แด่คุณครูผู้สร้างกลางไฟใต้ คือเรือจ้างที่อับปางอย่างทรนง
ความเสียสละของเรือจ้างที่หวังจะส่งลูกศิษย์ขึ้นฝั่ง ให้มีความรู้ มีอนาคต และสั่งสอนให้เขาเหล่านั้นเป็นคนดีของสังคมต่างหาก ที่เสมือนเป็นแสงสว่างแห่งพระคุณที่สามส่องให้คนไทยได้เรียกแม่พิมพ์ของชาติปลายด้ามขวานว่า “ครู” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ความเสียสละของเรือจ้างที่หวังจะส่งลูกศิษย์ขึ้นฝั่ง ให้มีความรู้ มีอนาคต และสั่งสอนให้เขาเหล่านั้นเป็นคนดีของสังคมต่างหาก ที่เสมือนเป็นแสงสว่างแห่งพระคุณที่สามส่องให้คนไทยได้เรียกแม่พิมพ์ของชาติปลายด้ามขวานว่า “ครู” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
โดย...ธนก บังผล
กี่ชีวิตที่ต้องร่วงหล่นราวกับใบไม้สังเวยสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ คืบเข้าสู่ปีที่ 8 หากนับเอาเหตุปล้นปืนจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เจาะไอร้อง วันที่ 4 ม.ค. 2547 เป็นจุดเริ่มต้น
ในบรรดาความสูญเสียทั้งจากชีวิตเลือดเนื้อและจิตใจแล้ว 8 ปีที่ผ่านมาทำให้ชีวิตของใครหลายคนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม เสียชีวิตไปกว่า 4,000 คน และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 10,000 คน
หนึ่งในหลายๆชีวิตที่ปลิดปลิวไปแล้วนั้น “ครู” ผู้สร้างคนสอนวิชาความรู้ในโรงเรียนซึ่งอยู่ในพื้นที่ปลายด้ามขวาน ก็ได้กลายเป็น “เป้าหมาย” ในการสังหารสร้างสถานการณ์ความหวาดสะพรึงกลัวมาโดยตลอด
กล่าวถึงเหตุสลดที่สุด คือ “ครูจูหลิง ปงกันมูล” ถูกรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมจนเธอเสียชีวิต
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนถึงวันครู วันที่ 16 ม.ค. 2554 มีข้อมูลว่าครูจังหวัดชายแดนใต้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบมากถึง 138 ศพแล้ว
ย้อนไปดูเหตุการณ์ที่ครูตกเป็นเป้าสังหารสร้างสถานการณ์ในปี 2553 อาทิ เช้าตรู่ของวันที่ 7 ก.ย. 2553 นายวิลาส เพชรพรหม อายุ 54 ปี ครูโรงเรียนบ้านมะนังกาหยี และนางคมขำ เพชรพรหม อายุ 52 ปี ครูโรงเรียนบ้านทุ่งโต๊ะดัง สามีภรรยาถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์นำผักไปส่งที่ตลาดตันหยงมัส อ.ระแงะ ก่อนไปสอนหนังสือ
ทั้งคู่เสียชีวิต ทำให้จำนวนยอดครูถูกลอบฆ่าขณะนั้นอยู่ที่ 135 ราย
วันที่ 26 ส.ค. คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 กราดยิง ส.ต.ท.ธงชัย บุตรนนท์ อายุ 30 ปี ครู ตชด. สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบ้านตืองอ หมู่ 3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส จนเสียชีวิต
วันที่ 17 ส.ค. เวลา 20.10 น. ที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี คนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 41/42 หมู่ 3. ต.ปะนาเระ แล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิง นายสัญชัย อัครพงษ์พันธ์ อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน และเป็นรองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนอก อ.ปะนาเระ กระสุนเจาะเข้าที่ศีรษะและลำตัว เสียชีวิตคาชามข้าวต่อหน้าบุตรและภรรยา
เหตุไม่สงบในเดือน ส.ค. 2553 นี้เองทำให้โรงเรียนทั้ง จ.นราธิวาส ประกาศปิดการเรียนการสอน 3 วัน
ก่อนหน้านี้ วันที่ 21 ก.ค. เวลาประมาณ 17.30 น. คนร้ายประกบยิง นายพิชัย เสือแสง อายุ 55 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนดุซงปาแย อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เสียชีวิตคารถกระบะ ขณะกำลังขับรถออกจากโรงเรียนมุ่งหน้ากลับบ้าน บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (ปัตตานี-นราธิวาส) หมู่ 3 บ้านจาแบปะ ต.ตอหลัง อ.ยะหริ่ง
