มติวุฒิสภา 144เสียงเคาะ จิรุตม์ วิศาลจิตร นั่ง กกต.คนใหม่
สภาสูงไฟเขียวอดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบกผงาดนั่งเก้าอี้กรรมการการเลือกตั้งคนใหม่ด้วยมติเอกฉันท์ 144 เสียง ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบประวัติผู้เสนอชื่อดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอื่นต่อเนื่อง
KEY
POINTS
- มติ สว. เสียงข้างมาก: ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบให้ นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ดำรงตำแหน่ง กกต. ด้วยคะแนน 144 เสียง ขณะที่ นายมณฑล สุดประเสริฐ ไม่ได้รับความเห็นชอบ โดยได้คะแนนเพียง 9 เสียง
- โปรไฟล์ผู้ได้รับเลือก: นายจิรุตม์ อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก มีประสบการณ์บริหารงานระดับสูงในกระทรวงคมนาคมมาอย่างยาวนาน โดยผ่านการร่วมงานกับรัฐมนตรีหลายสมัยจนถึงปี 2568
- เดินหน้าคัดกรององค์กรอิสระ: สภาสูงสั่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญฯ เพื่อตรวจสอบประวัติและจริยธรรมผู้เสนอชื่อดำรงตำแหน่ง คตง. และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน รายใหม่ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในลำดับถัดไป
การประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นจุดสนใจทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อวาระสำคัญคือการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แทนตำแหน่งที่ว่างลง 2 ตำแหน่ง ผลปรากฏว่า "คอนเนกชัน" และ "โปรไฟล์" ของผู้สมัครกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
มติเอกฉันท์ "จิรุตม์" นั่งเก้าอี้ กกต. คนใหม่
ที่ประชุมวุฒิสภาภายใต้การนำของ นายมงคล สุรัจสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ใช้วิธีการลงคะแนนลับตามระเบียบข้อบังคับ ผลการลงคะแนนพบว่า นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้รับความไว้วางใจอย่างท่วมท้นด้วยมติ เห็นชอบ 144 เสียง ไม่เห็นชอบเพียง 1 เสียง และงดออกเสียง 26 เสียง
เส้นทางของนายจิรุตม์ถือว่าโดดเด่นในสายงานคมนาคม โดยเคยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงคมนาคมในปี 2562 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมการขนส่งทางบกยาวนานตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมถึง 2 ราย คือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สะท้อนถึงความสามารถในการประสานงานและการยอมรับจากฝ่ายการเมืองทุกขั้ว
"มณฑล" สอบตก มติสภาสูงไม่ไว้วางใจ
ในทางตรงกันข้าม นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กลับไม่สามารถฝ่าด่านหินของวุฒิสภาไปได้ โดยได้รับคะแนน เห็นชอบเพียง 9 เสียง ขณะที่มีผู้ไม่เห็นชอบสูงถึง 102 เสียง และงดออกเสียง 57 เสียง แม้ว่านายมณฑลจะมีประสบการณ์ในตำแหน่งอธิบดีถึง 2 กรม ทั้งกรมโยธาฯ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงเคยทำงานใกล้ชิดกับพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่คะแนนที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าเสียงส่วนใหญ่ในสภาสูงยังมีความกังวลในบางประเด็น
ยกระดับการตรวจสอบ "คตง. - ผู้ตรวจการแผ่นดิน"
นอกจากการพิจารณาตัวบุคคลใน กกต. แล้ว วุฒิสภายังขยับฟันเฟืองตรวจสอบองค์กรอิสระอื่น ๆ ต่อเนื่อง โดยมีการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และจริยธรรมของบุคคลที่ถูกเสนอชื่อใน 2 ตำแหน่งสำคัญ คือ:
- นายยุทธนา สาโยชนกร รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (เสนอชื่อเป็นคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ คตง.)
- นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี (เสนอชื่อเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน)
มติที่ออกมาในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า วุฒิสภาชุดนี้ยังคงรักษาความเป็นปึกแผ่นในแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ โดยเน้นผู้ที่มีประวัติการทำงานที่ไร้รอยต่อและได้รับการยอมรับในวงกว้าง การที่นายจิรุตม์ได้รับเลือกด้วยคะแนนท่วมท้น ย่อมหมายถึงความคาดหวังในการเข้ามาจัดการเลือกตั้งครั้งต่อ ๆ ไปให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและโปร่งใส


