู้ว่ามีข้อความที่ให้พลทหารสงกรานต์ สารภาพยอมรับว่าเขาในนามทหารของกองทัพบกไทยได้บุกเข้าโจมตีและรุกล้ำดินแดนเขมรหรือไม่ ก็ต้องรอดู” แหล่งข่าวระบุพลทหารสงกรานต์ยังเล่าให้ผู้บังคับบัญชาของเขารับทราบด้วยว่า พล.ท.ฮุนมาเนต รอง ผบ.ทบ. ลูกชายฮุนเซน มาสอบสวนเขาด้วยตนเอง
ทั้งนี้ กัมพูชาได้ทำพิธีปล่อยตัวพลทหารสงกรานต์เมื่อวันอังคารที่พนมเปญ โดยเชิญตัวแทนทูตทหารต่างประเทศเข้าร่วมพิธีด้วย หลังจากที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เจรจากับ พล.อ.เตียบัณห์ รมว.กลาโหมกัมพูชา ขอให้ปล่อยตัว
โดยระหว่าง พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจทหารกองกำลังสุรนารี ที่ อ.กันทรลักษ์ ได้พบพลทหาร สงกรานต์ด้วย และได้เรียกพลทหารสงกรานต์เข้าไปพูดคุย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับพลทหารสงกรานต์ว่า เขมรทำอะไรหรือไม่ แล้วเราไปสารภาพอะไรหรือเปล่า โดยพลทหารสงกรานต์ยิ้มพร้อมกับกล่าวตอบว่า
“เปล่าครับ”ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์พลทหารสงกรานต์ แต่ทหารได้กันตัวไว้ ซึ่งพลทหารสงกรานต์ตอบเพียงว่า
“ผมจะกลับมาทำหน้าที่ และจะออกสนามอีกครั้งครับ”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เชื่อว่าพลทหารสงกรานต์คงไม่ได้สารภาพอะไรที่จะเป็นผลเสียต่อกองทัพ เพราะเราไม่ได้มีคำสั่งไปรุกรานกัมพูชา
ขณะที่ ร.ต.ธนพล ศุขประเสริฐ ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก ร้อย 2312 จาก จ.นครราชสีมา ซึ่งประจำการที่
“สัตตโสม” ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปราสาทพระวิหาร เล่าเหตุการณ์ว่า การปะทะครั้งนี้ทหารเขมรยิงทั้งจรวดและปืน ค. เข้ามา “เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงอัดอย่างแรง ทำให้เจ็บอกอย่างมาก ซึ่งทหารเขมรต้องการจะยึดสัตตโสมนี้ให้ได้”ร.ต.ธนพล กล่าวว่า แม้สะเก็ดระเบิดจะเจาะเข้าที่แก้มขวาและมือนิ้วกลางของเขา แต่ก็ยังต้องทำหน้าที่ ผบ.หมวดต่อไป ไม่ทิ้งลูกน้อง เพราะเขาต้องรักษาดินแดนไว้ให้ได้
ขณะที่ จ.ส.อ.ไพศาล เชิดชู วัย 48 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด สังกัดหน่วยทหารปืนใหญ่ที่เพิ่งออกมาจากภูมะเขือ กล่าวว่า แม้ในชีวิตทหารจะเคยผ่านสมรภูมิที่ช่องบก มาแล้ว แต่ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในชีวิต เพราะมีการระดมยิงจรวดและปืนใหญ่กันหลายร้อยลูก ทั้งแรงอัด เสียงดัง และกลิ่นควันที่หายใจแทบไม่ออก แต่เมื่อเขายิงมามาก ทหารไทยก็ตอบโต้ไปเยอะเหมือนกันอย่างสมน้ำสมเนื้อ
เขากล่าวว่า สิ่งที่เป็นกำลังใจคือเหรียญหลวงปู่เจียม จ.อุบลราชธานี ซึ่งเขาห้อยคออยู่ตลอดเวลา และเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เขาปลอดภัย







