posttoday

วิกฤตคดี44อดีตสส.ก้าวไกล เขย่าพรรคประชาชน ลุ้นศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

10 กุมภาพันธ์ 2569

ป.ป.ช. ชี้มูลผิดจริยธรรมร้ายแรงคดีแก้ ม.112 เสี่ยงทำพรรคประชาชนสูญเสีย 25 สส. รวมถึง "ณัฐพงษ์-ศิริกัญญา" หากศาลฎีการับฟ้องต้องหยุดหน้าที่ทันที และอาจถูกตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต

KEY

POINTS

  • คดีนี้เกิดจากการที่อดีต สส. ก้าวไกล 44 คนเสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 ซึ่ง ป.ป.ช. ชี้มูลว่าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง และได้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา
  • หากศาลฎีการับฟ้อง จะส่งผลให้ สส. พรรคประชาชน 25 คนที่อยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจนกว่าจะมีคำพิพากษา
  • วิกฤตครั้งนี้กระทบต่อเสถียรภาพของพรรคประชาชนอย่างรุนแรง เพราะอาจทำให้พรรคสูญเสีย สส. ที่เป็นแกนนำและทีมยุทธศาสตร์คนสำคัญไปพร้อมกัน

ภาพรวมคดีและจุดเสี่ยงหลัก

คดีนี้มีต้นทางจากการที่อดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 คน ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เมื่อปี 2564 ซึ่งต่อมา

ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าเข้าข่ายการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง

นำไปสู่การไต่สวนของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และมีมติชี้มูล “ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง”

ขั้นตอนถัดไปคือการส่งสำนวนให้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณา

จุดชี้ขาดอยู่ที่ “การประทับรับฟ้อง” ซึ่งจะสร้างผลสะเทือนทันที

ความเสี่ยงที่ อดีตสส. ทั้ง 44 คนต้องเผชิญ

ความเสี่ยงระยะสั้น
หากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง สส. ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ต้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จนกว่าจะมีคำพิพากษา

ความเสี่ยงระยะยาว
หากมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง อาจนำไปสู่ การตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต ตามบรรทัดฐานคดีจริยธรรม

ผลกระทบเฉพาะต่อ “พรรคประชาชน”

ในจำนวน 44 คน มี 25 คนเป็น สส. พรรคประชาชนในปัจจุบัน

หากศาลรับฟ้อง พรรคจะสูญเสียกำลังในสภาทันทีทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ

แกนนำระดับนำหลายคนอยู่ในข่ายความเสี่ยง ทำให้เกิด สุญญากาศด้านการนำ การสื่อสาร และการขับเคลื่อนนโยบาย

แกนนำสำคัญที่อยู่ในข่ายเสี่ยง

กลุ่มนี้ถือเป็น “โครงกระดูกสันหลัง” ของพรรค ทั้งด้านนโยบาย เศรษฐกิจ และบทบาทฝ่ายค้าน เช่น

  • ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
  • ศิริกัญญา ตันสกุล
  • รังสิมันต์ โรม
  • วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
  • สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
  • ณัฐวุฒิ บัวประทุม
  • ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
  • วาโย อัศวรุ่งเรือง
  • รวมถึง สส. รุ่นใหม่อีกหลายราย

ประเด็นสำคัญคือ คดีนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะ “จำนวน สส.” แต่กระทบ “ศูนย์บัญชาการทางความคิด” ของพรรค

ที่มาของคดีและความเชื่อมโยงเชิงนโยบาย

การลงชื่อเสนอแก้ ม.112 ในปี 2564 เป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบายปฏิรูปกฎหมายของพรรคก้าวไกลในขณะนั้น

แม้ฝ่ายผู้เสนอจะมองว่าเป็นการใช้กลไกรัฐสภาตามครรลองประชาธิปไตย

แต่อีกฝ่ายมองว่าเกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของประเทศ จึงต้องอยู่ภายใต้กรอบจริยธรรมและรัฐธรรมนูญอย่างเข้มงวด

ความเห็นต่างนี้เองคือแก่นของคดี และเป็นเหตุให้ถูกตีความเป็น “จริยธรรมร้ายแรง”

บทสรุปเชิงวิเคราะห์

คดีมาตรา 112 เป็น ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง ต่อพรรคประชาชน ไม่ใช่เพียงคดีรายบุคคล

ระยะสั้น: เสถียรภาพในสภาและบทบาทฝ่ายค้านอาจสะดุดทันที

ระยะยาว: อาจกระทบต่อการสืบทอดผู้นำ ความเชื่อมั่นของผู้สนับสนุน และทิศทางยุทธศาสตร์พรรค

ขณะเดียวกัน กระบวนการทั้งหมดกำลังเดินอยู่ในกรอบกฎหมาย ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายยังขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และยังไม่อาจสรุปความผิดได้จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข่าวล่าสุด

"พริษฐ์" จี้ กกต. เปิดเผย “รายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วย” ทั่วประเทศ