posttoday

กฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ ยังมีหวัง "แม้การเมืองป่วน"

19 มิถุนายน 2568

แม้การเมืองสั่นคลอน แต่โอกาสผลักดัน “กฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์อาเซียนยังไม่หลุดมือ

แม้คลื่นการเมืองซัดแรง… แต่โอกาสปักธงไทยในเวทีเศรษฐกิจโลกยังอยู่แค่เอื้อม

ในช่วงที่การเมืองไทยกำลังปรับจังหวะ พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจแสดงจุดยืนทางการเมืองด้วยการถอนตัวจากรัฐบาลผสม นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่อาจสะท้อนถึงพลังตรวจสอบถ่วงดุลภายในระบบประชาธิปไตย แต่ขณะเดียวกัน ยังเปิดช่องให้พรรคเพื่อไทยและพันธมิตรได้เร่งปรับกลยุทธ์และขับเคลื่อนนโยบายหลักที่ประชาชนจับตา โดยเฉพาะ “กฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์

กฎหมายแห่งอนาคต: ยกระดับ Soft Power และเศรษฐกิจไทย

ร่างกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่รวมแหล่งบันเทิงครบวงจร เช่น คาสิโน ศูนย์ประชุม โรงแรมระดับโลก และพื้นที่แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย กำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาฯ ต้นเดือนกรกฎาคมนี้
 • จุดเด่นของร่างนี้ ไม่ใช่แค่รายได้จากการท่องเที่ยว แต่คือการ “เปลี่ยนภาพลักษณ์” ของไทยในสายตาโลกให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความบันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเชิงท่องเที่ยว
 • โครงการมีเป้าหมายชัดเจนในการแข่งขันกับญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเก๊า โดยไม่ต้องรอแค่นักลงทุนต่างชาติ แต่เป็นโอกาสให้ทุนไทยได้เติบโตไปด้วย
 • รายงานจาก Integrated Advisory Group (IAG) ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและกฎหมายที่ทำงานร่วมกับภาคนโยบาย ระบุว่า โครงการนี้สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 1 ล้านล้านบาทในระยะยาว และสร้างงานโดยตรง-ทางอ้อมได้กว่า 4 แสนตำแหน่งใน 10 ปี

เสถียรภาพใหม่บนพลังร่วม

แม้จะไม่มีเสียงจากพรรคภูมิใจไทย แต่เสียงสนับสนุนจากพรรคอื่น ๆ และความสนใจจากภาคธุรกิจ นักวิชาการ และภาคประชาชน ยังคงหลั่งไหล ด้วยความเข้าใจว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงกฎหมายคาสิโน แต่คือเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับพื้นที่ชายแดน และนำรายได้กลับเข้าประเทศอย่างมีระบบ

รายงานจาก IAG ยังชี้ว่า หากรัฐสามารถควบคุมได้ด้วยระบบใบอนุญาตและเทคโนโลยีโปร่งใส ความเสี่ยงทางสังคมจะลดลง และรัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ตรงจุด พร้อมกำหนดโซนควบคุมพิเศษที่ไม่กระทบชุมชน

ชายแดนคือโอกาส ไม่ใช่ปัญหา

จากเหตุการณ์ปะทะชายแดนและคำสั่งห้ามแรงงานไทยเข้าคาสิโนฝั่งกัมพูชา ยิ่งสะท้อนว่าไทยควรมียุทธศาสตร์ของตนเอง ไม่ใช่แค่ควบคุม แต่ต้องสร้าง “พื้นที่เศรษฐกิจทางเลือก” ที่ปลอดภัย ถูกกฎหมาย และเกื้อหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายแดน

พื้นที่ชายแดน เช่น อรัญประเทศ มุกดาหาร และเชียงแสน ล้วนถูกประเมินจาก IAG ว่ามีศักยภาพสูง หากได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จะกลายเป็น “เกตเวย์เศรษฐกิจ” ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว การจ้างงาน และธุรกิจบริการเข้าด้วยกัน

บทสรุป: ไทยยังไปต่อได้

แม้มีแรงสั่นสะเทือนจากคลื่นการเมือง แต่โอกาสทองของไทยในการเป็น “Entertainment & Creative Hub of ASEAN” ยังไม่หลุดมือ
ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญ วิสัยทัศน์ และการร่วมมือระหว่างฝ่ายการเมือง ภาคเอกชน และประชาชน ที่ต้องช่วยกันออกแบบอนาคตบนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และการมีส่วนร่วม

ข่าวล่าสุด

ไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ปี 69 ค่าเงินบาทยังผันผวนสูง กดรายได้ส่งออก