posttoday
ถึงเวลาโลกระดมสมอง ตั้งปราการสู้วิกฤตอาหารแพง

ถึงเวลาโลกระดมสมอง ตั้งปราการสู้วิกฤตอาหารแพง

26 มกราคม 2554

ได้รับกระแสตอบสนองอย่างล้นหลาม ทั้งจาก FAO และรัฐบาลต่างๆ หลังจากที่ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ในฐานะประธานกลุ่ม G20 เสนอมาตรการเพื่อสกัดกั้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาอาหารถีบตัวขึ้นมา จนอาจสั่นสะเทือนเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม

ได้รับกระแสตอบสนองอย่างล้นหลาม ทั้งจาก FAO และรัฐบาลต่างๆ หลังจากที่ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ในฐานะประธานกลุ่ม G20 เสนอมาตรการเพื่อสกัดกั้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาอาหารถีบตัวขึ้นมา จนอาจสั่นสะเทือนเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ


ถึงเวลาโลกระดมสมอง ตั้งปราการสู้วิกฤตอาหารแพง

ได้รับกระแสตอบสนองอย่างล้นหลาม ทั้งจาก FAO และรัฐบาลต่างๆ หลังจากที่ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ในฐานะประธานกลุ่ม G20 เสนอมาตรการเพื่อสกัดกั้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะราคาอาหารถีบตัวขึ้นมา จนอาจสั่นสะเทือนเสถียรภาพทางการเมืองและสังคม

มาตรการของประธาน G20 โดยสรุปมีดังนี้

lจัดตั้งฐานข้อมูลผลผลิต การบริโภค และสต๊อกสินค้าภาคเกษตรทั่วโลก

lเสริมความร่วมมือในระดับโลก เพื่อป้องกันการใช้มาตรการควบคุมผลผลิตเพียงฝ่ายเดียว

lหาหนทางให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ประเทศยากจน เพื่อปรับระดับความมั่นคงด้านอาหาร

lยกเว้นความช่วยเหลือด้านอาหารจากภาษีส่งออก

lเพิ่มปริมาณผลผลิตภาคเกษตรเพื่อรองรับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น

lผู้ประกอบการในตลาดจะต้องให้การรับประกันการค้าสินค้าโภคภัณฑ์จากภาคเกษตร

lผลักดันให้วางมาตรการควบคุมตลาดโภคภัณฑ์ ดังเช่นที่สหรัฐและยุโรปกำลังพยายามผลักดัน

พิจารณาจากมาตรการเหล่านี้ อาจกล่าวได้ว่า นับตั้งแต่เริ่มการประชุมสุดยอด G20 เมื่อปี 2551 เป็นต้นมา ฝรั่งเศสถือเป็นประธานกลุ่มที่มีท่าทีกระตือรือร้นที่สุด และเป็นครั้งที่มีการนำเสนอมาตรการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมที่สุด กระชับและครอบคลุมที่สุด

นี่มิใช่คำเยินยอ แต่เป็นการย้ำว่า ราคาอาหารเป็น “มารดาของทุกปัญหา” กระทบถึงผู้คนทุกชนชั้น ตั้งแต่แรงงานหาเช้ากินค่ำ จนถึงนักลงทุนระดับพันล้าน และตั้งแต่คนเดินดินที่ไม่มีใครรู้จัก จนถึงประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจ

นอกจากนี้ ปัญหาราคาอาหารแพงยังส่อเค้าชัดเจนถึงระดับรุนแรงและเร่งด่วนเกินกว่าจะวางมาตรการอย่างกว้างๆ เพราะถึงขั้นที่ G20 จำต้องเปลี่ยนเป้าประสงค์หลักของกลุ่ม จากเดิมที่มุ่งเน้นความร่วมมือด้านการเงินการคลังระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ มาเป็นการสกัดกั้นปัญหาด้านระดับราคาในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

นับแต่แรกเริ่มที่มีการรวมกลุ่มเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว G20 ได้วางเค้าโครงความร่วมมือของกลุ่มค่อนข้างกว้าง หนึ่งในนั้นคือรักษาเสถียรภาพในการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงเสถียรภาพของตลาดโภคภัณฑ์ด้านพลังงานและทรัพยากร ซึ่งแม้จะเอ่ยถึงตลาดโภคภัณฑ์ แต่ยังมิได้เน้นหนักในปัญหาราคาอาหารแต่อย่างใด แม้โลกจะเคยผ่านวิกฤตอาหารขาดแคลนมาแล้วระหว่างปี 25502551

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงแสดงให้เห็นว่า ปัญหาร่วมกันของชาวโลกมิใช่วิกฤตการเงินอีกต่อไป แต่เป็นปัญหาราคาอาหารที่จริงจังและหนักหน่วงยิ่งกว่าในระยะยาว

เข้าทำนองที่ว่า “เงินทองของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง”!

