posttoday

พิชิต โบกมือลา ปฏิเสธโดนกดดัน ลาออกจากรัฐมนตรี

21 พฤษภาคม 2567

พิชิต​ เผย ลาออกจากตำแหน่ง​รัฐมนตรีเอง ไม่มีใครกดดัน​ ปัดตอบ​ ลาออกเพราะต้องการรักษา เก้าอี้นายกรัฐมนตรี ชี้ ไม่ยึดติดตำแหน่ง ย้ำสโลแกนก่อนโบกมือลา ทำงานจริงจัง คบได้จริงใจ ประชาธิปัตย์ ไล่บี้ ระบุ เศรษฐา ยังต้องรับผิดชอบ แนะจับตา 23พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ รับ-ไม่รับคำร้อง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินออกจากห้องทำงานที่ตึกบัญชาการ1 ทำเนียบรัฐบาล ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพื่อขึ้นรถประจำตำแหน่งออกจากทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงเหตุผลการลาออกว่า มาจากอะไร นายพิชิต ตอบว่า เหตุผลแจ้งในใบลาออกแล้ว

เมื่อถามว่า มีใครมากดดันให้ลาออกจากตำแหน่งหรือไม่​ นายพิชิต​กล่าวว่า ไม่มีใครกดดัน ไม่มีอะไร

เมื่อถามว่าช่วงเช้า21พ.ค. แสดงความมั่นใจว่า จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง นายพิชิตกล่าวว่าเมื่อเช้า​ ก็บอกแล้วไง ไม่มีอะไร​
 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะไปดำรงตำแหน่งอะไร นายพิชิตหันกลับมาตอบผู้สื่อข่าวว่าจะให้ทำงานอีกหรือ ก่อนที่จะหัวเราะพร้อมโบกมือลาสื่อมวลชน​ และกล่าวว่า ชื่นบาน​ ชื่นบาน​

เมื่อถามว่า สรุปแล้วได้คุยกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่เกี่ยวกับการลาออก นายพิชิต​ กล่าวว่า สบายๆ ไม่มีอะไรกดดันเลย ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง

เมื่อถามว่าออกจากตำแหน่งแล้ว คดีของนายกฯ ที่เหลืออยู่จะถูก ศาลรัฐธรรมนูญจำหน่าย​ และไม่พิจารณา​ต่อในภายหลังหรือไม่​ นายพิชิต​ ไม่ตอบ เพียงแต่โบกมือ​และกล่าวว่า​ บ๊ายบายสื่อ​ ก่อนขึ้นไปบนรถ​ ก่อนที่จะลดกระจกลงและโบกมือลาสื่ออีกครั้ง​ พร้อมกล่าวว่า อยู่ให้คนรักจากให้คนคิดถึง สโลแกนพี่ ทำงานจริงจัง​ คบได้จริงใจ

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามอีกว่า สาเหตุที่ลาออก เพราะต้องการเซฟเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายพิชิตปิดกระจกรถและไม่ตอบคำถามก่อนที่รถจะเคลื่อนออกจากทำเนียบรัฐบาลในทันที

พิชิต โบกมือลา ปฏิเสธโดนกดดัน ลาออกจากรัฐมนตรี

ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลาออกของนายพิชิตว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต้องได้รับคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม คำร้องของสว. กรณีนายพิชิต อยู่ที่ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะจำหน่ายคดีหรือไม่ กรณีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อ จากการกระทำที่สำเร็จแล้ว การเสนอตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรี ถือว่าเป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว ต้องย้อนกลับมาดูต้นเหตุว่า กรณีนายพิชิต ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา160 หรือไม่ ที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริตและเรื่องจริยธรรม เชื่อว่า การลาออกของนายพิชิต จะยังไม่จบเพราะนายกรัฐมนตรี ยังคงต้องรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญอยู่

นายราเมศกล่าวว่า ประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรมเป็นเรื่องที่ประชาชนยังให้ความสนใจและต้องการคำตอบในมาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริต จริยธรรมของนักการเมืองในระบบประชาธิปไตย ความรุ่งเรืองของบ้านเมืองยังคงต้องพึ่งหลักสุจริต

"ถ้านายกรัฐมนตรีจะให้จบเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีต้องลาออก คดีอาจจะไปได้ยาก เพราะความเป็นรัฐมนตรีได้สิ้นสุด ไม่มีประเด็นให้ต้องวินิจฉัย เหตุเพราะประเด็นในการพิจารณาคดีคือความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อลาออกก่อนก็ถือว่าสิ้นสุดก็จะจำหน่ายคดี สุดท้ายก็ต้องรอดูคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะรับคำร้องไว้หรือไม่ และจะจำหน่ายคดีกรณีนายพิชิตรายเดียวหรือไม่ ทั้งหมดเป็นดุลพินิจไม่สามารถก้าวล่วงได้"นายราเมศกล่าว