
ปีนี้ตกงาน90%
บัณฑิตจบใหม่เดี้ยงปลัดแรงงานเตือนหันหลังให้มหาวิทยาลัยไปอาชีวะ
บัณฑิตจบใหม่เดี้ยงปลัดแรงงานเตือนหันหลังให้มหาวิทยาลัยไปอาชีวะ
ปลัดแรงงานเตือนบัณฑิต ป.ตรี ปีนี้เสี่ยงเตะฝุ่นคลุ้ง เหตุนายจ้างเมิน แนะเรียนสายอาชีพรุ่งกว่า
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ส่งสัญญาณให้ว่าที่บัณฑิตที่กำลังจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในปีนี้ ให้เตรียมรับสภาพตกงาน เพราะจะมีคนที่จบมาได้งานเพียง 1 ใน 9 เท่านั้น เพราะวุฒิปริญญาตรีกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานน้อยลงทุกที ผิดกับสายวิชาชีพที่มีความต้องการจำนวนมาก
“มีนายจ้างที่แจ้งเข้ามายังกรมการจัดหางานมีกว่า 2.1 แสนอัตรา แต่ในจำนวนนี้ต้องการวุฒิปริญญาตรีเพียง 3.1 หมื่นอัตราเท่านั้น ขณะที่จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้จบการศึกษาปีนี้พบว่ากว่า 90% ประสงค์จะทำงาน เมื่อปีหนึ่งๆ มีคนจบปริญญาตรีประมาณ 3 แสนคน แต่นายจ้างต้องการเพียง 3 หมื่นคน เท่ากับว่าอัตราการแข่งขันเพื่อให้ได้งานอยู่ที่ 10 ต่อ 1 คน เท่านั้น” นพ.สมเกียรติ กล่าว
นพ.สมเกียรติ กล่าวว่า ขอแนะนำให้นักเรียน นักศึกษาทบทวนความคิดในการเรียนต่อใหม่ว่า ถ้าเรียนสายอาชีพน่าจะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานมากกว่า เพราะต่อไปผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจะตกงานสูง
“ที่หางานไม่ได้ก็ต้องทำธุรกิจส่วนตัว หรือสมัครงานโดยใช้วุฒิต่ำกว่าที่เรียนมา หรืออาจไปเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น” นพ.สมเกียรติ กล่าว
ดังนั้น ความต้องการจ้างงานของนายจ้างปีนี้มีความต้องการจ้างงาน 2.1 แสนอัตรา แบ่งเป็น วุฒิ ม.3 จำนวน 6.1 หมื่นคน ปวช. 3.4 หมื่นคน ปวส. 5.2 หมื่นคน แต่มีผู้สำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 เข้าสู่ตลาดแรงงานเพียง 3.8% ส่วนวุฒิ ปวช. มีเพียง 23.5% และ ปวส. 46.4%
ด้านวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า ในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้กลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์มีความต้องการแรงงานในภาคผลิตประมาณ 2 แสนคน แต่ยังขาดแคลนแรงงานที่มีฝีมือเข้ามาทำงาน ภาครัฐต้องเร่งสร้างบุคลากรด้านแรงงานฝีมือให้มากกว่าที่เป็นอยู่
นายมนัส โกศล สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แรงงานระดับสายอาชีพขาดแคลนในอุตสาหกรรมต่างๆ นั่นคือ การจ้างงานไม่เป็นธรรม เพราะมีหลายอุตสาหกรรมใช้วิธีการจ้างงานเหมาช่วง
“เมื่อไม่มีงานก็ปลดแรงงานออก อย่างโรงงานแถวอยุธยาซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ปลดคนงานไป 2-3 หมื่นคน แรงงานก็หายไปอยู่ในภาคอื่น พอมีคำสั่งผลิตมาก็ประกาศหาแรงงาน พอไม่มีคนมาทำงานก็จ้างเหมาช่วง พอหาไม่ได้ก็ต้องเอาแรงงานต่างด้าวมาทำงานแทน ตอนนี้โรงงานใหญ่มีแต่แรงงานพม่าและต่างด้าวอื่นๆ แทบจะไม่มีคนไทยแล้ว” นายมนัส กล่าว
นายมนัส กล่าวด้วยว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องแก้ไข ถ้าไม่แก้ไขต่อไปแรงงานไทยในสายอาชีพก็จะถูกกีดกันออกจากระบบ และสามารถแก้ไขได้โดยเข้มงวดให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการออกกฎหมายว่าด้วยการจ้างงานเหมาช่วงออกมาแล้ว







