ดร.เอ้ ชี้ “คนไทยต้องไม่ตายฟรี” ลั่นหากเป็นนายกฯ หยุดตายจากโครงการรัฐ
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ จี้เหตุเครนถล่มพระราม 2 ซ้ำซากสะท้อนรัฐล้มเหลว ชี้ความเงียบคือความผิดร่วม ย้ำหากเป็นนายกฯ จะหยุดความตายจากคอร์รัปชันและความประมาททันที
KEY
POINTS
- ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ชี้ว่าอุบัติเหตุร้ายแรงในโครงการก่อสร้างของรัฐเกิดขึ้นซ้ำซาก พร้อมประกาศว่า "คนไทยต้องไม่ตายฟรี" และหากได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
- เขาระบุว่าต้นตอของปัญหามาจากการทุจริตคอร์รัปชัน การแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ไม่ใช่มืออาชีพ และการขาดความรับผิดชอบอย่างแท้จริงเมื่อเกิดโศกนาฏกรรม
- ดร.เอ้ เสนอให้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการมีองค์กรอิสระด้านความปลอดภัยเข้ามาตรวจสอบ เพื่อยุติวัฒนธรรมที่ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้และเครนถล่มบนถนนพระราม 2 ว่า เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน สะท้อนถึงปัญหาความไม่ปลอดภัยที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก พร้อมย้ำว่า “ต้องไม่ปล่อยให้เครนถล่มรายวัน และคนไทยต้องไม่ตายฟรี”
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุ สังคมมักเห็นเพียงข่าวอุบัติเหตุ แต่ไม่เคยเห็นความรับผิดชอบอย่างแท้จริง ไม่มีการพักงาน ไม่มีการสอบสวนอย่างจริงจัง และไม่มีใครออกมาขอโทษประชาชน หากผู้มีอำนาจยังคงเงียบ และสังคมปล่อยให้ชินชา โศกนาฏกรรมลักษณะนี้ก็จะกลายเป็นเรื่องปกติของประเทศไทย
“ความเงียบคือความผิดร่วม” ดร.เอ้กล่าว พร้อมย้ำว่าตนขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีที่จะลงมาดูแลความปลอดภัยของประชาชนอย่างจริงจัง และหยุดความตายที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อในโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดมีรากเหง้ามาจากปัญหาทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึก และการขาดองค์กรอิสระด้านความปลอดภัยที่มีอำนาจตรวจสอบอย่างแท้จริง
ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยังชี้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการ “ติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก” ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี ที่ไม่ได้ใช้คนมืออาชีพหรือผู้มีความรู้ความสามารถ แต่กลับเลือกจากบ้านใหญ่หรือกลุ่มนายทุนพรรคการเมือง ส่งผลให้เกิดการทุจริต การถอนทุนคืน และการใช้วัสดุหรือบุคลากรที่ไม่มีคุณภาพ จนนำไปสู่ความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า และสุดท้ายคือการทำให้ประชาชนต้อง “ตายฟรี”
ดร.เอ้ ระบุอีกว่า เส้นทางของปัญหามีสองด้าน ด้านแรกคือการตั้งต้นด้วยรัฐมนตรีที่ไม่ใช่มืออาชีพ นำไปสู่การคอร์รัปชัน ทำให้โครงการไม่ได้มาตรฐาน ขณะที่อีกด้านคือการที่ผู้กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษอย่างแท้จริง จนเกิดวัฒนธรรมไม่เกรงกลัวกฎหมาย เมื่อรู้ว่าทำผิดแล้วก็รอด ก็ยิ่งลดต้นทุนความปลอดภัยลงไปอีก
“ประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลกมาก เวลามีอุบัติเหตุถล่ม ก็ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการไปหาสาเหตุเอง ซึ่งสุดท้ายก็ลูบหน้าปะจมูก ไม่มีเจ้าภาพกลาง ไม่มีองค์กรอิสระมารับผิดชอบอย่างจริงจัง ปัญหาทั้งสองทางนี้มาบรรจบกัน ทำให้คนไทยตายกันง่าย และตายฟรี” ดร.เอ้กล่าว
อย่างไรก็ตาม ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ย้ำว่า พรรคไทยก้าวใหม่ต้องการทุกคะแนนเสียงจากประชาชน เพื่อสร้างพลังทางการเมืองที่เพียงพอในการแก้ไขปัญหาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าพรรคไทยก้าวใหม่เป็นพรรคการเมืองที่ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง หากประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ขอให้เลือกตนเป็นนายกรัฐมนตรี และเลือก ส.ส.พรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 ซึ่งส่งผู้สมัครทั่วทุกภาค เพื่อสร้างประเทศไทยที่ปลอดภัยและดีกว่านี้ให้ได้


