‘ธรรมนัส’ไม่รีบดีลร่วมรัฐบาล ขอโฟกัสบัตรเลือกตั้ง ปัดบินยุโรปพักใจ
ร.อ.ธรรมนัส ปฏิเสธข่าวแบ่งโควตากระทรวง ย้ำพรรคกล้าธรรมยังไม่ดีลร่วมรัฐบาล ชี้ควรสนใจแก้ปัญหาบัตรเลือกตั้งมากกว่า แย้มพร้อมเป็นได้ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน
KEY
POINTS
- ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันยังไม่รีบเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่าเร็วเกินไปเนื่องจากจำนวน สส. บัญชีรายชื่อยังไม่นิ่ง
- เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสื่อมวลชนหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาบัตรเลือกตั้งที่ผิดปกติก่อนเรื่องการจับขั้วรัฐบาล
- ชี้แจงการเดินทางไปยุโรปเป็นแผนพักผ่อนกับครอบครัวที่วางไว้ล่วงหน้า 1 ปี ไม่ใช่การเดินทางไป "พักใจ" จากสถานการณ์การเมือง
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงทิศทางการเมืองหลังเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลหรือการแบ่งโควตากระทรวงตามที่มีกระแสข่าว
ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าภาพการพูดคุยกันระหว่าง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่จังหวัดสงขลานั้น เป็นเรื่องปกติและยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดลึกซึ้ง ตนมองว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากจำนวน สส. บัญชีรายชื่อยังไม่นิ่ง หากรีบพูดคุยอาจทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในรัฐบาลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่
“ผมไม่เคยออกหน้างาน ถ้ามีอะไรจะคุยหลังไมค์กับเพื่อน... สมมติถ้าผมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ผมก็ยังไม่คุย เพราะมันเร็วเกินไป” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้ฝากประเด็นไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง ทั้งเรื่องบัตรเขย่งและระบบบาร์โค้ด ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่สื่อควรให้ความสนใจมากกว่าการจับขั้วรัฐบาล พร้อมย้ำว่าพรรคกล้าธรรมมีความพร้อมในการทำงานทุกบทบาท ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย หรือฝ่ายค้านเพื่อใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบ
สำหรับก้าวต่อไปของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส เผยว่าในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการประชุมว่าที่ สส. เพื่อแสดงความยินดีและให้ความรู้เกี่ยวกับกฎระเบียบในการลงพื้นที่ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากความดีใจหลังชนะเลือกตั้ง ก่อนที่ตนเองจะเดินทางไปพักผ่อนกับครอบครัวที่ประเทศยุโรปตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า 1 ปี โดยยืนยันว่าเป็นการไปพักผ่อนตามปกติ ไม่ใช่การ "พักใจ" จากสถานการณ์การเมืองแต่อย่างใด