“ของจริง” ที่ว่านี้ส่อเค้าลางของปัญหามาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยที่ FAO เคยเตือนไว้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2553 ว่า ในทศวรรษต่อจากนี้ ราคาอาหารแพงจะไม่ใช่ปัญหาผีเข้าผีออกอีกต่อไป แต่นับเป็นภัยคุกคามในระยะยาว และจะหลอกหลอนชาวโลกอย่างสยดสยองยิ่งขึ้นทุกที

เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว FAO เตือนว่า ภายในเวลา 40 ปีต่อจากนี้ ปริมาณการผลิตอาหารจะต้องสูงขึ้นอีก 70% เพื่อตอบสนองความต้องการของจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 9,150 ล้านคนในปี 2050

มาในปีนี้ FAO ยังวางกำหนดเวลาไว้ที่ 40 ปีเช่นเดิม ด้วยปริมาณการผลิตที่ควรเพิ่มขึ้นในอัตราเดิม ทว่า ในส่วนของประเทศกำลังพัฒนา กลับก่อสัญญาณอันตรายขึ้น เมื่อ FAO เตือนว่า อาจต้องป้อนอาหารให้ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นถึง 100%

การที่จะเพิ่มปริมาณผลผลิตให้มากมายถึงเพียงนั้น จะต้องทุ่มงบประมาณภาครัฐเพื่อพัฒนาภาคการเกษตรถึงปีละกว่า 4.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนภาคธุรกิจอาจต้องใช้เงินถึง 6 หมื่น1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ในส่วนของปัญหาประชากรล้นโลก ไม่เฉพาะจีนและอินเดียเท่านั้นที่ตกเป็นเป้าจับตามอง ในฐานที่ประชากรมากที่สุด 2 อันดับแรก แต่ประเทศกำลังพัฒนารายอื่นๆ มีอัตราการเกิดที่รวดเร็วไม่น้อยเช่นกัน สวนทางกับประเทศพัฒนาแล้วที่อัตราการเกิดเริ่มชะลอตัวลง

ข้อมูลจาก UNDP บ่งชี้ว่า อัตราการเกิดของประชากรในทวีปแอฟริการะหว่างทศวรรษที่ 19502010 อยู่ในระดับที่รวดเร็วที่สุดถึง 26.1% ส่วนเอเชียมีอัตราการขยายตัวที่อันดับที่ 4 ที่ 12.7% แม้จะอยู่ในระดับที่ต่างกัน แต่ทั้งสองทวีปเป็นพื้นที่ที่เคยประสบกับวิกฤตอาหารมาโดยตลอด จึงนับเป็นภูมิภาคที่เปราะบางต่อปัญหานี้มากที่สุด

ผลพวงจากปัญหาประชากรล้นโลกและอาหารขาดแคลน ส่งผลกระทบรวดเร็วกว่าที่ FAO คาดการณ์ไว้ เพราะหากพิจารณาถึงมาตรการที่ฝรั่งเศสได้นำเสนอ จะพบช่องโหว่ไม่น้อย และช่องโหว่เหล่านี้ไม่อาจแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น เพราะเป็นปัญหาในเชิงหลักการบ้าง และปัญหาในเชิงปฏิบัติบ้าง

ในส่วนของข้อเสนอให้เสริมความร่วมมือในระดับโลก เพื่อป้องกันการใช้มาตรการควบคุมผลผลิตเพียงฝ่ายเดียว มีการยกกรณีที่รัสเซียสั่งห้ามการส่งออกข้าวสาลีเมื่อปีที่แล้วเป็นตัวอย่าง ซึ่งครั้งนั้นยังผลให้ราคาข้าวสาลีทั่วโลกแพงขึ้นถึง 502% ช่วงไตรมาส 23 ของปีที่แล้ว

