posttoday
'ภูมิธรรม'ย้ำค้านก้าวไกลแก้.272 ต้องรีบตั้งรัฐบาลวาระสำคัญสุด

'ภูมิธรรม'ย้ำค้านก้าวไกลแก้.272 ต้องรีบตั้งรัฐบาลวาระสำคัญสุด

17 กรกฎาคม 2566

'ภูมิธรรม เวชยชัย' ย้ำค้านแก้ไขม.272 ชี้“ก้าวไกล”ทำนอกข้อตกลง MOU วาระสำคัญต้องรีบตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ยันเพื่อไทยยังหนุนพิธานายกฯแต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานความจริงได้เสียงหนุนจากส.ว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า การยื่นขอแก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว.ไม่ใช่วาระสำคัญและไม่ควรเอามาเปลี่ยนเพื่อทำให้เรื่องที่สำคัญที่สุดไม่ได้รับการพิจารณาคือการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เรียนที่ประชุมระหว่างพรรคก้าวไกล กับเพื่อไทยไปแล้วว่า การแก้ไขมาตรา 272 เป็นการเสนอที่ไม่เห็นความสำเร็จ เพราะต้องได้เสียงในรัฐสภาซึ่งก็ยากอยู่แล้วขนาดชื่อนายพิธาเป็นนายกฯ ในการโหวตรอบแรกเองไม่ผ่าน 

"ที่ผ่านมาก็เคยโหวตกันไปแล้ว 6-7 ครั้งก็ยังไม่ผ่าน ยังมีเงื่อนไขที่ต้องได้เสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว.  ประมาณ 84 เสียง ขนาดเลือกนายก 64 เสียงยังไม่ได้ 84 เสียงก็ต้องพูดให้ชัดเจนว่าจะหามาอย่างไร และต้องมีฝ่ายค้านอีก 20% ขณะนี้ยังไม่มีรัฐบาลเลย เมื่อเสนอญัตติแก้ไขมาตรา 272ขึ้นมาจะหาทางออกได้อย่างไร" นายภูมิธรรม  กล่าว

นายภูมิธรรม ย้ำว่า การเสนอแก้ไขมาตรา 272 เป็นเพียงการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ไม่ใช่อิงวาระประชาชน พรรคก้าวไกลควรจะต้องพิจารณา ในความจำเป็นที่จะต้องทำ นี่คือสิ่งที่ตกลงร่วมกัน แต่สิ่งที่เราเห็นก็คืออยู่ๆนายพิธาออกมาและก็พูดถึงวาระของพรรคก้าวไกล เปิดประเด็นใหม่คือการนำมาตรา 272 มาเป็นสมรภูมิอีกอันหนึ่งอยู่นอกเหนือ MOU ซึ่งไม่ได้พูดเรื่องนี้ และเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วบอกว่าเราจะสู้กับสมรภูมิ จนกว่าจะประสบความสำเร็จจนไม่สามารถไปได้แล้ว ถึงจะมอบอำนาจต่อไปให้กับพรรคอันดับ 2 ฟังดูดี แต่ถ้ามองดูอาจจะทำให้เกิดความลำบากมากขึ้น เพราะไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน เพราะในที่ประชุมระหว่าง 2 พรรคเพื่อไทยได้ให้ความเห็นไปแล้วว่า 272 ก็เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์มันไม่ได้รับชัยชนะแต่การรีบตั้งรัฐบาลให้สำเร็จเราสามารถทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องแก้ทั้งระบบ สิ่งที่จะต้องแก้จะทำอย่างไรต้องมาดู สิ่งแรกเมื่อเป็นรัฐบาลคือการลงมติให้ไปทำประชามติเพื่อเลือกตั้ง สสร. เอามาแก้ปัญหาทันที 

