posttoday

สว.ปฏิมา จีระแพทย์ ฝากว่าที่นายกฯใหม่แก้ศก.ฟื้น SMEs

16 สิงหาคม 2567

สว.ปฏิมา จีระแพทย์ ฝากว่าที่นายกฯหญิงและครม.ใหม่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ 8ข้อเป็นวาระเร่งด่วน ช่วยผู้ประกอบการ SMEs

นายปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ฝากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จัดเรียงลำดับความสำคัญ และจัดวางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นวาระเร่งด่วนที่สุด เพราะชีวิตคนไทยที่ไม่มีจะกิน ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากที่ประสบปัญหา รอการแก้ไขปัญหามานาน และคงรอต่อไปอีกไม่ได้แล้ว ดังนี้
 

เรียน พี่น้องชาวไทยที่รักและเคารพทุกท่าน

ในช่วงเวลานี้ ประเทศของเราอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง จนละเลยความเร่งด่วนในการแก้ปัญหาปากท้องและการทำมาหากินของประชาชน ผมขอเรียกร้องให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกัน 

หากปัญหาเศรษฐกิจที่ถาโถมมันใหญ่มากจนยากจะแก้ด้วยโครงการเดียว ผมขอแยกปัญหาเพื่อให้แต่ละภาคส่วนกำหนดแผนแก้ปัญหาง่ายขึ้น ดังนี้

1. ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ  ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนในประเทศไทยเป็นปัญหาใหญ่ รายได้และทรัพย์สินถูกกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนรวย ในขณะที่คนชนชั้นล่างและชนชั้นกลางประสบปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูง

2. หนี้ครัวเรือนสูง  ระดับหนี้ครัวเรือนในประเทศไทยอยู่ในระดับสูง เป็นภาระหนักต่อครอบครัวส่วนใหญ่ และทำให้การบริโภคภายในประเทศอ่อนแอลง

3. อัตราการว่างงานและการขาดแคลนงานที่มั่นคง  แม้ประเทศไทยจะมีอัตราการว่างงานที่ต่ำในเชิงตัวเลข แต่ปัญหาคือการขาดงานที่มั่นคงและการจ้างงานที่มีคุณภาพ ทำให้หลายคนต้องทำงานที่ได้รับค่าจ้างที่ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว

4. ปัญหาทางการเกษตร  ราคาสินค้าเกษตรไม่เสถียร การพึ่งพาผลผลิตทางการเกษตรเป็นรายได้หลักในหลายภูมิภาค และปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ภัยแล้งและน้ำท่วม ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอนและเป็นหนี้สินมากขึ้น

5. การขาดทักษะแรงงานที่ทันสมัย  ทักษะของแรงงานไทยไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการแข่งขันกับประเทศอื่น

6. การพึ่งพาเศรษฐกิจภายนอก  เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวอย่างมาก เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในตลาดโลก เช่น วิกฤตเศรษฐกิจหรือโรคระบาด ความสามารถในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจึงช้า

7. การชะลอตัวของการลงทุน  ความไม่แน่นอนทางการเมืองและนโยบายที่ไม่ต่อเนื่องทำให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศลังเลที่จะลงทุนในประเทศไทย ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่เติบโตเท่าศักยภาพที่มี

8. ภาระทางงบประมาณของรัฐบาล  การจัดการงบประมาณและหนี้สาธารณะของรัฐบาลเป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลต้องใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนโครงการสวัสดิการต่าง ๆ ในขณะที่รายได้จากภาษีไม่เพียงพอ

ปัญหาข้างต้นจะสามารถแก้ไขได้ก็ต่อเมื่อทำงานอย่างจริงจังและเป็นระบบ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและเติบโตอย่างยั่งยืนเร็วที่สุด 

จึงขอฝากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จัดเรียงลำดับความสำคัญ และจัดวางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นวาระเร่งด่วนที่สุด เพราะชีวิตคนไทยที่ไม่มีจะกิน ผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากที่ประสบปัญหา รอการแก้ไขปัญหามานาน และคงรอต่อไปอีกไม่ได้แล้วครับ
 

ข่าวล่าสุด

อธิบดี ปภ. สั่งเข้ม “เข้าเร็ว เข้าไว” เร่งลด Hotspot ไฟป่าภาคเหนือ