วันที่ 3 มิ.ย. คนร้ายดักยิง ครูบุญนำ ยอดนุ้ย อายุ 41 ปี ครูโรงเรียนบ้านท่าคลอง อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะขี่รถจักรยานยนต์อยู่กับเพื่อนครูบนถนนสายโคกโพธิ์-เทพา
7 พ.ค. คนร้ายจำนวน 3 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ใช้อาวุธปืนพกขนาด 11 ม.ม. ประกบยิง นายภาศ ลาภเจือจันทร์ อายุ 45 ปี ครูโรงเรียนบ้านกรือเซะ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เสียชีวิตขณะขับรถกระบะมุ่งหน้ากลับบ้าน บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง
ในขณะที่ปี 2552 มีเหตุการณ์สะเทือนขวัญ 2 มิ.ย. คนร้ายแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารดักยิงครูเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บบนถนนสายดุซงญอ-ระแงะ ช่วงบริเวณบ้านเจ๊ะเก ม.2 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ
รถยนต์กระบะ จอดอยู่ริมถนนในสภาพกระจกประตูด้านคนขับแตกเป็นรูโหว่ โดยเฉพาะที่บริเวณเบาะนั่งด้านหน้าข้างคนขับมีศพครูผู้หญิงนอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ 1 คน ทราบชื่อคือ นางวารุณี นวกะ อายุ 37 ซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านริแง อ.จะแนะ มีบาดแผลถูกกระสุนปืนอาก้าที่บริเวณแขนซ้าย สีข้างและลำคอ 3 นัด
มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน ทั้งครูชายและหญิง ส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลระแงะ คือนางอัฉราพร เทพศร อายุ 37 ปี ซึ่งท้อง 8 เดือนครูโรงเรียนบ้านดุซงญอ อ.จะแนะ และเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ถูกยิงด้วยเข้าที่บริเวณลำตัวและหน้าท้อง, นายมามะสกรี หะยีมูซอ ครูโรงเรียนดุซงญอ ซึ่งเป็นเจ้าของรถและคนขับมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนชนิดและขนาดเดียวกันที่บริเวณข้อมือซ้าย 1 นัด และนางสโรชา สันเรียม ครูดรงเรียนบ้านริแง ถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่บริเวณหัวไหล่
สอบสวนทราบว่า หลังจากโรงเรียนเลิกนายมามะสกรี เจ้าของรถซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านดุซงญอ ได้รับครูโรงเรียนเดียวกันและครูโรงเรียนบ้านริแง รวม 6 คน เพื่อเดินทางกลับบ้านพักในพื้นที่ อ.ระแงะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 4 คน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหารขี่รถจักรยานยนต์ 2 คัน ตามไล่หลังมา และได้แซงขึ้นหน้าพร้อมทั้งได้ส่งสัญญาณให้รถยนต์ที่นายมามะสกรี ขับมาจอดริมทาง
ระหว่างนั้น 2 ใน 4 คนร้ายได้จอดรถจักรยานยนต์ขวางหน้า 1 คัน ส่วนอีก 1 คัน ได้ขี่ไปจอดห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 50 เมตร
โดย1 ใน 2 คนร้ายที่จอดรถขวางหน้า ได้ลงเดินจากรถบอกกับนายมามะสกรีว่า ข้างหน้ามีระเบิดต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าเก็บกู้เสียก่อน และเมื่อสบโอกาสคนร้ายที่พูดกับนายมามะสกรี ได้เดินถืออาวุธปืนอาก้า.อยู่ในมือ เดินวนไปที่ประตูหน้าตรงข้ามคนขับ แล้วยิงถล่มใส่ครูที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์กระบะ จำนวน 6 คน รวมกว่า 10 นัด ถูกนางวารุณี เสียชีวิตคาที่ และถูกนางอัฉราพร นางสโรชาและนายมามะสกรี ได้รับบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายจะวิ่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องอยู่หลบหนีไป
พฤติการณ์ของคนร้ายที่ปลอมตัวเป็นทหารนี้ยังหวังผลให้ชาวบ้านเกิดความเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ และไม่ไว้ใจทหาร เพื่อง่ายต่อการปลุกระดม
ไม่เพียงจะก่อเหตุยิงครูเท่านั้น กลุ่มก่อความไม่สงบยังวางเพลิงเผาโรงเรียนจนทรัพย์สินเสียหายมากมาย
เมื่อสถานการณ์ตึงเครียดหนักขึ้น ทางสมาพันธ์ครู 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลาได้ออกมาเสนอให้หน่วยกำลัง ที่ทำหน้ารักษาความปลอดภัยครู เพิ่มมาตรการเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งขอให้รักษาความปลอดภัยครูทั้งไปและกลับจากโรงเรียน รวมถึงดูแลครู นอกเวลาราชการจนกว่าครูจะปลอดภัย
แต่ยังไม่ทันจะเดินหน้าไปถึงไหน 15 ม.ค.2554 เหตุล่าสุดครูก็ตกเป็นเหยื่อลอบสังหารอีกครั้ง โดยถือว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ข่มขวัญพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ก่อนจะถึงวันครูเพียง 1 วัน และยอดครูเสียชีวิตได้ขยับมาอยู่ที่ 138 ศพ ในขณะที่มีครูได้รับบาดเจ็บรวมแล้ว 122 ราย
นายมาโนช ชฎารัตน์ อายุ 37 ปี รับราชการครู คศ.2 ชำนาญ (อาจารย์พิเศษ) โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล อ.เมือง จ.ปัตตานี สอนวิชาคณิตศาสตร์ ถูกยิงด้วยปืนสั้นไม่ทราบขนาดเข้าที่ศีรษะด้านขวา และลำตัว รวม 3 นัด เสียชีวิตคาที่
เหตุเกิดระหว่างกำลังเดินทางกลับจากการสอนนักศึกษาอนุปริญญาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยชุมชน ที่โรงเรียนเทศบาล 1 ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี ถึงที่เกิดเหตุบริเวณสามแยกถนนหน้าวัง มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบ โดยคนซ้อนท้ายกระหน่ำยิงทันที 2 นัด ทำให้รถล้มและยิงอีก 1 นัด เสียชีวิตทันที
และแม้ว่านายบุญสม ทองศรีพราย ประธานสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แถลงถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่มีต่อครูเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ครูไม่มั่นใจแผนการดูแลความปลอดภัยของฝ่ายความมั่นคง และไม่มีกำลังใจที่จะสอนหนังสือต่อไป โดยยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาล 3 ข้อ คือ
1.ให้รัฐบาล สร้างหลักประกันความปลอดภัย แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการรักษาชีวิต หรือยุติการฆ่าครูและประชาชน ทบทวนมาตราการดูแลความปลอดภัยครู เพราะปัจจุบันมีจุดอ่อนมาก
2. รัฐบาลต้องสนับสนุนขวัญกำลังใจครู ที่ควรได้รับ เพราะที่ผ่านมาครูยังไม่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรม
3.หยุดโรงเรียน ในกรณีที่รัฐไม่สามารถดูแลชีวิตครูได้ทันที ผู้ใหญ่ในรัฐบาลควรยกย่องเชิดชูเกียรติครูที่เสียชีวิต และลงมาร่วมพิธีศพอย่างสมเกียรติ
ซึ่งทางรัฐบาลเห็นด้วยในการปรับมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมปรับแผนดูแลครู ซึ่งอาจจะมีการจัดทำข้อตกลง หรือ MOU ระหว่างโรงเรียน และกองกำลัง โดยมีการร่วมปฏิบัติทั้ง 2 ฝ่าย อย่างเคร่งครัด พร้อมกับมอบให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ปรับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย ให้เป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน จะมีการปูนบำเหน็จความชอบให้ผู้เสียชีวิต 7 ขั้น ส่วนการเพิ่มเงินค่าเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยจาก 2,500 บาทเป็น 3,500 บาทนั้น นายกรัฐมนตรี ขอดูตัวเลขก่อน รวมทั้งดูในรายละเอียดเรื่องสิทธิการรับเงินเพิ่มพิเศษสู้รบทุกคน หรือ พ.ส.ร. ด้วยว่าจะทำอย่างไรให้เพิ่มได้
แต่ถึงกระนั้น ความเสียสละของเรือจ้างที่หวังจะส่งลูกศิษย์ขึ้นฝั่ง ให้มีความรู้ มีอนาคต และสั่งสอนให้เขาเหล่านั้นเป็นคนดีของสังคมต่างหาก ที่เสมือนเป็นแสงสว่างแห่งพระคุณที่สามส่องให้คนไทยได้เรียกแม่พิมพ์ของชาติปลายด้ามขวานว่า “ครู” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ลำพังในมือถือแค่ชอล์ค ขีดเขียนบนกระดานดำ ทั้งๆที่ไม่รู้เลยว่าชีวิตอาจต้องประสบกับเคราะห์กรรมอะไรในวันต่อไป
...โรคและภัย อย่ามาแผ้วพาน คุณครู ขอกุศลผลบุญค้ำชู ให้ครูมีสุข ชั่วนิรันดร