“การที่นายพิธาออกมา เสนออย่างนี้ก็เหมือนการมัดมือชกเราจำเป็นต้องออกมาพูดความจำเป็นและความเป็นจริงให้ทราบวันนี้ที่จะพบกันทั้ง 8 พรรคหรือ 2 พรรคก่อนหน้านั้น เราก็จะเสนอความเห็นที่เรามีอย่างตรงไปตรงมาทั้งหมดว่าวาระประเทศหรือวาระของประชาชนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่วาระของพรรคก้าวไกลและก็ไม่ใช่วาระของนายพิธา วันนี้จะทำอย่างไรให้ประเทศเดินหน้าได้ ให้ปัญหาของประชาชนเดินหน้าได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราเห็นคือภาคธุรกิจมีความจำเป็นที่อยากได้รัฐบาลที่ชัดเจน ภาคท่องเที่ยวบอกว่า high Season เป็นโอกาสของการนำเงินเข้าประเทศ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ชัดเจนมันมีปัญหา ถึงขั้นเสนอว่ารัฐบาลจะประกอบไปด้วยอะไรก็ได้แต่ขอให้เกิดความชัดเจนว่านโยบายจะเป็นอย่างไรและมีอำนาจเต็มในการที่จะดำเนินการเรื่องต่างๆให้สำเร็จ” นายภูมิธรรม กล่าว 

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า เห็นนายพิธาพูดตบท้าย เวลานี้อนาคตของพรรคก้าวไกลและอนาคตของประชาชนอยู่ในมือของประชาชนแล้วคิดว่าอย่าเอาประชาชนเป็นตัวประกัน แต่วันนี้ประเทศชาติและประชาชนอยู่ในมือของพรรคก้าวไกล และมือของนายพิธาแล้ว ขอให้หยิบเอาเป็นที่ตั้งตัดสินใจห้ถูกต้องชัดเจนปัญหาประเทศจะคลี่คลายนี่คือสิ่งที่ฝากให้พรรคก้าวไกลเอาไปคิด 

"สิ่งที่เป็นห่วงคือถ้าหากเขายินดีจะตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยเราจะสู้เขาไม่ได้เพราะเขามี 188 บวกกับ ส.ว.อีก 250 ก็ตั้งรัฐบาลได้ เราก็ต้องอยู่กับลุงไปอีก 4 ปีลุงไหนก็แล้วแต่ ถามว่าประชาชนยินดีหรือไม่หากไม่ยินดีก็ต้องมาหาทางออกเพื่อแก้ปัญหา นี่จะเป็นประเด็นหลักในการหารือระหว่างแกนนำของพรรค และจะใช้ประเด็นนี้ไปพูดคุยกับพรรคก้าวไกล พร้อมจะคุยเพื่อหาทางออกร่วมกัน" นายภูมิธรรม กล่าว

เมื่อถามว่าจะมีประเด็น การเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคไทยขึ้นมาแทนด้วยหรือไม่ นายภูมิธรรม บอกว่าไม่มีแผนสำรอง แผนแรกแผนเดียวคือการจับมือกับ 8 พรรคร่วม เดินหน้าไปให้ถึงที่สุดและมีคำตอบที่ชัดเจนไม่ปล่อยให้มีการเลือกไปเรื่อยๆโดยที่ประเทศไม่รู้ว่าทางออกจะเป็นอย่างไร เรารอไปถึงต้นปีหน้าไม่ได้เพราะปัญหาประเทศวันนี้รุนแรงมากไม่ต้องห่วงเรื่องแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย ก็มีอยู่แล้ว 3 คน ถ้าวันไหนชัดเจนว่าจะให้เพื่อไทย เราก็เสนอได้ ไม่ใช่วาระที่เราจะทำเรื่องนี้ก่อน เราอยากให้ 8 พรรคร่วมเสนอคุณพิธาให้สำเร็จ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของพรรคก้าวไกลว่าจะทำให้สำเร็จอย่างนี้ได้อย่างไร ไม่ได้จะมีวิธีไหนที่ 8 พรรคร่วม  จะดำเนินการให้เกิดชัยชนะต่อไป 

