
"นพดล" เชื่อ "นายกฯอิ๊งค์" ไปจีน ช่วยเพิ่มตลาดส่งออกดึงดูดนักลงทุนจีน
"นพดล" เชื่อ นายกฯอิ๊งค์ ไปจีน ช่วยเพิ่มตลาดส่งออกดึงดูดนักลงทุนจีน กระชับความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ หวังช่วยสร้างสันติภาพในเมียนมาร์
นายนพดล ปัทมะ สส. พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ตามที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ นับว่าเป็นจังหวะที่ดีมากเพราะปีนี้เป็นปีฉลองความสัมพันธ์ 50 ปีไทย-จีน อีกทั้งขณะนี้ การเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์โลกมีพลวัตต่อเนื่อง ส่งผลให้ความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างไทย-จีนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เท่าที่ดูกำหนดการที่ท่านนายกฯจะได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดี สี จิ้นผิง หารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียงและกับประธานสภาประชาชนฯ ซึ่งถือว่าทางการจีนได้ให้เกียรติกับนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นอย่างมาก ที่ได้พบปะบุคคลสำคัญครบถ้วน
นอกจากนั้นตนเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะหยิบยกประเด็นทวิภาคีที่จะกระชับความร่วมมือทางด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะการขยายตลาดสินค้าส่งออกให้สินค้าไทย การดึงดูดการลงทุนจากประเทศจีนโดยเฉพาะในเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า และการสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยและยังเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของชาวจีนซึ่งไทยดูแลเสมือนญาติ ตนเชื่อมั่นว่าภายหลังการเยือนครั้งนี้จะช่วยยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้กระชับแน่นแฟ้นขึ้นไปอีกและสามารถขยายตลาดการส่งออกและสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวชาวจีนมากยิ่งขึ้น
นายนพดล กล่าวต่อว่า มีประเด็นเรื่องความมั่นคงในภูมิภาคที่อยากจะเสนอให้รัฐบาลไปพิจารณาว่าจะมีโอกาสหารือประเด็นเรื่องของเมียนมาร์หรือไม่ เนื่องจากการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมาร์นั้นประเทศไทยเป็นผู้มีบทบาทนำ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่เมียนมาร์ เพราะถ้าอาเซียน ไทยและมหาอำนาจในภูมิภาคผลักดันการสร้างสันติภาพในเมียนมาร์สำเร็จ จะช่วยแก้ปัญหาที่ประเทศไทยต้องแบกรับในทุกปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้อพยพ ปัญหาฝุ่น พีเอ็ม 2.5 คอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ และปัญหายาเสพติดซึ่งต้องยอมรับว่าบทบทบาททางการทูตของประเทศจีนนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ต่อการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค รวมถึงเมียนมาร์
“ตนคิดว่าถ้ามีโอกาสและจังหวะที่เหมาะสม ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเมียนมาร์น่าจะเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าไปพิจารณาซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนบทบาทด้านต่างประเทศของไทยและสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลกได้มากขึ้นไปอีก”







