
ขึ้นภาษีทางอ้อม
รัฐบาลดูเหมือนกำลังจะสร้างระบบรัฐสวัสดิการแบบใหม่ขึ้นมา เป้าหมายสำคัญคือช่วยเหลือคนระดับรากหญ้า ทั้งคนจนเมือง คนจนชนบท
รัฐบาลดูเหมือนกำลังจะสร้างระบบรัฐสวัสดิการแบบใหม่ขึ้นมา เป้าหมายสำคัญคือช่วยเหลือคนระดับรากหญ้า ทั้งคนจนเมือง คนจนชนบท
แต่ระบบดังกล่าว รัฐบาลผลักภาระให้คนชั้นกลางขึ้นไป หรือพูดให้ถูกคือ ผู้เสียภาษี เป็นผู้รับภาระ
เริ่มตั้งแต่ปลายปีก่อน รัฐบาลให้ของขวัญผู้ใช้แรงงานโดยเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ รัฐบาลไม่ออกเงินสักสลึง แต่คนที่ต้องจ่ายคือนายจ้าง
หนึ่งแล้วนะ
ถัดมาประชาวิวัฒน์ รัฐบาลผลักดันให้แรงงานนอกระบบ ได้แก่ วินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ ฯลฯ เข้ามาสู่ระบบประกันสังคม โดยจ่ายเงินสมทบในอัตราที่ต่ำ
แน่นอน เงินส่วนหนึ่งรัฐบาลต้องสมทบ ซึ่งมีการระบุว่าจะเอาเงินในกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่ไปอุดหนุน
มันจึงไม่ต่างจากการเอาเงินที่ลูกจ้างที่เคยจ่ายเข้าประกันสังคมทุกเดือนๆ ไปอุดหนุนแรงงานนอกระบบที่จะเข้ามาใหม่
สองแล้วนะ
ถัดมาค่าไฟฟ้าที่จะให้ใช้ฟรีได้ 90 หน่วย ต้องใช้เงินอุดหนุนนับหมื่นล้านบาท รัฐบาลจะผลักภาระไปให้กลุ่มอุตสาหกรรม หรือบ้านที่ใช้ไฟเกิน 90 หน่วย เป็นผู้สงเคราะห์ จ่ายแพงกว่าเดิมแทน
สามแล้วนะ
อันดับต่อไปการตรึงราคาน้ำมันดีเซล รัฐบาลก็ใช้วิธีเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ เอามาตรึงราคาดีเซล
นับไปมา นี่ก็สี่แล้ว
หรือการตรึงราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี ในภาคขนส่งและครัวเรือน รัฐบาลก็ใช้วิธีเอาภาษีส่วนร่วมมาอุดหนุน และในอนาคตจะแก้กฎหมายเอาเงินค่าภาคหลวงปิโตรเลียม ซึ่งเคยส่งเข้าระบบงบประมาณ มาอุดหนุนอีกเช่นกัน
ทั้งหมด ก็ห้าเข้าไปแล้ว
ถามว่า วิธีดังกล่าวผิดไหม และเป็นธรรมหรือไม่
เพราะการให้คนชั้นกลาง หรืออุตสาหกรรม อุดหนุนคนจน ด้วยรูปแบบต่างๆ มันก็ไม่แตกต่างจากการขึ้นภาษีทางอ้อม และนำภาษีนั้นมาช่วยเหลือคนจน
แต่รัฐบาลทำอะไรให้ชื่นใจบ้าง หรือหยุดโกงกันได้ไหม
และที่ทำไปสุดท้ายมันแปรสภาพเป็นคะแนนเสียงใช่หรือไม่
บอกหน่อยเถอะ... เอียงหูรอฟังคำตอบอยู่







