
โอฬาร เตือน เพื่อไทย ราคาที่ต้องจ่าย หากยังดัน ประธานสภาฯแข่ง ก้าวไกล
ยังไม่แน่ชัดว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ใครจะได้ไป จะได้ข้อสรุปเสนอชื่อเดียว หรือ ต่างคนต่างเสนอไปโหวตแข่งกัน 4ก.ค. เป็นไปได้ทั้งนั้น กับตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่งยวด ท้ายที่สุด ไม่มีอะไรในกอไผ่ หรือจะเข้าตำรา เพื่อนรักหักเหลี่ยโหด
การลงมติโดยลับ เพื่อเลือก ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาอีก2คน รวมทั้งสิ้น 3 ตำแหน่ง วันอังคาร 4 กรกฎาคม เข้าใกล้มาทุกที ปัญหาในห้วงเวลานี้ ไม่ได้มาจาก พรรคที่ไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล จะเสนอชื่อเข้ามาแข่งขัน แต่กลายเป็นว่า พรรคพันธมิตรในปีกประชาธิปไตย โดยเฉพาะ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล มีปัญหา ไม่ลงรอยกันเอง
สมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายคน ส่งเสียง ไม่เห็นด้วย พรรคเพื่อไทย จะต้องยกเก้าอี้ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ อย่าง ประธานสภาฯ ไปให้พรรคอื่น ขณะเดียวกัน พรรคก้าวไกล มีกระแสข่าว คัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมเป็น ประธานสภาฯ เอาไว้แล้วเช่นกัน
ตำแหน่งสำคัญ ประธานสภาฯ เป็นตำแหน่งที่สำคัญยิ่งทางการเมือง มีผลต่อเนื่องไปถึงทิศทางการเมืองวันข้างหน้า เรื่องนี้จะมีบทสรุป ลงเอยอย่างไร ล้วนต้องฝ้าติดตาม เกาะติดกันอย่างใกล้ชิด
อีกมุมหนึ่ง 'นายโอฬาร ถิ่นบางเตียว' อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์การเมือง การจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล การจัดวางตำแหน่งสำคัญๆทางการเมือง อย่างใกล้ชิด ได้สะท้อนมุมมองออกมา อย่างน่าสนใจ
สภานัดประชุม 4ก.ค. เลือกประธานสภาฯ แต่ขณะนี้ดูแล้วแนวโน้ม พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ยังตกลงกันไม่ได้
เรื่องนี้มันมีหลักการอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทย จะต้องยอมรับหลักการนี้ แกนนำพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้สร้างหลักการ จะต้องทำตามหลักการ พรรคที่ได้อันดับ2 จะต้องไม่เสนอชื่อแข่งกับพรรคที่ได้อันดับ1 อยากให้พรรคเพื่อไทย มีมติออกมาว่า นายสุชาติ (ตันเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่มีกระแสข่าวจะได้รับการเสนอชื่อเป็น ประธานสภาฯ) ออกมาปฏิเสธเลย เหมือนกับก่อนหน้า นพ.ชลน่าน เคยออกมาบอกว่า หากได้รับการเสนอชื่อ จะปฏิเสธทันที
พรรคเพื่อไทย สร้างหลักการเอง เคยบอกว่า พรรคอันดับ1จะได้ทั้งนายกรัฐมนตรี และ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตำแหน่งนี้จึงเป็นของ พรรคก้าวไกลเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้
แต่ถ้าเกิดว่า มีพรรคอื่นมาเสนอชื่อ นายสุชาติ แล้วเกิดมีส.ส.จำนวนหนึ่ง ถึงแม้จะเป็นการโหวตลับ แต่คนก็รู้ว่า คงไม่มาจากที่อื่น คงมาจากพรรคเพื่อไทย ก็ถือว่าตระบัดสัตย์ ทรยศประชาชน ต้นทุนทั้งหมดจะพัง พรรคเพื่อไทย อาจะไม่มีที่ยืนทางประวัติศาสตร์การเมืองไทยอีกต่อไป สิ่งนี้เป็นสิ่งที่พรรคเพื่อไทยอาจต้องจ่ายหรือไม่ พรรคเพื่อไทย ไม่สามารถ ทำลายหลักการที่ตัวเองสร้างขึ้นมาได้
พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ถ้ายังตกลงกันไม่ได้ แต่ละพรรคก็อยากจะเสนอชื่อมาจากพรรคของตน
ไม่มีทาง ถึงแม้ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะออกมาพูด แต่พรรคเพื่อไทย ก็ต้องยืนในหลักการ แม้อยากจะไป อยากจะเปลี่ยนขั้ว หรือถึงแม้จะอยากจะหาคนจากฟากฝั่งหนึ่งที่ยินดีด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ นายภูมิธรรม เคยพูดหลักการนี้เอาไว้เอง นอกจาก นายภูมิธรรม นายประเสริฐ หมอชลน่าน ลาออกจากพรรค เพื่อแสดงความรับผิดชอบกับคำพูดด้วย ที่เคยบอกให้ยอมรับหลักการ โดยต้องลาออกแสดงความรับผิดชอบก่อน ถึงจะเสนอชื่อคนอื่นได้ ในเมื่อตัวเองสร้างหลักการเอง จะไปโทษ ก้าวไกลไม่ได้ พรรคเพื่อไทย ได้สร้างหลักการผูกคอตัวเองไว้ ดิ้นไม่ได้
ถ้าตกลงกันไม่ได้ นำไปสู่การฟรีโหวต แต่ละพรรคก็เสนอชื่อมา
ถ้าฟรีโหวต ทำได้ ถ้าตกลงกันไม่ได้ แต่จะทำให้พรรคอื่น และอีก8พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล แตกทันที ณ วินาทีนั้นเลย แม้พรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธ ไม่รู้ ไม่เกี่ยวกับการฟรีโหวต แต่สิ่งที่เกิดในสภาฯ คนก็น่าจะรู้ว่า พรรคเพื่อไทยหักหลัง และสิ่งที่จะตามมา พรรคเพื่อไทย มีราคาต้องจ่ายสูงมาก ประชาชนขับไล่ โจมตีว่า ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ทำเพื่อประโยชน์ของคนแดนไกลหรือไม่
เพื่อไทย ไม่ว่าออกรูปไหน ก็แพ้ ก็เสีย มีทางเดียวที่ทำได้คือ พรรคเพื่อไทยต้องยืนยันในหลักการ ขณะที่พรรคก้าวไกล ไม่ว่าออกรูปไหน ก้าวไกลก็ชนะ สิ่งนี้คือสิ่งที่ เพื่อไทย วางเกมพลาดมาตั้งแต่ต้น ทั้งที่พรรคอันดับ2 สามารถตั้งรัฐบาลแข่งกันได้ แต่ในเมื่อวางแผนพลาด มาวางกติกาพลาด วางหลักการพลาด ก็ต้องยอมรับความผิดพลาด ต้องยอมรับ ต้องอยู่กับ ก้าวไกลไปจนนาทีสุดท้ายของรัฐบาลหน้า ถ้าเป็นรัฐบาลก็ต้องเป็นรัฐบาลด้วยกัน ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ต้องเป็นฝ่ายค้านด้วยกัน
พรรคเพื่อไทย มองไปอีกสเต็ปหรือไม่ หากก้าวไกลตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็จะมาถึงพรรคเพื่อไทย เลยจำเป็นต้องมีตำแหน่งประธานสภาฯ เอาไว้
ก็ใช่ แต่ก็ต้องมองว่า สว.จะโหวตให้ พรรคเพื่อไทยหรือไม่ แต่ถึงแม้จะมีแกนนำพรรคเพื่อไทย บางส่วนมองว่า สว.จะยอมโหวตตามเสียงกดดันของสังคม แต่จริงๆแล้ว สว.เขาอาจจะไม่ได้สนใจประชาชนก็ได้ เพราะเขาไม่ได้มาจากประชาชน คงไม่มีผล
ยังเชื่อมั่นหรือไม่ว่า ก่อนวันที่ 4ก.ค. ที่จะมีการโหวตประธานสภาฯ เพื่อไทย ก้าวไกล จะตกลงกันได้ เสนอแค่ชื่อเดียว
คิดว่า พรรคเพื่อไทย ไม่กล้าทรยศ ในเมื่อพรรคเพื่อไทยสร้างหลักการเอง ยังมั่นใจว่า พรรคเพื่อไทยยืนยันในหลักการว่า พรรคอันดับหนึ่ง จะได้ทั้งนายกรัฐมนตรีและประธานสภาผู้แทนราษฎร
"ฟรีโหวต ทำได้ ถ้าตกลงกันไม่ได้ แต่จะทำให้พรรคอื่น และอีก8พรรคที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล แตกทันที ณ วินาทีนั้นเลย แม้พรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธ ไม่รู้ ไม่เกี่ยวกับการฟรีโหวต แต่สิ่งที่เกิดในสภาฯ คนก็น่าจะรู้ว่า พรรคเพื่อไทยหักหลัง และสิ่งที่จะตามมา พรรคเพื่อไทย มีราคาต้องจ่ายสูงมาก ประชาชนขับไล่ โจมตีว่า ทำเพื่อประโยชน์ตัวเอง ทำเพื่อประโยชน์ของคนแดนไกลหรือไม่ "







