เอกนิติ สั่งเร่งเครื่องเบิกจ่ายงบฯพยุงเศรษฐกิจ-ทำฉากทัศน์รับมือน้ำมันผันผวน
เอกนิติ สั่งกรมบัญชีกลางสางปมเบิกจ่าย เพื่ออัดฉีดเงินพยุงเศรษฐกิจช่วงรอรัฐบาลใหม่ พร้อมทำฉากทัศน์ประเมินผลกระทบจีดีพีหลังราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนหนัก
KEY
POINTS
- นายเอกนิติสั่งการให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
- มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ "ฉากทัศน์" (Scenario) เพื่อประเมินผลกระทบและเตรียมรับมือความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก
- ให้กรมบัญชีกลางตรวจสอบและแก้ไขปัญหาความล่าช้าในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
เป็นอีกประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังกระทรวงการคลัง เร่งเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจจากปัจจัยความขัดแย้งประเทศในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (GDP) โดยขณะนี้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจอยู่ระหว่างจัดทำ “ฉากทัศน์” (Scenario) เพื่อประเมินผลกระทบในหลายสมมติฐาน ควบคู่กับการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงรอยต่อก่อนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีความผันผวนค่อนข้างมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป
“ขณะนี้เรากำลังจัดทำฉากทัศน์เพื่อประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจว่าจะเกิดขึ้นในระดับใดบ้าง เพราะจะเห็นว่าราคาน้ำมันมีความสวิงค่อนข้างมาก จึงต้องเตรียมสมมติฐานหลายรูปแบบไว้รองรับ”
ในด้านการบริหารงบประมาณภาครัฐ กระทรวงการคลังได้สั่งการให้กรมบัญชีกลางเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณที่มีอยู่ในระบบ เพื่อให้เม็ดเงินสามารถเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยพยุงกำลังซื้อในช่วงที่ประเทศอยู่ระหว่างการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่
โดยได้มอบหมายให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเข้าไปตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าที่เป็นอุปสรรคต่อการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยมีเป้าหมายให้โครงการต่าง ๆ สามารถเดินหน้าได้รวดเร็ว และเม็ดเงินงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมบัญชีกลางตรวจสอบขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างว่า มีจุดใดติดขัดบ้าง หลังพบว่ามีอุปสรรคหลายส่วนที่ทำให้การเบิกจ่ายล่าช้า จึงต้องเร่งแก้ไข เนื่องจากในช่วงนี้เศรษฐกิจต้องการแรงสนับสนุนจากกำลังซื้อของภาครัฐมาช่วยพยุงระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เม็ดเงินภาครัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมความพร้อมรองรับการขับเคลื่อนนโยบายทันที เมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบ”
ส่วนการพิจารณาจัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ เพื่อนำมาใช้เป็นงบสำรองรองรับสถานการณ์ปัจจุบันนั้น รัฐบาลยืนยันว่า ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นหลัก ซึ่งเห็นได้จากผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ภายใต้โครงการ Quick Big Win ที่ช่วยผลักดันให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจขยายตัวถึง 13% และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยการหารือครั้งนี้เป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในไตรมาสปัจจุบัน


