
ตั้งรัฐบาล66 : 'พิธา'ย้ำไม่ห่วงปมถือหุ้นสื่อ มั่นใจตั้งรัฐบาลได้แน่
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ย้ำไม่ห่วงปมถือหุ้นสื่อ เดินหน้าตั้งรัฐบาลได้แน่ ให้กำลังชลธิชา ต่อสู้คดี112 ตำแหน่งประธานสภายึดตามทีมเจรจา สวนกลับแรมโบ้ คนแพ้เลือกตั้งต้องยินดีกับผู้ชนะ ย้ำ100วันแรกขึ้นค่าแรง 450 บาทขออย่ากังวล
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงาน กกต.ยังไม่ได้มีการเชิญไปชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องถือหุ้นสื่อไอทีวี และจากการตรวจสอบกับทางพรรคไม่มีอะไรมาจากทางกกต. ซึ่งทั้งเรื่องหลักฐาน และเรื่องเกี่ยวกับหลักกฎหมาย หากตัดสินกันด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมอย่างที่เคยมีมา ก็คิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวล
จี้กกต.เร่งรับรองผลเลือกตั้งส.ส.โดยเร็ว
ทั้งนี้ หาก กกต.ไม่สามารถรับรองได้ ส.ส.ได้ครบทั้ง151คน จะส่งผลกระทบอะไรกับการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นายพิธา ระบุว่า เข้าใจว่าหลักกฎหมาย 95% คือ ครบ60วัน ประมาณ ก.ค.และหากช้าไป โอกาสที่จะทำตามกระบวนการหากไม่รับรองก็จะไม่สามารถติดกระดุมเม็ดแรกได้ ไม่สามารถเปิดประชุมสภา เลือกประธานสภา และรองประธานสภาได้ ก็จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ ซึ่งก็จะทำให้เกิดความล่าช้า และประชาชนก็คงเรียกร้อง กกต.ให้ดำเนินการให้เร็ว เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชน
ให้กำลังชลธิชาสู้คดีม.112
ส่วน ส.ส.ของพรรคก้าวไกลมีถูกร้องเรียนบ้างหรือไม่ที่จะทำให้กกต.ประกาศมาแล้วตัวเลขไม่ถึง 151 นั้น เท่าที่เห็นคือ มีเรื่องของ นางสาวชลธิชา แจ้งเร็ว ว่าที่ ส.ส.จังหวัดปทุมธานี ที่น่าจะเป็นเรื่องคดีเกี่ยวกับ ม.112 แต่ยังไม่ได้ติดตามรายละเอียดกับทีมกฎหมายว่ามีประเด็นอะไรบ้าง และวันนี้ก็ต้องขอให้กำลังใจ ลูกพรรค นางสาวชลธิชา ที่จะต้องขึ้นศาลโดยไม่มีทนายความในคดี ม.112 และก็เป็นกำลังใจให้ และหวังว่าจะผ่านไปได้ด้วยดี และเข้าไปทำงานรับใช้ประชาชนชาวปทุมธานีร่วมกับ ว่าที่ ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งมา
พิธา มั่นใจตั้งรัฐบาลได้
นักข่าวถามถึงกรณี พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา สมาชิกวุฒิสภา ที่โพสต์ข้อมูลเนื้อหามีสาระว่า หากนนายพิธา ต้องพ้นจาก ส.ส. กรณีการถือหุ้นสื่อ ก็จะไม่ส่งผลต่อฐานะหัวหน้าพรรคที่เซ็น รับรองส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายพิธา ระบุว่า ตนเองอาจจะยังไม่ได้เห็นรายละเอียดของพ.ต.อ.จรุงวิทย์ ทำให้อาจจะยังให้ความเห็นไม่ได้ แต่เท่าที่ดูข้อมูลของนักวิชาการ และอดีตกกต.หลายๆท่าน ก็บอกว่ามีกฎหมายที่สามารถพูดได้ ไม่ได้เกี่ยวข้องว่าใครพลาดอะไรแล้วที่เหลือต้องมีการเลือกตั้งใหม่ พร้อมย้ำว่า ยังมั่นใจในนรายละเอียดของตัวเอง และมั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ ทุกอย่างเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ และไปในแนวโน้มที่ดี ถ้า กกต.รับรองเมื่อไรก็คาดว่าจะประชุมสภาได้โดยเร็ว และจะตั้งรัฐบาลได้
