posttoday

เลือกตั้ง69 : 7 พรรคหนุน 4พรรคค้าน เปิดศึกประชามติชี้ชะตาแก้รัฐธรรมนูญ

14 มกราคม 2569

การเมืองเดือดก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เมื่อ 7 พรรคจับมือหนุนประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่ 2 พรรคตั้งแนวต้าน หวั่นฟอกขาว–สิ้นเปลืองงบ ชี้ขาดอนาคตกติกาประเทศพร้อมกันในวันเดียว

KEY

POINTS

  • การทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แบ่งพรรคการเมืองออกเป็นสองฝ่าย โดยมี 7 พรรคสนับสนุน และ 4 พรรคคัดค้านการร่างใหม่ทั้งฉบับ
  • ฝ่ายสนับสนุนมองว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง จึงต้องการใช้ประชามติเพื่อสร้างความชอบธรรมในการ "รีเซ็ตกติกา" ใหม่
  • ฝ่ายคัดค้านกังวลว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับมีความเสี่ยงเหมือน "เซ็นเช็คเปล่า" อาจเปิดช่องให้เกิดการนิรโทษกรรมแฝงและทำลายกลไกปราบโกง

จุดยืนพรรคการเมือง
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ–ประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569
โดยกองบรรณาธิการข่าวการเมือง

บทนำ: ความเงียบก่อนพายุการเมือง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ต่างจาก “ช่วงหยุดหายใจของกระดานหมากรุก” ก่อนการเดินตัวตัดสินเกม เพราะนี่ไม่ใช่เพียงวันเลือกตั้งทั่วไป หากเป็นวันที่ประชาชนจะลงมือแตะ “กติกาสูงสุด” ของประเทศโดยตรง ผ่านบัตรประชามติควบคู่การหย่อนบัตรเลือก สส.

ผู้มีสิทธิจะได้รับ 3 ใบ—เขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ—ซึ่งหมายความว่าเสียงหนึ่งเสียงในวันนั้น จะชี้ทั้ง “ตัวผู้แทน”, “ทิศทางรัฐบาล” และ “อนาคตโครงสร้างอำนาจ” ไปพร้อมกัน ความตั้งใจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ 80% (จากสถิติเดิมราว 75.7%) สะท้อนเดิมพันสูงของวันดังกล่าวอย่างชัดเจน

ฝ่ายหนุนประชามติ: ฉันทามติข้ามพรรคเพื่อ “รีเซ็ตกติกา”

การจับมือของ 7 พรรคการเมือง กับภาคประชาสังคมอย่าง ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย และ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) คือสัญญาณว่า “รัฐธรรมนูญ” ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่นโยบายเฉพาะพรรค

พรรคเพื่อไทย: แกนนำรัฐบาล เดินเกมเชิงรุกทั้งเชิงกฎหมายและการสื่อสาร ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ ผลักดันให้ประชามติ “เกิดจริง”

พรรคภูมิใจไทย: มองประชามติเป็น “ประตูบานแรก” พร้อมเรียกร้องความชัดเจนงบฯ รณรงค์ แยกจากค่าใช้จ่ายหาเสียง

พรรคประชาชาติ: เน้น “ข้อมูลครบ–ตัดสินใจอิสระ” อ้างบทเรียนพื้นที่ชายแดนใต้ที่เคยไม่รับร่างปี 2560 สูง

พรรคไทยสร้างไทย: ชี้ชะตาที่ “คำถามประชามติ” และเร่ง กกต. สื่อสารเชิงรุก

พรรคประชาธิปัตย์: เปิดทางทั้งแก้ทั้งฉบับตามมาตรา 256 หรือรายมาตรา—โฟกัสที่มา ส.ว. และองค์กรอิสระ

พรรคประชาชน: ย้ำหลัก “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ป้องกันการผูกขาดอำนาจยกร่าง

พรรคพลวัต: ผูกโจทย์รัฐธรรมนูญกับปากท้อง มองปี 2560 เป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้าง

นัยซ่อนเร้น: แม้เหตุผลต่างกัน แต่เป้าร่วมคือ “ความชอบธรรมจากประชาชน” เพื่อปลดล็อกการเมืองระยะยาว

ฝ่ายคัดค้านร่างใหม่ทั้งฉบับ: เกราะป้องกันหรือเช็คเปล่า?

อีกฟากหนึ่งมองรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็น “เกราะ” มากกว่า “ปัญหา” และกังวลความเสี่ยงจากการรื้อทั้งฉบับ

  • พรรครวมไทยสร้างชาติ:

แคนดิเดตนายกฯ อย่าง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, และ นราพัฒน์ แก้วทอง เตือนความเสี่ยง “เซ็นเช็คเปล่า” ให้ สสร. อาจเปิดช่อง “ฟอกขาว–นิรโทษกรรมแฝง” และทำให้กลไกกันโกงหายไป

  • พรรครักชาติ (สาย ดร.เจตน์ โทณะวณิก):

ปกป้อง “ฉบับปราบโกง” ชูบทบาท โหวตโน และตั้งคำถามความคุ้มค่างบฯ ประชามติหลายรอบ

  • พรรคพลังประชารัฐ (เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ) :

กระบวนการตั้งคำถามประชามติอาจขัดต่อหลักกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาล แต่สนับสนุนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และลงคะแนนบัตรทั้ง 3 ใบเพื่อรักษาสิทธิ์

  • พรรคไทยภักดี (นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม):

ไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ชี้ควรแก้เป็นรายประเด็นรายมาตราเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้nการรื้อทั้งฉบับเสี่ยงถูกนักการเมืองยัดไส้ เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม 

นัยซ่อนเร้น: ความไม่ไว้วางใจในกระบวนการร่างใหม่ และการรักษาเครื่องมือคุมพฤติกรรมนักการเมือง

 

ประเด็น หนุนแก้ไข คัดค้านร่างใหม่
มุมมอง รธน. 2560 ปัญหาเชิงโครงสร้าง เกราะปราบโกง
ความเสี่ยงหลัก ติดกับกติกาไม่เป็นธรรม ฟอกขาว–นิรโทษกรรม
เป้าหมาย ฉบับใหม่จากฉันทามติ รักษา–แก้เฉพาะจุด
บทบาทประชามติ เครื่องมือสร้างความชอบธรรม สิ้นเปลือง–เสี่ยง

บทสรุป: นิยามประชาธิปไตยที่กำลังถูกโหวต

ประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือเส้นแบ่งทางความคิดของสังคมไทย—ระหว่างการ “รื้อสร้างใหม่โดยประชาชน” กับการ “ปกป้องและปรับปรุงภายใต้กลไกคุมเข้ม” ผลลัพธ์จะไม่เพียงชี้ชะตารัฐธรรมนูญปี 2560 แต่จะนิยามความหมายของ ประชาธิปไตยไทย ไปอีกยาวนาน

แหล่งที่มา : คณะกรรมการการเลือกตั้ง / iLaw /  CALL - เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ  
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 

ข่าวล่าสุด

Claude for Healthcare อีกหนึ่ง AI ที่ก้าวเข้าสู่สมรภูมิสุขภาพ