
6 กมธ.จี้รัฐวางกรอบดันโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นวาระแหงชาติ
6 กมธ.ร่วม สส. สว.จี้รัฐวางกรอบสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นพลังงานทางเลือก ดันเป็นวาระแห่งชาติ
6 กมธ.ร่วม สส. สว.จี้รัฐวางกรอบสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นพลังงานทางเลือก ดันเป็นวาระแห่งชาติ
นายพ้อง ชีวานันท์ ประธานคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาศึกษาสภาพปัญหาความม่ันคงด้านพลังงานนิวเคลียร์ ในคณะกรรมาธิการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา 6 คณะ แถลงว่า สภาพพลังงงานในประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติเนื่องจากต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติถึง 72 % ในการผลิตไฟฟ้า แต่ก๊าซในอ่าวไทยกำลังจะหมดในเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงจำเป็นต้องหาพลังงานทางเลือกอื่นมาทดแทน
นายพ้อง กล่าวว่า พลังงานทางเลือกหมุนเวียนเช่นลม และ แสงอาทิตย์นั้น มีคุณสมบัติเหมาะสมและสมควรส่งเสริมให้นำมาใช้เป็นพลังงงานไฟฟ้าเสริม แต่เนื่องจากยังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอนในภสาพดินฟ้าอากาศและยังมีราคาแพง อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งเห็นว่าพลังงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์เป็นพลังงานทางเลือกสำคัญที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และจำเป็นต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งสามารถลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ และมีต้นทุนต่ำ
ทั้งนี้ ทางกรรมาธิการทั้ง 6 คณะเห็นตรงกันว่า ควรวางแผนและดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์โดยเร็ว โดยมีข้อแม้ว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในที่ใดที่หนึ่งจะต้องเป็นไปด้วยความยินยอมพร้อมใจของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างและบริเวณใกล้เคียงเท่านั้น และไม่ยินยอมให้รัฐบาลให้รัฐบาลใช้วิธีบังคับให้มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์เป็นอันขาด
นายพ้อง กล่าวว่า รัฐบาลต้องกำหนดวาระแห่งชาติเรื่องนี้ ศึกษาหาสถานที่เหมาะสมสำหรับก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ไว้หลายแห่งเพื่อเป็นทางเลือก ปรับกลยุทธวิธิีการทำความเข้าใจกับประชาชนให้ทั่วถึง และจะต้องตัดสินใจโดยเร็วเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติชาติ สร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศได้ทันเวลา เพราะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ต้องใช้เวลาประมาณ6ปี
นายพ้อง กล่าวว่า คณะกรรมาธิการทั้ง 6 คณะมีความห่วงใยในกรณีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บางโครงการ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่างบประมาณที่จัดทำไว้ จึงมีความเห็นควรให้รัฐบาลพิจารณาให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทบทวนข้อมูลและหาแนวทางการจัดการด้านต้นทุนที่เหมาะสมต่อไป และข้อสรุปที่ได้นี้จะนำเสนอไปยังคณะกรรมการ นโยบายพลังงานแห่งชาติต่อไป







