เลือกตั้ง69 : 7 พรรคหนุน 4พรรคค้าน เปิดศึกประชามติชี้ชะตาแก้รัฐธรรมนูญ
การเมืองเดือดก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เมื่อ 7 พรรคจับมือหนุนประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่ 2 พรรคตั้งแนวต้าน หวั่นฟอกขาว–สิ้นเปลืองงบ ชี้ขาดอนาคตกติกาประเทศพร้อมกันในวันเดียว
KEY
POINTS
- การทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญได้แบ่งพรรคการเมืองออกเป็นสองฝ่าย โดยมี 7 พรรคสนับสนุน และ 4 พรรคคัดค้านการร่างใหม่ทั้งฉบับ
- ฝ่ายสนับสนุนมองว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง จึงต้องการใช้ประชามติเพื่อสร้างความชอบธรรมในการ "รีเซ็ตกติกา" ใหม่
- ฝ่ายคัดค้านกังวลว่าการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับมีความเสี่ยงเหมือน "เซ็นเช็คเปล่า" อาจเปิดช่องให้เกิดการนิรโทษกรรมแฝงและทำลายกลไกปราบโกง
จุดยืนพรรคการเมือง
การแก้ไขรัฐธรรมนูญ–ประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569
โดยกองบรรณาธิการข่าวการเมือง
บทนำ: ความเงียบก่อนพายุการเมือง
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ต่างจาก “ช่วงหยุดหายใจของกระดานหมากรุก” ก่อนการเดินตัวตัดสินเกม เพราะนี่ไม่ใช่เพียงวันเลือกตั้งทั่วไป หากเป็นวันที่ประชาชนจะลงมือแตะ “กติกาสูงสุด” ของประเทศโดยตรง ผ่านบัตรประชามติควบคู่การหย่อนบัตรเลือก สส.
ผู้มีสิทธิจะได้รับ 3 ใบ—เขต บัญชีรายชื่อ และประชามติ—ซึ่งหมายความว่าเสียงหนึ่งเสียงในวันนั้น จะชี้ทั้ง “ตัวผู้แทน”, “ทิศทางรัฐบาล” และ “อนาคตโครงสร้างอำนาจ” ไปพร้อมกัน ความตั้งใจของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ตั้งเป้าผู้มาใช้สิทธิ 80% (จากสถิติเดิมราว 75.7%) สะท้อนเดิมพันสูงของวันดังกล่าวอย่างชัดเจน
ฝ่ายหนุนประชามติ: ฉันทามติข้ามพรรคเพื่อ “รีเซ็ตกติกา”
การจับมือของ 7 พรรคการเมือง กับภาคประชาสังคมอย่าง ภาคีเพื่อรัฐธรรมนูญประชาธิปไตย และ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) คือสัญญาณว่า “รัฐธรรมนูญ” ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่นโยบายเฉพาะพรรค
พรรคเพื่อไทย: แกนนำรัฐบาล เดินเกมเชิงรุกทั้งเชิงกฎหมายและการสื่อสาร ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ ผลักดันให้ประชามติ “เกิดจริง”
พรรคภูมิใจไทย: มองประชามติเป็น “ประตูบานแรก” พร้อมเรียกร้องความชัดเจนงบฯ รณรงค์ แยกจากค่าใช้จ่ายหาเสียง
พรรคประชาชาติ: เน้น “ข้อมูลครบ–ตัดสินใจอิสระ” อ้างบทเรียนพื้นที่ชายแดนใต้ที่เคยไม่รับร่างปี 2560 สูง
พรรคไทยสร้างไทย: ชี้ชะตาที่ “คำถามประชามติ” และเร่ง กกต. สื่อสารเชิงรุก
พรรคประชาธิปัตย์: เปิดทางทั้งแก้ทั้งฉบับตามมาตรา 256 หรือรายมาตรา—โฟกัสที่มา ส.ว. และองค์กรอิสระ
พรรคประชาชน: ย้ำหลัก “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ป้องกันการผูกขาดอำนาจยกร่าง
พรรคพลวัต: ผูกโจทย์รัฐธรรมนูญกับปากท้อง มองปี 2560 เป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้าง
นัยซ่อนเร้น: แม้เหตุผลต่างกัน แต่เป้าร่วมคือ “ความชอบธรรมจากประชาชน” เพื่อปลดล็อกการเมืองระยะยาว
ฝ่ายคัดค้านร่างใหม่ทั้งฉบับ: เกราะป้องกันหรือเช็คเปล่า?
อีกฟากหนึ่งมองรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็น “เกราะ” มากกว่า “ปัญหา” และกังวลความเสี่ยงจากการรื้อทั้งฉบับ
- พรรครวมไทยสร้างชาติ:
แคนดิเดตนายกฯ อย่าง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, และ นราพัฒน์ แก้วทอง เตือนความเสี่ยง “เซ็นเช็คเปล่า” ให้ สสร. อาจเปิดช่อง “ฟอกขาว–นิรโทษกรรมแฝง” และทำให้กลไกกันโกงหายไป
- พรรครักชาติ (สาย ดร.เจตน์ โทณะวณิก):
ปกป้อง “ฉบับปราบโกง” ชูบทบาท โหวตโน และตั้งคำถามความคุ้มค่างบฯ ประชามติหลายรอบ
- พรรคพลังประชารัฐ (เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ) :
กระบวนการตั้งคำถามประชามติอาจขัดต่อหลักกฎหมาย คำวินิจฉัยของศาล แต่สนับสนุนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และลงคะแนนบัตรทั้ง 3 ใบเพื่อรักษาสิทธิ์
- พรรคไทยภักดี (นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม):
ไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ชี้ควรแก้เป็นรายประเด็นรายมาตราเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้nการรื้อทั้งฉบับเสี่ยงถูกนักการเมืองยัดไส้ เอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม
นัยซ่อนเร้น: ความไม่ไว้วางใจในกระบวนการร่างใหม่ และการรักษาเครื่องมือคุมพฤติกรรมนักการเมือง
| ประเด็น | หนุนแก้ไข | คัดค้านร่างใหม่ |
|---|---|---|
| มุมมอง รธน. 2560 | ปัญหาเชิงโครงสร้าง | เกราะปราบโกง |
| ความเสี่ยงหลัก | ติดกับกติกาไม่เป็นธรรม | ฟอกขาว–นิรโทษกรรม |
| เป้าหมาย | ฉบับใหม่จากฉันทามติ | รักษา–แก้เฉพาะจุด |
| บทบาทประชามติ | เครื่องมือสร้างความชอบธรรม | สิ้นเปลือง–เสี่ยง |
บทสรุป: นิยามประชาธิปไตยที่กำลังถูกโหวต
ประชามติ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คือเส้นแบ่งทางความคิดของสังคมไทย—ระหว่างการ “รื้อสร้างใหม่โดยประชาชน” กับการ “ปกป้องและปรับปรุงภายใต้กลไกคุมเข้ม” ผลลัพธ์จะไม่เพียงชี้ชะตารัฐธรรมนูญปี 2560 แต่จะนิยามความหมายของ ประชาธิปไตยไทย ไปอีกยาวนาน
แหล่งที่มา : คณะกรรมการการเลือกตั้ง / iLaw / CALL - เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง


