
ส.ส.เหนือพท.ซัดพรรคแตกเพราะกลุ่มมิ่งขวัญเชียร์เกิน
ส.ส.เหนือเพื่อไทย ซัดพรรคแตกเพราะ กลุ่มมิ่งขวัญเชียร์เกิน ติงเพื่อไทยไม่รีบร้อนยื่นซักฟอก จับตาการเมืองร้อนบีบรัฐบาล เล็งชงซักฟอกนายกฯคนเดียว
ส.ส.เหนือเพื่อไทย ซัดพรรคแตกเพราะ กลุ่มมิ่งขวัญเชียร์เกิน ติงเพื่อไทยไม่รีบร้อนยื่นซักฟอก จับตาการเมืองร้อนบีบรัฐบาล เล็งชงซักฟอกนายกฯคนเดียว
นายสงวน พงษ์มณี ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเชื่อว่าไม่มีปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย ระหว่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทยกับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ทั้งสิ้น ทุกอย่างอาจมากจากที่มี ส.ส.บางคนในพรรคที่สถาปนาเป็นคนของ นายมิ่งขวัญ แล้วออกมาพูดอย่างต่อเนื่องถึงรูปแบบการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งต่อไป จะเป็นแบบสมานฉันท์ ไม่ดุเด็ดเผ็ดมันเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ร.ต.อ.เฉลิม รู้สึกไม่สบายใจ เพราะลึกๆแล้วตนมั่นใจ นายมิ่งขวัญเองก็ไม่ได้ต้องการให้เกิดปัญหาภายในพรรคขึ้น อาจมีบางคนไม่ต้องการให้พรรคมีเอกภาพทั้งคนนอกและคนในพรรคบางกลุ่ม
“หากย้อนไปดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจ2 ครั้งที่ผ่านมาจะเห็นว่าครั้งแรก ทั้งร.ต.อ.เฉลิม และ นายมิ่งขวัญ ต่างได้ร่วมกันอภิปรายในสภา แต่ครั้งที่สอง ร.ต.อ.เฉลิมได้นำอภิปรายโดยเฉพาะเนื้อหาส่วนใหญ่เน้นพุ่งไปในเรื่องการล้อมปราบประชาชนเดือนเมษายนทั้งร.ต.อ.เฉลิม นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน ต่างอภิปรายกันอย่างเต็มที่จนอภิปรายเรื่องทุจริตน้อยและไม่มีเรื่องที่นายมิ่งขวัญจะได้พูด แต่นายมิ่งขวัญได้ทำงานอยู่เบื้องหลัง ให้คำแนะนำเป็นเหมือน”ติวเตอร์”ให้กำลังใจกับผู้ที่อภิปราย จึงทำให้ไม่เห็นบทบาท เพียงการทำงานมีรูปแบบ เป็นทีมงานมากกว่า ดังนั้น เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร พรรคสามารถผนึกร่วมกันทำหน้าที่ครั้งเพราะข้อมูลก็พร้อม แต่คงไม่ได้รีบร้อนในการยื่นเนื่องจากยังมีเวลา ยิ่งรัฐบาลอยู่นานเท่าไหร่ ปัญหาก็ยิ่งมาก” ส.ส.ลำพูน ย้ำ
ส.ส.ลำพูน ยังวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การเมืองว่าจากนี้ไปขอให้จับตาดูการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.และคนเสื้อแดงที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ม.ค.นี้หากมีประชาชนเข้ามาร่วมเพิ่มจำนวนมากกว่าทุกครั้งก็จะมองเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นกับการแสดงพลัง และขอให้จับตาดูสถานการณ์ก่อนที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาในรัฐสภา วันที่25ม.ค.นี้ซึ่งไปตรงกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อีกทั้งน่าแปลกใจทำไมเพิ่งมีการจับกุม 2 แกนนำพันธมิตรฯในช่วงนี้ด้วยจะทำให้การเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระสองเสร็จแล้ว ต้องทิ้งเวลา15วันเพื่อลงมติก่อนวันที่18ก.พ.ซึ่งอย่าลืมว่า 74 ส.ว.สรรหา จะหมดวาระในการดำรงตำแหน่งพอดี ดังนั้นช่วงเวลาจากนี้อาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้
นายสงวน กล่าวอีกว่าสำหรับในการประชุม ส.ส.วันที่ 24 ม.ค.นี้คงจะหารือเรื่องวาระประชุมร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับท่าทีและจุดยืนของพรรคเพื่อไทยให้ชัดเจนโดยพรรคไม่ควรไปร่วมสังฆกรรมด้วยเพราะถ้าร่างไม่ผ่าน ทุกอย่างจะไปกดดันรัฐบาล แต่หากจะหารือเรื่องการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ตนก็จะเสนอให้พรรคยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว เป็นหลักเพราะต้องเข้าใจการบริหารโดยกฎหมายทุกเรื่องทุกโครงการเมกกะโปรเจคของรัฐบาลล้วนผ่านความเห็นชองและการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะปฎิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ และรัฐมนตรีก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบด้วย
นายสงวน กล่าวต่อว่า หากพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเมื่อใด ก็จะทำให้อำนาจการต่อรองของนายกรัฐมนตรีลดลงไปด้วย เพราะจะทำให้นายกรัฐมนตรีไม่สามารถใช้อำนาจในการยุบสภาได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กำหนดไว้ชัดเจน ห้ามนายกรัฐมนตรียุบสภา ดังนั้น หากเสียงลงมติไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่งก็จะทำให้นายกรัฐมนตรี ต้องพ้นจากตำแหน่งทันที ซึ่งประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องนำรายชื่อที่แนบท้ายญัตติขึ้นทูลเกล้าฯทันทีเพื่อทรงโปรดเกล้าฯแต่งตั้งต่อไป







