
เศรษฐกิจกำลังดีขึ้น
หากพิจารณารายงานประจำปีของแต่ละธนาคารในสหรัฐเมื่อปี 2553 จะพบว่า ธุรกิจธนาคารส่วนใหญ่ ยกเว้นธนาคารแห่งอเมริกา ล้วนมีผลกำไรที่เป็นกอบเป็นกำ แม้จะมีผลลัพธ์ที่โดดเด่น แต่ตัวเลขที่ออกมากลับน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
บทบรรณาธิการนิวยอร์ก ไทมส์ ระบุคำอธิบายของอิริค แดช ว่ารายงานของผลกำไรของธนาคารต่างๆ ที่เห็นว่าดีขึ้นนั้น แท้จริงแล้วเป็นผลมาจากการเพิกถอนเงินจำนวนมหาศาลออกจากกองทุนสำรองความเสียหาย ดังนั้น หากจะมองสภาพที่แท้จริงของธนาคาร สิ่งสำคัญที่ควรจะมองมากที่สุดคือ รายรับจริงของธนาคารที่ไม่ได้รับผลกระทบจากเงินสำรองค่าสินไหมทดแทน
เมื่อลองเปรียบเทียบตัวเลขสูงสุดที่ธนาคารรายใหญ่เคยทำไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งอเมริกา เชส ซิตี้กรุ๊ป เวลส์ ฟาร์โก และโกลด์แมน แซคส์ ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่ารายได้ของธนาคารเหล่านั้นลดลงทั้งหมดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเชสลดลง 3% ขณะที่โกลด์แมน แซคส์ ถลำลึกลงไปถึง 13%
ตัวเลขที่ลดลงได้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นภาพความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ ที่ธุรกิจทั้งหลายไม่สามารถขยายเติบโต จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มมากขึ้น และกระทบต่อความเชื่อมั่นหรือเครดิตในการขอยืม
อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมกว้าง การลดลงของรายได้น่าจะถือเป็นเรื่องปกติ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นฟูอยู่ก็ตาม ซึ่งอาจสร้างความผิดหวังให้กับบรรดานักลงทุนและนักการธนาคารได้ แต่กระนั้น นับได้ว่าสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้า
ท้ายที่สุด ดอดด์ แฟรงก์ แนะนำว่ากำไรภายนอกของธนาคารขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงภายนอก และความพยายามในการลดภัยคุกคามอื่นๆ และถ้าประสบผลสำเร็จ ธนาคารต่างๆ จะเติบโตมากขึ้น แต่จะไม่ใช่ในฐานะผู้ผลิตเงินอย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งถือเป็นราคาเล็กน้อยที่ต้องจ่ายเมื่อเทียบกับระบบมั่นคงที่จะได้กลับมา







