“เกรียง กัลป์ตินันท์” โผล่พูลแมนพบ “เนวิน” ย้ำยังอยู่เพื่อไทย
“เกรียง กัลป์ตินันท์” บ้านใหญ่อุบลฯ อดีต รมช.มหาดไทย รัฐบาลเศรษฐา โผล่โรงแรมพูลแมน รางน้ำ พบ “เนวิน ชิดชอบ” ท่ามกลางกระแสย้ายพรรค ยืนยันแค่คุยธุระส่วนตัว ยังสังกัดเพื่อไทย
KEY
POINTS
- “เกรียง กัลป์ตินันท์” ปรากฏตัวที่โรงแรมพูลแมน รางน้ำ พบ “เนวิน ชิดชอบ” ท่ามกลางกระแสข่าวย้ายพรรค
- เจ้าตัวยืนยันเป็นเพียงการคุยธุระส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย
- บ้านใหญ่กัลป์ตินันท์ยังคุมท้องถิ่นอุบลฯ ได้เหนียวแน่น แม้กระแสเพื่อไทยเริ่มแผ่วในสนามเลือกตั้งระดับชาติ
เกรียงโผล่พูลแมน–จับตาย้ายพรรค
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ปรากฏตัวบริเวณล็อบบี้โรงแรมพูลแมน รางน้ำ ซึ่งอยู่ติดกับโรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำลังเปิดงานสัมมนา “Reset โครงสร้างประเทศ Recover เศรษฐกิจไทย”
การปรากฏตัวของ “เสี่ยเบี้ยว” เกรียง ทำให้เกิดกระแสข่าวว่าอาจมีการหารือย้ายพรรค เข้าสังกัดภูมิใจไทย พร้อมขนทีมการเมืองบ้านใหญ่อุบลฯ มาร่วมค่ายน้ำเงินในการเลือกตั้งครั้งหน้า เนื่องจากจังหวัดอุบลราชธานีมีถึง 11 เขตเลือกตั้ง
ยืนยันคุย “เนวิน” เรื่องส่วนตัว–ไม่เกี่ยวการเมือง
หลังภาพปรากฏตัวถูกเผยแพร่ นายเกรียงยอมรับว่าไปโรงแรมพูลแมนจริง และได้พบกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ยืนยันว่าเป็นการพูดคุยธุระส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือย้ายพรรค พร้อมระบุว่า “คบกับนายเนวินมานานแล้ว คุยกันอยู่เรื่อย ไม่ใช่เรื่องการเมือง”และย้ำว่า “กลุ่มอุบลฯ ยังอยู่เพื่อไทย” ตามที่ได้เปิดตัวร่วมกับพรรคเมื่อวันก่อน และปฏิเสธทุกข่าวลือเรื่องการย้ายค่ายทางการเมือง
30 ปีในสนามเลือกตั้ง–จากฟ้า สู่แดง
นายเกรียง กัลป์ตินันท์ เป็นนักการเมืองมากประสบการณ์ของอุบลราชธานี เริ่มต้นเส้นทางจากพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2538 ก่อนย้ายไปพรรคความหวังใหม่ และเข้าร่วมพรรคไทยรักไทยในยุคทองของ “ทักษิณ ชินวัตร” โดยถือเป็นหนึ่งใน “เด็กนายใหญ่” คนสนิทของเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์
หลังพรรคไทยรักไทยถูกยุบ เกรียงติดโทษ “บ้านเลขที่ 111” ห้ามเล่นการเมือง 5 ปี ก่อนกลับมาสังกัดเพื่อไทยอีกครั้ง และได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในรัฐบาลเศรษฐา ซึ่งถือเป็นการขึ้นตำแหน่งรัฐมนตรีครั้งแรกในชีวิตการเมืองกว่า 30 ปี
ศรัทธาเพื่อไทยเริ่มจาง–บ้านใหญ่ยังแกร่งท้องถิ่น
ในสนามเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทยสูญเสียฐานเสียงในอุบลฯ เหลือเพียง 4 ที่นั่ง จากทั้งหมด 11 เขต เนื่องจากกระแส “เสื้อแดง” ลดลง และคะแนนส่วนหนึ่งไหลไปพรรคก้าวไกลและภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม ตระกูล “กัลป์ตินันท์” ยังคงคุมท้องถิ่นได้แน่น
“กานต์ กัลป์ตินันท์” น้องชายเกรียง ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.อุบลฯ สมัยล่าสุด ส่วน “พิศทยา ไชยสงคราม” ลูกสะใภ้ นั่งเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครอุบลฯ ต่ออีกสมัย สะท้อนพลังบ้านใหญ่ที่ยังเหนียวแน่น แม้แบรนด์เพื่อไทยจะเริ่มขายยาก
บ้านใหญ่ยังอยู่–แต่อนาคตไม่ง่าย
แม้เกรียงจะยืนยัน “ยังอยู่เพื่อไทย” แต่สถานการณ์การเมืองระดับชาติในอุบลฯ กำลังเปลี่ยนแปลง กระแสพรรคก้าวไกลและภูมิใจไทยเติบโต ขณะที่ชื่อ “ทักษิณ” ไม่ขลังเหมือนเดิม บ้านใหญ่กัลป์ตินันท์จึงต้องปรับเกมอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาฐานเสียงและบทบาททางการเมืองในยุคที่กระแสเปลี่ยน
“เกรียง กัลป์ตินันท์” คือภาพสะท้อนนักการเมืองรุ่นเก๋า ที่ต้องปรับสมดุลระหว่างมิตรภาพส่วนตัวกับยุทธศาสตร์การเมือง ในวันที่อิทธิพล “ทักษิณ” ลดลง แต่บ้านใหญ่ยังทรงพลังในอีสาน