เมื่อถามว่าหากวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธาซ้ำได้ จะพร้อมเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกของเพื่อไทยเลยหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ถ้าเสนอไม่ได้ก็ต้องมาหารือกันอีกทีว่าจะเดินหน้าอย่างไรแต่เราอาจจะต้องเลื่อนไป เพราะหนึ่งเราอาจจะเสนอได้เลยหรือ 2 อาจจะต้องใช้เวลาในการหารือร่วมกันเพื่อทำความเข้าใจก็ขึ้นอยู่กับการหารือกันทั้ง 8 พรรค 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าในการพูดคุยวันนี้จะมีการเตรียมชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเอาไว้เลยหรือไม่ หากวันที่ 19 เสนอชื่อซ้ำไม่ได้ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงในความเป็นจริงเรารู้อยู่แล้วว่าแคนดิเดตของเราอะไรอย่างไร และเรามีอำนาจที่จะดำเนินการเพื่อให้สามารถทำได้อยู่แล้ว แต่ถ้าบอกว่ายังไม่ได้คิดเลยหรือพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้คิดเลยมันก็โกหก เราคิดทางออกแต่เรายังพูดไม่ได้เพราะเราอยากให้ชัดเจนว่า กำลังมุ่งหน้าเดินหน้าสนับสนุน 8 พรรค และนายพิธาให้ประสบความสำเร็จ สิ่งที่เราคิดเราเก็บไว้จนถึงเวลาที่มีความจำเป็นที่จะเสนอ ถ้าเราเสนอวันนี้จะกลายเป็นว่าเราพูดอย่างและเราเตรียมตัวอีกอย่าง เราจะไม่เสนอให้ประเด็นมันเปลี่ยนแปลงไป 

เมื่อถามย้ำว่า วันที่ 19กรกฎาคม 2566 หากเสนอชื่อนายพิธา ซ้ำไม่ได้เพื่อไทยจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกของพรรคเลยหรือไม่ นายภูมิธรรมตอบว่า ก็อาจจะมีการพักประชุมหรืออาจจะมีอะไรได้หลายอย่าง ถ้าพักประชุมก็อาจจะมีการพูดคุยกัน 8 พรรคที่สภาก็สามารถคุยกันได้ พรรคเพื่อไทยก็สามารถที่จะตัดสินใจได้ไม่มีปัญหาตามกฎหมายที่รองรับ ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่ต้องเตรียมเราไม่ได้ไปเอาคนนอก เรามีอยู่ในมือแล้วตามกฎหมายที่เสนอในการเลือกตั้งครั้งนี้เราเสนอ 3 คนชัดเจน 

ส่วนใครจะเป็นอันดับ 1 นายภูมิธรรมตอบว่า ก็ต้องดูสถานการณ์ว่าสถานการณ์อย่างนี้เรามีแคนดิเดต 3 คน นายชัยเกษม นิตสิริ มีความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน เสียงสนับสนุนจากข้าราชการเยอะ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็เป็นคนที่มีศักยภาพสาธารณะชนยอมรับพอสมควร นายเศรษฐา ทวีสิน ก็เป็นคนมีความสามารถประสบความสำเร็จในภาคธุรกิจ ศักยภาพที่จะมาแก้วิกฤตได้ แต่ทั้ง 3 คนก็ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ขอให้สบายใจได้ว่าถ้าเกิดถึงเวลาที่ต้องมีการเสนอ พรรคเพื่อไทยมีคนที่จะทำงานได้อย่างแน่นอน แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้กับทั้ง 3 คน เพราะต้องการที่จะทำเรื่องให้ 8 พรรคร่วมและนายพิธาเป็นเรื่องหลักสำคัญ ให้มันผ่านไปได้ก่อน 

เมื่อถามถึงความเห็นของ ส.ว.ที่มาระบุว่าแม้จะเป็นพรรคเพื่อไทยขึ้นมาแต่หากยังมีพรรคก้าวไกลร่วมอยู่ก็จะไม่โหวตให้ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ก็เป็นปัจจัยที่ต้องเอามาคิดอีกปัจจัยหนึ่ง แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการหารือ 8 พรรคเราก่อนการเป็นข้าวต้มมัดต้องไปด้วยกันคิดด้วยกัน แต่สิ่งที่เราเห็นพักก้าวไกลแสดงออกมาและจำเป็นต้องออกมาพูด เพราะกำลังเสนอสิ่งที่เกินเลยไปจากสิ่งที่ได้คุยกัน ตามจริงเรารอว่าแต่ละพรรคจะกลับไปคุยกันอย่างไร แต่พรรคก้าวไกลชิงเสนอสิ่งที่ตัวเองคิดไม่ได้สร้างความชัดเจนว่าเป็นความคิดใคร สิ่งที่เราเสนอคือความคิดของพรรคก้าวไกลไม่ใช่ความคิดของ 8 พรรคร่วม นี่ไม่ใช่ดราม่าพระเอกนางเอกจะจูบกันแบบในละคร นี่คือชีวิตจริงเป็นปัญหาของประเทศและประชาชน 