ตำแหน่งประธานสภาฯได้ข้อยุติกลางมิ.ย.66
นักข่าวถามถึงกรณีตำแหน่งประธานสภาฯ มีกระแสข่าวว่าจบแล้ว รวมถึงกรณีที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต ส.ส. พรรคไทยศรีวิไลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้รับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วด้วยนั้น นายพิธา ตอบว่า เท่าที่ดู ทวิตเตอร์ของ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก็โพสต์ว่า คำว่าจบแล้ว มีนิยามของมัน ไม่ได้จบแล้วที่ตัวบุคคล และในความขัดแย้งนี้มีกระบวนการแก้ไขปัญหาว่าจะทำยังไงให้เป็นประธานสภาของประชาชนได้ และตามที่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาฯพรรคก้าวไกล บอกไว้คือกลางเดือน มิถุนายน เพราะฉะนั้นคงต้องยึดคำสัมภาษณ์ของเลขาฯชัยธวัช และทวิตเตอร์ของนายแพทย์ชลน่าน เป็นหลัก ดังนั้นสิ่งที่นายมงคลกิตติ์ พูดเลขาชัยธวัช ก็โต้ไปแล้วว่าไม่เป็นความจริง
คนแพ้เลือกตั้งต้องยินดีส่งมอบงานให้ผู้ชนะ
ส่วนกรณีที่นายเสกสกล อัตตถาวงศ์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาระบุว่า ที่ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมเก็บของออกจากทำเนียบรัฐบาล ดังนั้นทางพรรคก้าวไกลก็ระวังว่าจะเป็นการฝันค้าง ยังมีอีกหลายด่านกว่าจะตั้งรัฐบาลได้ นายพิธา ระบุว่า ยังไม่เห็นว่านายเสกสกล พูดถึงอะไรทั้งนี้มองด้วยความเข้าใจว่า เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านทางอำนาจแล้ว ปกติแล้วคนที่เขาแพ้เลือกตั้ง ก็จะต้องยินดีกับผู้ที่ชนะ แล้วก็ยอมแพ้ และส่งมอบงานให้กับรัฐบาลต่อไป หากเอาประชาชนเป็นที่ตั้งก็จะไม่หลุดจากหลักการตรงนี้ แต่อาจจะยังคงมีเรื่องของสภาล่างและสภาสูงในลักษณะนี้มากกว่า
ไม่ต้องกังวล ค่าแรง450บาท 100วันแรกทำได้แน่
ส่วนกรณีที่ทางสภาแรงงานระบุถึงกรณีค่าแรง450บาท ถ้าพรรคก้าวไกลไม่สามารถทำได้ภายใน100วันแรกก็จะไปร้องกกต.ว่าสัญญาแล้วทำไม่ได้นั้น นายพิธา ยืนยันย้ำว่า 100วันแรก ตามกฎหมายก็จะต้องให้ไตรภาคีที่เป็นลูกจ้าง5คน นายจ้าง5คน ฝ่ายของรัฐอีก5คน มาพูดคุยกัน หากลูกจ้างเห็นด้วยว่า 450บาทเป็นราคาที่เหมาะสม เพราะเดือนนี้หากคำนวนยังไม่ถึงหมื่น แล้วทุกวันนี้ต้นทุนในการใช้ชีวิตสูงมาก หากเป็นไปแบบนี้ก็คิดว่าสามารถเป็นไปได้ใน100วันแรกว่าจะมีการเจรจากันเกิดขึ้น และในขณะนี้ก็จะต้องใช้โอกาสในการเจรจากับนายจ้างและSME ที่กลัวว่าจะมีผลกระทบ ก็จะต้องพูดถึงว่าไม่ได้มีค่าแรงอย่างเดียวแต่จะมีการอัพสกิล รีสกิลให้มีคุณภาพของแรงงาน และการดูแลSMEที่จะทำให้ผลกระทบจากค่าแรงได้รับการบรรเทาลง และเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสและเพิ่ม ระบบควบคุมอัตโนมัติให้กับการทำงานมากขึ้น ซึ่งรัฐจะมีแพ็กเก็จในการช่วยเหลือประคับประคอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลใจ







