บวรศักดิ์ชี้ แก้รัฐธรรมนูญต้องดูทั้งฉบับ ไม่ใช่ล็อกแค่หมวด 1-2
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ย้ำคำถามประชามติยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ระบอบประชาธิปไตยโยงหลายหมวด ไม่ใช่แค่หมวด 1-2 พร้อมท้าพรรคการเมืองเปิดไพ่ให้ชัด จะแก้หรือไม่แก้ส่วนใดบ้าง
KEY
POINTS
- นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ชี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สามารถพิจารณาโดยล็อกเฉพาะหมวด 1 และหมวด 2 ได้ เนื่องจากต้องดูภาพรวมทั้งฉบับ
- หลักการประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นเชื่อมโยงกับบทบัญญัติในหมวดอื่น ๆ ด้วย เช่น พระราชอำนาจที่เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา
- ผู้ที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญควรชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะแก้ไขในประเด็นใดบ้างทั้งหมด
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีมีข้อสังเกตว่าคำถามประชามติที่รัฐบาลส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่มีหลักประกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ไปแตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ว่า ขอให้ผู้ที่ออกมาแสดงความเห็นไปพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ครบถ้วน เพราะหากอ่านอย่างรอบด้านจะทราบว่าคำถามที่รัฐบาลตั้งขึ้น เป็นคำถามที่สอดคล้องกับแนวทางในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า การเขียน “ล็อก” เฉพาะหมวด 1 และหมวด 2 นั้นไม่เพียงพอ และไม่สามารถพิจารณาเพียงสองหมวดดังกล่าวได้ เนื่องจากหลักการของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยังเชื่อมโยงอยู่กับบทบัญญัติอื่น ๆ ของรัฐธรรมนูญอีกหลายส่วน
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ยกตัวอย่างว่า หมวดว่าด้วยคณะรัฐมนตรีมีความเกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงพระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนด การให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับสนธิสัญญา และอำนาจในการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งแม้จะอยู่ในหมวดว่าด้วยรัฐสภา แต่เป็นอำนาจที่นายกรัฐมนตรีไม่สามารถดำเนินการได้โดยลำพัง
นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาบทบัญญัติที่ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะที่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ว่าการแก้ไขในลักษณะใดจึงจะเข้าข่ายเป็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
นายบวรศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามหลักปฏิบัติที่ผ่านมา หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้ว แต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย รัฐธรรมนูญฉบับนั้นถือว่าตกไปโดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2492 จนถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ดังนั้น หากมีการเขียนบทบัญญัติให้เมื่อทรงใช้พระราชอำนาจแล้ว สภาผู้แทนราษฎรสามารถยืนยันร่างรัฐธรรมนูญได้ จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขัดต่อประเพณีการปกครองของประเทศไทย เนื่องจากอำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นอำนาจที่พระมหากษัตริย์ทรงมีร่วมกับประชาชน
นายบวรศักดิ์ ระบุว่า หากต้องการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ขอให้ผู้ที่เสนอแนวคิดการแก้ไขออกมาให้สัมภาษณ์และบันทึกไว้ให้ชัดเจนว่าจะมีการแก้ไขในประเด็นใดบ้าง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หมายความว่าพรรคการเมืองที่ไม่ต้องการให้มีการล็อกการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ควรออกมาอธิบายให้ชัดเจนว่าจะไม่แก้ไขในส่วนใดบ้างใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์ ตอบว่า “ใช่ ต้องพูดให้ครบทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะหมวด 1 และหมวด 2 เท่านั้น”