“ผมบอกว่าอย่าเดาใจพรรคเพื่อไทย แต่สิ่งสำคัญที่เราแสดงออกมาโดยตลอด เรามุ่งหวังที่จะให้ความต้องการของประชาชนประสบความสำเร็จ สิ่งที่เราพิสูจน์ไปแล้วคือการที่เราเป็นพรรคอันดับ2 ซึ่งประเพณีการปกครองที่ผ่านมา พรรคอันดับ 2 รอการจัดการของพรรคอันดับ 1 ไม่ได้ การที่พรรคเพื่อไทยยอมทิ้งโอกาสของตัวเอง จะเข้ามาร่วมกับพรรคอันดับ 2 เพื่อจะจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยให้แข็งแรง นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนแล้วว่าเราไม่ได้หวังเข้าสู่อำนาจเราหวังจะเห็นความต้องการของประชาชนให้เป็นความสำเร็จ ฉะนั้นจะดราม่าอย่างไรก็ไม่เป็นไรเพราะอยากให้เห็นความจริง วันนี้เราต้องการความสามัคคีให้คนที่คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตยช่วยกันทำให้เกิดความสำเร็จ ไม่ใช่ไปอิงอยู่กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง หรืออิงอยู่กับความคิดใดความคิดหนึ่ง” นายภูมิธรรมกล่าว 

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนพูดอาจจะเกิดความไม่สบายใจกับใครก็ตาม อาจจะมีรถทัวร์ลงก็ได้ แต่ผมคิดว่าเรายืนอยู่บนความเป็นจริงอยากเห็นความเป็นจริง ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา เราไม่อยากเห็นความเชื่อทำให้เกิดเป็นความจริง แต่อยากเห็นความจริงเอามาคลี่คลาย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีกระแสข่าวว่าว่ารัฐบาลเดิมมีการเรียก ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยและก้าวไกลบางคนเข้าไปพบ เพื่อเจรจาดีลลับแจกกล้วย นายภูมิธรรม กล่าวว่าเราก็ได้ยินเรื่องนี้มาเป็นข่าวเร็วอีกข่าวหนึ่ง เมื่อมันเป็นข่าวลือก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าความเป็นจริงเป็นเช่นไร หากเป็นจริงมันเสียหาย 

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการกลับไปตรวจสอบคนของตัวเอง เพราะประวัติศาสตร์การเมืองไทยเรื่องการแจกกล้วยก็ดีงูเห่าก็ดีมันเกิดขึ้นแล้ว เราจึงเสนอเพื่อให้เกิดความระมัดระวังไม่ได้เสนอไปตามข่าวลือ หรือเอาเรื่องนี้มาโจมตีกันมันต้องให้เกียรติ ทั้ง 2 พรรคมีเกียรติยศ ศักดิ์ศรีในคำมั่นที่ได้เคยให้ไว้กับประชาชน แต่เมื่อมีข่าวลือเราก็ต้องมาคุยกัน ในส่วนเพื่อไทยเราก็ได้พูดคุยกันในหมู่แกนนำในแต่ละภาคว่าให้ลองไปพูดคุยดูว่ามีเรื่องเหล่านี้หรือไม่ เพื่อที่ต้องแก้ไขกันอย่างไร เรายังไม่ได้คิดไกลไปว่าจะเป็นกลุ่มภาคไหน เราให้เกียรติสมาชิกผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เราจะต้องหาทางป้องกันมากกว่า มากกว่าที่จะไปเชื่อหรือไปดูหมิ่นลดค่าคนของพรรคเพื่อไทย เราเชื่อมั่นในคนของพรรคเพื่อไทยว่ามีสติปัญญามีจิตใจมุ่งมั่น พรรคเพื่อไทยอยู่ได้ถึง 20 กว่าปี พิสูจน์ได้ว่าเรามุ่งมั่นจะทำในสิ่งที่เราให้ไว้กับประชาชน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน