เลือกตั้ง69:“พิพัฒน์”เลี่ยงตอบวาทกรรมปะทะปชป.ให้ประชาชนตัดสิน
พิพัฒน์ รัชกิจประการ ปัดขยายความดราม่าวาทกรรมโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ มองไม่เป็นผลดีต่อการเมือง หากตอบโต้กันไปมา ย้ำบทบาทพันธมิตรควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
KEY
POINTS
- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ปฏิเสธที่จะโต้ตอบวาทกรรมทางการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าควรให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
- ประเด็นขัดแย้งเกิดจากคำกล่าวของนายพิพัฒน์ที่พาดพิงว่าพื้นที่ภาคใต้ไม่ได้รับการพัฒนา แม้จะมีนายกรัฐมนตรีถึง 2 สมัย
- แกนนำพรรคประชาธิปัตย์หลายคน เช่น นายชวน หลีกภัย ออกมาตอบโต้คำกล่าวของนายพิพัฒน์ โดยเตือนว่าอาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติและขัดต่อรัฐธรรมนูญ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงในภาคใต้ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า กระแสตอบรับโดยรวมเป็นไปด้วยดี โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน
นายพิพัฒน์ ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยคาดหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้น และมี สส.จากพื้นที่ภาคใต้เพิ่มขึ้น พร้อมย้ำว่า จากการลงพื้นที่ร่วมกับนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทำให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งยังมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีอยู่ในระดับต่ำ จำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูอย่างจริงจัง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีวาทกรรมทางการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นการพาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ นายพิพัฒน์กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดถึงเรื่องดังกล่าว เพราะมองว่าไม่เป็นผลดี หากพรรคการเมืองจะโต้ตอบกันไปมา เรื่องพันธมิตรหรือความขัดแย้งทางการเมือง ควรปล่อยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
อย่างไรก็ตาม วาทกรรมที่ถูกจับตาคือคำกล่าวของนายพิพัฒน์ที่ระบุว่า
“พื้นที่จังหวัดภาคใต้ที่มีนายกรัฐมนตรี 2 สมัย แต่ไม่ได้รับการพัฒนา”
คำกล่าวดังกล่าวนำไปสู่ปฏิกิริยาตอบโต้จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแถลงเตือนว่า การรณรงค์ในลักษณะเชื่อมโยงการเลือกพรรคการเมืองกับการจัดสรรงบประมาณพัฒนาพื้นที่ อาจเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติทางการเมือง และขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญ
นายชวนระบุว่า แนวคิดดังกล่าวคล้ายกับบทเรียนในอดีตสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร ที่มีการเลือกปฏิบัติต่อประชาชนตามผลการเลือกตั้ง ซึ่งสร้างความแตกแยกในสังคม พร้อมย้ำว่า การแถลงที่ทำเนียบรัฐบาลควรเป็นการรายงานผลงาน ไม่ควรนำการเมืองมาเกี่ยวข้อง
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมการกฎหมายพรรค กล่าวถึงกรณีที่นายพิพัฒน์พาดพิงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า เป็นการบิดเบือนคำให้สัมภาษณ์ โดยย้ำว่านายอภิสิทธิ์ไม่ได้กล่าวว่าจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชน แต่พูดถึงหลักการจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องสุจริต โปร่งใส ไม่มีทุนเทา และไม่สร้างความขัดแย้ง
นายราเมศกล่าวว่า การนำถ้อยคำไปตีความเพื่อโจมตีทางการเมือง เป็นการกระทำที่ขาดความน่าเชื่อถือ และยิ่งทำให้ประชาชนภาคใต้ไม่พอใจ พร้อมย้ำว่า นักการเมืองที่ยึดมั่นหลักการอย่างนายอภิสิทธิ์ เมื่อพูดแล้วจะไม่ผิดคำพูด และไม่ใช้วาทกรรมบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
“คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ คงกินยาผิดซอง วันก่อนแขวะท่านชวน ต่อมาก็แขวะคุณอภิสิทธิ์ ชนิดเข้าใจผิดเอาเอง ขอให้ช่วยสะกิดกันเบา ๆ ระวังเจ็บ”


