
โฉมใหม่ 'ศอ.บต.'
...วรรณธรรม กาญจนาสุวรรณ
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2553 ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจัดตั้งส่วนราชการใหม่ภายใต้พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ 2553 มีสาระสำคัญที่น่าสนใจดังนี้
ศอ.บต.ใหม่นี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 5 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล โดยมีโครงสร้างส่วนบนที่เรียกว่า
“คณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.)” ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และคณะรัฐมนตรีจำนวนหนึ่ง อาทิ รมว.กลาโหม รมว.คลัง รมว.ต่างประเทศ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.พาณิชย์ รมว.มหาดไทย รมว.ศึกษาธิการ เลขาธิการ กอ.รมน. ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและพัฒนาฯ ร่วมเป็นกรรมการนอกจากนี้ ที่สำคัญคือผู้ว่าราชการจังหวัดใน 5 จังหวัด จะร่วมเป็นกรรมการด้วย มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญ ได้แก่ พิจารณาให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ ศอ.บต. เสนอ พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงาน โครงการ และการจัดตั้งงบประมาณเพื่อสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พิจารณาให้ความเห็นชอบในการกำหนดเขตพัฒนาพิเศษ และกรอบแนวทางการบริหารและการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษที่ ศอ.บต. เสนอ และพิจารณาเสนอแนะหน่วยงานของรัฐให้จัดทำแผนพัฒนา แผนงาน และโครงการพร้อมด้วยงบประมาณในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้
2.ศอ.บต.ใหม่เป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง มีฐานะเป็นนิติบุคคล และอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ที่สำคัญในการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จัดทำแผนปฏิบัติการที่จะดำเนินการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บูรณาการแผนงานและโครงการในด้านการพัฒนาของกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่ดำเนินการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการ ทั้งนี้แผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอายุคราวละ 3 ปี
นอกจากนี้ ศอ.บต. ยังมีอำนาจหน้าที่ที่น่าสนใจในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และอำนวยความเป็นธรรมแก่ประชาชน โดยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ให้ความช่วยเหลือ และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กอปรกับมาตรา 12 ให้อำนาจ ศอ.บต. ในการมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือได้รับความเดือดร้อน ให้ออกจากพื้นที่ก็ได้ (ย้ายผู้ว่าฯ ออกนอกพื้นที่ก็ได้)
3.องค์ประกอบอีกส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้กำหนดให้มีสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยสมาชิกสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นผู้แทนจากทุกภาคส่วน ได้แก่ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามประจำจังหวัด ผู้แทนซึ่งมีความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัด ผู้แทนผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ผู้แทนสถาบันศึกษาปอเนาะ ผู้แทนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ผู้แทนกลุ่มสตรี ผู้แทนหอการค้าจังหวัดและสภาอุตสาหกรรมจังหวัด ผู้แทนสื่อมวลชน โดยสภาที่ปรึกษานี้มีอำนาจหน้าที่ให้ความเห็นในนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการมีเวทีของสภาที่ปรึกษาฯ นี้จะทำให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการเสนอความเห็นเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน
4.ปัจจุบันได้มีการเตรียมการจัดทำแผนปฏิบัติการระยะเวลา 3 ปี ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย ศอ.บต. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงบประมาณ (สงป.) ร่วมกันบูรณาการแผนงานโครงการ และประสานแผนงานด้านการพัฒนาและด้านความมั่นคงให้สอดคล้องและสนับสนุนซึ่งกันและกัน จัดทำเป็นแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 25552557 เสนอคณะรัฐมนตรี และจะได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ในวันที่ 24 ม.ค. 2554 เพื่อนายกรัฐมนตรีจะได้มอบนโยบาย และให้ความเห็นกรอบแนวทางการดำเนินงานของ กพต. และ ศอ.บต. และประเด็นสำคัญอื่นๆ ต่อไป
ดังนั้น โฉมใหม่
“ศอ.บต.” น่าจะเป็นความหวังอีกครั้งกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ เพราะที่ผ่านมามีทั้งยุบทิ้งไปก็มี ตั้งใหม่อีกแล้วครับ ว2 ทราบแล้วเปลี่ยน โปรดติดตามตอนต่อไป






