"พริษฐ์-ชุมพล" ลุยตลาดร่มเกล้า อ้อนขอคะแนนชาวลาดกระบัง
พรรคประชาชนหาเสียงเขตลาดกระบัง ฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้า ชูนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิต ปลดล็อกท้องถิ่น-แก้จราจร ชวนใช้สิทธิ 8 ก.พ. 69 กำหนดอนาคตประเทศ
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ม.ค. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และทีมงาน ได้ลงพื้นที่ตลาดกลางนครร่มเกล้า เพื่อช่วยนายชุมพล หลักคำ ผู้สมัคร สส. เขต 20 ลาดกระบัง เบอร์ 7 หาเสียง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยมจากทั้งพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาจ่ายตลาด โดยส่วนใหญ่ให้ความสนใจสอบถามถึงนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและสวัสดิการเป็นพิเศษ
ทางด้านนายชุมพล ผู้สมัครเจ้าของพื้นที่ ยืนยันถึงความทุ่มเททำงานมาตลอดตั้งแต่หลังเลือกตั้งปี 66 ทั้งการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยตกสำรวจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางพรรค หากได้รับความไว้วางใจในครั้งนี้ ตนพร้อมผลักดันนโยบายสวัสดิการให้เกิดขึ้นจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวลาดกระบังให้ดียิ่งขึ้น
นายพริษฐ์กล่าวเสริมถึงยุทธศาสตร์ "รักษาเขตเดิม เพิ่มเติมเขตใหม่" โดยชี้ว่าเขตลาดกระบังคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่พรรคเคยพ่ายแพ้ไปเพียง 4 คะแนนในครั้งก่อน การกลับมาครั้งนี้ของนายชุมพลจึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เพื่อขอโอกาสจากพี่น้องประชาชนอีกครั้ง ให้พรรคประชาชนได้เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงและดูแลพื้นที่นี้อย่างเต็มตัว
สำหรับนโยบายหากได้เป็นรัฐบาล พรรคเตรียมผลักดัน "พรบ.กทม." ปลดล็อกอำนาจให้ผู้ว่าฯ มีเครื่องมือแก้ปัญหาที่ตรงจุด พร้อมปรับโครงสร้างบริหารเป็น 2 ระดับ ให้มีผู้รับผิดชอบที่มาจากการเลือกตั้งดูแลเจาะจงรายเขต ช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ว่าฯ สามารถโฟกัสการแก้ปัญหาภาพรวมของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในส่วนของเศรษฐกิจ เตรียมชูนโยบาย "หวยใบเสร็จ" ควบคู่กับโครงการคนละครึ่ง เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคอุดหนุนร้านค้ารายย่อยและ SME ต่อเนื่อง เป็นการสร้างแต้มต่อให้ธุรกิจเล็กเติบโตได้จริง แม้มาตรการคนละครึ่งจะจบลง แต่กลไกหวยใบเสร็จจะยังช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านรายย่อยต่อไปอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ พรรคยังมุ่งมั่นแก้ปัญหาจราจรด้วย "พรบ.ถนน" จัดลำดับชั้นถนนใหม่และระบุเจ้าภาพให้ชัดเจน พร้อมตั้งศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุแห่งชาติเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและจัดสรรงบประมาณแก้ไขได้ตรงจุด รวมถึงการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะเพื่อให้การเดินทางของประชาชนปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ปิดท้ายด้วยการขึ้นรถแห่หาเสียง โดยนายพริษฐ์เชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งถือเป็นวันสำคัญที่ปลายปากกาของประชาชนจะกำหนดทิศทางของรัฐบาลในอีก 4 ปีข้างหน้า รวมถึงกำหนดอนาคตโครงสร้างทางการเมืองของประเทศด้วย