กรณีนี้แม้จะเกี่ยวพันต่อปากท้องของชาวโลก แต่จะมีวิธีการใดหรือที่จะสามารถบีบบังคับประเทศหนึ่งๆ ให้ปฏิบัติตามแรงกดดันได้ โดยมิถูกมองว่าเป็นการก้าวล้ำกิจการภายใน

ข้อเสนอต่อมา คือ เพิ่มปริมาณผลผลิตภาคเกษตรเพื่อรองรับจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น จุดนี้มีปัญหาในเชิงปฏิบัติมากพอๆ กับที่ไม่มีปัญหา กล่าวคือ ถึงแม้จะผลักดันเทคโนโลยีในการเพิ่มผลผลิตได้ระดับหนึ่ง แต่เรายังไม่สามารถรับประกันผลพวงต่อการผลิตจนเกิดศักยภาพของธรรมชาติ

ขอให้ดูการปฏิวัติเขียว (Green Revolution) ระหว่างปี 19501984 เป็นอุทาหรณ์ แม้จะสามารถเพิ่มผลผลิตธัญพืชได้ถึง 250% แต่ก็กระตุ้นอัตราการเพิ่มของประชากรถึง 4,000 ล้านคน อีกทั้งการกระหน่ำใช้สารเคมี การผันน้ำเพื่อชลประทานอย่างไม่ยั้งคิด ยังก่อปัญหาระยะยาวด้านสิ่งแวดล้อมจนทุกวันนี้

ไม่เพียงเท่านั้น ในส่วนของการปรับปรุงตลาด ยังพบว่า การป้องกันมาตรการกีดกันทางการค้า อาจเป็นอุปสรรคที่ยากเย็นที่สุด เพราะความที่สินค้าเกษตรสามารถดึงความต้องการได้อย่างต่อเนื่อง จึงนับเป็นสินค้าที่ทำรายได้อย่างยั่งยืนที่สุด จึงไม่น่าแปลกใจที่นานาประเทศจะปกป้องตลาดของตัวเองอย่างเต็มที่ และเป็นสาเหตุของความไม่ลงรอยระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา อันเป็นส่วนหนึ่งของ G20 จนยังผลให้ข้อตกลงการค้าเสรีรอบโดฮา หากข้อตกลงรอบโดฮา ในส่วนของภาคเกษตร ไม่ผ่านความเห็นชอบของทุกฝ่าย ข้อเสนอของฝรั่งเศสย่อมไม่มีทางปรับใช้ได้อย่างจริงจัง

ความเห็นที่ตรงกันของทุกฝ่าย คือ วิกฤตอาหารโลกมิใช่ปรากฏการณ์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นภัยคุกคามระยะยาวที่ต้องยกระดับให้เป็นวาระร่วมกันของชาวโลกดังเช่นที่ G20 ได้ริเริ่มเป็นก้าวแรก

สิ่งที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ คือแนวทางในการรับมือที่ตรงจุดที่สุด ระหว่างการวางแผนเพื่อกำหนดจำนวนประชากรโลกที่ไม่เป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ อันอาจเกิดขึ้นจากสงครามแย่งชิงปัจจัยสี่ หรือจะเป็นการปรับโครงสร้างภาคการเกษตรครั้งใหญ่ ดังเช่น ความพยายามในอดีตผ่านการปฏิวัติเขียว

แต่แนวทางการควบคุมประชากรโลกยังไม่ส่อเค้าประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ว่า การลดจำนวนประชากรในประเทศหนึ่งๆ จะกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ ยังผลให้บางประเทศเกิดความลังเลที่จะใช้มาตรการนี้อย่างเข้มงวด

ส่วนผลของการปฏิวัติเขียว เป็นที่รับทราบกันในวงกว้างว่า ได้ยังความหายนะให้เกิดขึ้นในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากปัญหาสิ่งแวดล้อมถูกบงการด้วยน้ำมือมนุษย์จนผิดธรรมชาติ การสูญพันธุ์ของพืชท้องถิ่นซึ่งทนต่อภัยธรรมชาติ และผลเสียร้ายแรงจากสารเคมี

ถึงที่สุดแล้วทุกข้อเสนอนับเป็นความหวังดี ที่ยังต้องอาศัยการระดมสมองอย่างหนักจากประชาคมโลก

 

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่