
หมายจับจราจร มาตรการหยุดภัยบนถนน
ปัญหาในกรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมร หนีไม่พ้นจราจรติดหนึบเป็นตังเมและอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ละปีประเทศชาติต้องสูญเสียบุคลากรและงบประมาณในการรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล
ปัญหาในกรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมร หนีไม่พ้นจราจรติดหนึบเป็นตังเมและอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ละปีประเทศชาติต้องสูญเสียบุคลากรและงบประมาณในการรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล
โดย กันติพิชญ์ ใจบุญ
ปัญหาในกรุงเทพมหานคร เมืองฟ้าอมร หนีไม่พ้นจราจรติดหนึบเป็นตังเมและอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่ละปีประเทศชาติต้องสูญเสียบุคลากรและงบประมาณในการรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล
กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ผู้รับผิดชอบปัญหานี้โดยตรงจึงปิ๊งไอเดียลดอุบัติเหตุลงได้ และหวังให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเล็งเห็นอันตรายบนท้องถนนด้วย
พ.ต.อ.วีระวิทย์ วัจนะพุกกะ ผู้กำกับการ 1 (กก.1) (สายตรวจ) บก.จร. จึงผุดไอเดียโครงการ “กรุงเทพปลอดภัย จราจรใส่ใจ ป้องกันภัยลดอุบัติเหตุ” หรือรู้จักกันในชื่อหมายจับจราจรนั่นเอง
เจ้าของไอเดีย เล่าให้ฟังว่า ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนถือเป็นปัญหาระดับประเทศ และรัฐบาลก็มองเห็นในจุดนี้ จึงต้องเร่งบูรณาการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อลดปัญหาดังกล่าวให้ได้ ประกอบกับการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2553 ที่ต้องการให้ปี 25542563 ต้องเป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน บก.จร.จึงรับลูกเร่งดำเนินการ
โครงการนี้จะเริ่มจากนโยบายการรณรงค์บังคับใช้กฎหมายให้สวมหมวกนิรภัยครบ 100% ทั้งการขับขี่ในถนนหลักหรือซอยย่อยต่างๆ เพื่อเป็นการลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ กก.1 จึงริเริ่มทำเป็นเจ้าแรก โดยควบคุมไว้ใน 2 มิติ คือ ใช้หลักการป้องกันควบคู่ไปกับการจับกุม โครงการ “กรุงเทพปลอดภัย จราจรใส่ใจ ป้องกันภัยลดอุบัติเหตุ” (หมายจับจราจร) จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมา
การแก้ไขปัญหา หากแยกจำเพาะออกมาจะพบว่ามีอยู่ 7 พฤติกรรมการขับขี่ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ คือ 1.ไม่สวมหมวกันน็อกขณะขับขื่และโดยสาร 2.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่หรือโดยสารตอนหน้า 3.ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หรือไม่พกติดตัว 4.เมาแล้วขับ 5.ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
6.ขับรถไม่เป็นไปในทิศทางเดินรถ (ย้อนศร) และ 7.ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ชิดขอบทางด้านซ้าย ทั้ง 7 พฤติกรรมเสี่ยงนี้ ถือเป็นข้อหาที่ต้องยัดเข้าไปใน “หมายจับจราจร” เพื่อให้ประชาชนเคารพกฎหมาย และต้องยึดถืออย่างจริงจัง โดยตำรวจจราจรต้องเอาใจใส่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นด้วย
“โครงการนี้เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค. พื้นที่เป้าหมายนำร่อง คือ อยู่ที่ 8 เส้นทางจราจร ทั้งถนนหลักและตรอกซอกซอยใน กทม. คือ 1.ถนนพหลโยธิน และซอยแยก 2.ถนนกำแพงเพชร 2 และซอยแยก 3.ถนนสุขุมวิท และซอยแยก 4.ถนนพระราม 4 และซอยแยก
5.ถนนเจริญกรุง และซอยแยก 6.ถนนราชดำเนิน และซอยแยก 7.ถนนบรมราชชนนี และซอยยแยก และ 8.ถนนเพชรเกษม และซอยแยก” ผกก.วีระวิทย์ เล่า
แต่จะว่าไปแล้ว หากตำรวจเข้มงวดจับกันอย่างเดียว แน่นอนว่าประชาชนคงต้องไม่พอใจ แต่เมื่อมองถึงด้านการปราบปรามอย่างเดียวก็คงจะใช่เรื่อง แล้วเรื่องการรณรงค์เพื่อไม่ให้ผู้ขับขี่ถูกจับกุมล่ะจะดำเนินการอย่างไร
เรื่องนี้ ผกก. จาก กก.1 ชี้แจงว่า ตำรวจจะไม่จับอย่างเดียว ต้องรณรงค์ให้คนหันมาเล็งเห็นถึงปัญหามากยิ่งขึ้น ตำรวจต้องออกแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์ถึงโครงการ และชี้ให้เห็นอันตรายหากไม่ปฏิบัติตาม
โดยแจกไปทั้งวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินรถตู้ รวมถึงรถเมล์สายต่างๆ ที่ต้องระมัดระวังความปลอดภัยของผู้โดยสารด้วย รวมถึงผู้ขับขี่รถยนต์ตามท้องถนนเช่นกัน ที่ต้องรับรู้ข้อกฎหมายนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ตำรวจจราจรได้ออกไปแจกแผ่นปลิวใบประชาสัมพันธ์โครงการไปหลายพื้นที่ใน กทม.แล้ว ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้ไว้ว่าตำรวจจราจรเขาเริ่มเอาจริงแล้ว ว่าขับรถแล้วจะมีข้อหาอะไรบ้างที่ผิดกฎหมาย โดยตำรวจได้ทำเป็นใบปลิวเพื่อให้สะดุดตาตามข้อแจ้งข้อหาให้รู้ว่า 7 พฤติกรรมเสี่ยงภัยที่ผิดกฎหมายมีอะไรบ้าง
การออกมาเตือนของตำรวจจราจรในครั้งนี้ เป็นการส่งสัญญาญว่าตำรวจเอาจริงแล้ว และถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ เพื่อให้ทุกคนเคารพกฎและมีชีวิตอยู่ยืนยาวไม่ลาโลกก่อนวัยอันควรนั่นเอง !!!







