'ชลน่าน'ผู้นำฝ่ายค้านอัด8ปีรัฐบาล'ประยุทธ์'มีแต่แปดเปื้อน
"ชลน่าน" ผู้นำฝ่ายค้าน เปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152คนแรก ชี้การบริหารประเทศที่ล้มเหลวของพล.อ.ประยุทธ์ ชู20ประเด็นบกพร่องต้องแก้ไขแม้ล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่จะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในวันลงคะแนนเลือกตั้งครั้งหน้า
ที่รัฐสภา มีการประชุมวาระพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป มาตรา 152 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติโดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรทำหน้าที่เป็นเป็นประธานการประชุม
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเปิดญัตติเป็นคนแรก ระบุว่า การบริหารประเทศ ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ที่ถูกให้ฉายากับรัฐบาลว่า หน้ากากคนดี ที่ไม่รู้ถึงตัวตน แต่อ้างว่าเป็นคนดี ที่ได้สิทธิเข้ามาดูแลประชาชน เราจะชี้ให้เห็นถึงตัวตนคนดีที่ใส่หน้ากาก เพื่อให้ประชาชนฐานะเจ้าของประเทศ ให้เห็นว่าคนดีที่จะคืนความสุขให้ประชาชน หรือทำประโยชน์ให้ประเทศ แท้ที่จริงเป็นอย่างไร
การอภิปรายครั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีการเสนอ 20 ประเด็นปัญหาที่จะอภิปราย ตลอด 8 ปีที่แปดเปื้อน อาทิ ประเด็นเหมืองทองอัครา, การกู้เงินมหาศาล, เศรษฐกิจถดถอย , ทุนจีนสีเทา นอกจากนั้นในช่วง 8 ปีที่พล.อ.ประยุทธ์บริหาร พบว่ามีสถิติคนฆ่าตัวตายสูงเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน เพราะไม่อยากเห็นหน้าใครบางคน ส่วนธนกิจการเมือง นั้น พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการใช้การเมืองเพื่ออยู่ต่อในอำนาจ โดยมีข้อเท็จจริงพบว่ามีการซื้อขายตำแหน่ง
“ใช้สภาฯ พิสูจน์ความจริงว่าจริงหรือเท็จในมุมของผมโดยเฉพาะใกล้หมดวาระสมัยประชุม หมดอายุสภาฯ 23 มีนาคม เชื่อว่าจะเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤษภาคม ผมขอให้นายกฯ ให้คำตอบเพื่อให้เกิดความมั่นใจด้วย ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องชี้ให้เห็นในสภาฯ คือ ปัญหาที่ฝ่ายค้านจะบอกไปยัง ครม.ในมุมของฝ่ายค้านและข้อเท็จจริงที่ปรากฎ การนำข้อเท็จจริงมาเสนอ อาจบอกว่าเป็นเรื่องเก่า ไม่มีหมัดเด็ด ล้มรัฐบาลไม่ได้ ผมยอมรับว่าการอภิปรายทั่วไป หรือ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ล้มรัฐบาลไม่ได้ แต่การอภิปรายครั้งนี้ สิ่งที่จะปรากฎคือให้ประชาชนกาคะแนนในวันเลือกตั้งว่าอยากให้คนดีที่อยู่มา 8 ปี หรือเลือกประเทศให้ไปต่อ” นพ.ชลน่าน อภิปราย
นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า การอภิปรายครั้งนี้ สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านจะขึ้นอภิปราย ทั้งสิ้น 35 คน โดยมีกรอบ คือ พรรคเพื่อไทย อภิปรายการไม่ปฏิบัติตามนโยบายเร่งด่วน 12 ประการ, ความรุนแรงจากเหตุการณ์กราดยิงที่จ.หนองบัวลำภู, เหตุการณ์น้ำท่วม, การจัดสรรงบประมาณไม่เหมาะสม ไม่เป็นธรรม และการทุจริตแก่ตนเอง พวกพ้อง , พรรคก้าวไกกล อภิปรายการบริหารเศรษฐกิจที่่ล้มมเหลว การกระจายอำนาจ ปัญหามั่นใจและการทุจริตเอื้อประโยชน์ในเชิงข้อเท็จจริง, พรรคประชาชาติการทุจริตโครงกรขนาดใหญ่ คือ รถไฟฟ้าสายสีส้ม,การให้สัมปทานป่าไม้ให้กับนายทุน, พรรคเพื่อชาติ อภิปรายเศรษฐกิจที่ล้มเหลว, พรรคไทยศรีวิไลย์ อภิปรายเรื่องบ่อนการพนัน การให้ต่างด้าวซื้อที่ดิน และบริหารเศรษฐกิจที่ล้มเหลว.


