posttoday

เปิดใจ “เศรษฐา ทวีสิน” ก่อนขึ้นเก้าอี้นายกฯเพื่อไทย

31 ตุลาคม 2565

เปิดใจ “เศรษฐา ทวีสิน” ในทุกมุมมอง หากในวันที่ตัดสินใจลงคลุกการเมือง 4 เรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ “ปากท้อง แก้รัฐธรรมนูญ geopolitics และทำความเสมอภาคให้เป็นจริง” ส่วน นิรโทษกรรม ไม่อยู่ในนโยบายที่สำคัญ

การเมืองหลังการประชุมเอเปค 18-19 พ.ย.65 จะถูกจับตามากที่สุด เป็นการนับถอยหลังเข้าสู่โหมดเตรียมการเลือกตั้งครั้งใหม่อย่างเข้มข้น แม้ว่าก่อนหน้าจะมีความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองมาตลอด ทั้งการเตรียมการตัวผู้สมัคร หรือบุคลากรที่จะมาเป็นผู้บริหารของรัฐบาลในการนำเพื่อแข่งขันในสนามการเลือกตั้งครั้งต่อไป  

“เศรษฐา  ทวีสิน” ซีอีโอแห่งค่ายแสนสิริ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เป็นที่จับตาของสังคมอย่างยิ่งเมื่อพรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย ที่กระแสแรงมากในการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นเบอร์ 1 

วันนี้เรามาตรวจดู มาฟัง การให้สัมภาษณ์ของ นายเศรษฐา  ทวิสิน ที่ให้ 2 บก.จากค่ายเนชั่น ในรายการ เนชั่นอินไซด์(Nation Insight) เจาะประเด็นที่ทุกคนอยากรู้เกี่ยวกับบาทบาททางการเมือง ถึงวันนี้พร้อมหรือยังกับการจะก้าวจากผู้บริหารของภาคเอกชนไปสู้บทบาท แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่าที่ผู้นำหัวหน้าคณะรัฐมนตรี หรือว่าที่ นายกรัฐมนตรีคนต่อไป  

Q:ทำตัวถูกไหมครับตอนนี้สปอร์ตไลท์พุ่งมาที่คุณเศรษฐามากเลย เป็นบุคคล เป็นนักธุรกิจที่ถูกทางการเมืองพูดถึงมากที่สุดว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกของพรรคเพื่อไทย

A : ก็เหมือนเดิมทุกวัน ผมก็มาทำงาน 7 โมง 45 (ต้องมีเพื่อนฝูง พนักงาน คนรู้จัก ใครๆ ก็แล้วแต่ต้องถามสิ จริงไหมเรื่องนี้ ใช่ไหม ต้องมีคำถาม) ผมก็ยังอยู่ตรงนี้ครับอยู่ที่เดิม เหมือนเดิมทุกอย่าง ทำงานเหมือนเดิม เสาร์-อาทิตย์ก็ยังไปตรวจไซต์เหมือนเดิม (หรือว่าคนไม่กล้าถาม) ก็มีส่วนนึงคนก็ไม่ค่อยถามเท่าไหร่ ผมว่าเขาคงดูจากการกระทำเป็นหลัก เพราะว่าเสาร์-อาทิตย์ผมก็ยังตรวจไซต์อยู่เหมือนเดิม ยังทำเหมือนเดิมทุกอย่าง ทุกอย่างทำอยู่ บี้ยอดโอน บี้ยอดขาย ดูเรื่องแบรนด์ดิง ดูเรื่องทำการตลาดของบริษัท ดูเรื่องความเป็นอยู่ของพนักงานเหมือนเดิม

(ทำตัวเป็นปกติอยู่) ไม่ได้ทำตัว ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมทำอย่างนั้นจริงๆ นะครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ แล้วที่บอกว่าเป็น CEO สายคอลเอาต์ จะเป็นนักธุรกิจที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอะไรอย่างนั้นเนี่ย ผมขออนุญาตชี้แจงตรงนี้นิดนึงแล้วกันนะครับว่าจริงๆ แล้ว ผมไม่ได้วิพากษ์วิจาร์ณเหมือนคนทั่วไป ผมไม่พยายามใช้คำพูดที่ก้าวร้าว ผมพยายามหลีกเลี่ยงตรงนั้น แล้วผมพยายามเมกชัวร์ว่าคอมเมนต์ของผมเนี่ย constructive สร้างสรรค์นะครับ แล้วก็สำคัญมากกว่านั้นจริงๆ แล้ว 2 เรื่อง เรื่องแรกเนี่ยเราอายุ 60 แล้วนะครับ แล้วเราผ่านมาเยอะ แล้วก็เป็นเรื่องของประสบการณ์ เราสะสมมานานนะครับ แล้วผมคิดว่าในประสบการณ์ที่เราสะสมมาเนี่ย สิ่งที่เราได้พูดหรือว่าเราได้แสดงความคิดเห็นน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน แล้วก็หวังว่าทางคณะรัฐบาลจะนำไปใช้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

เปิดใจ “เศรษฐา ทวีสิน” ก่อนขึ้นเก้าอี้นายกฯเพื่อไทย

เรื่องที่สองเนี่ย ซึ่งอันนี้เป็นหน้าที่ที่ผมทำอยู่ก็คือในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ของแสนสิริเนี่ย เราเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เนี่ยล้อไปอย่างชัดเจนกับเรื่องของ GDP ถ้าเกิด GDP โตเราก็โต เราไม่มีทางสวนกับ GDP ได้ เพราะฉะนั้นความหวังดีของผมเนี่ยมันก็มีเรื่องของอยากให้เศรษฐกิจมันเจริญเติบโต เพราะเราเองเราก็ดีไปด้วย พนักงานที่ผมรับผิดชอบอยู่ 4,000 กว่าคน องคาภยพทั้งหลาย จะเป็น supplier จะเป็นลูกค้า จะเป็นผู้รับเหมา เหล่านี้ก็ได้อานิสงส์ไปด้วยเหมือนกัน

Q : คุณเศรษฐาเคยคิดไหมว่าจู่ๆ ทำไมพรรคการเมืองจึงสนใจในตัวเอง ในตัวคุณเศรษฐา ถึงอยากจะได้คุณเศรษฐาเข้าไปเพื่อทำงานการเมือง

A : ผมว่าเรื่องสำคัญที่สุดคือผมเป็นคนมีเพื่อนเยอะนะครับ (นี่ขนาดไม่ได้เรียนตามสักหลักสูตรยังมีเพื่อนเยอะขนาดนี้) ไม่ได้เรียนเลยครับ อายุ 60 กว่าแล้วเนี่ย ผมก็เล่นฟุตบอลมมาอะไรมาก็มีเพื่อนเยอะ แล้วก็อาจจะเป็นเรื่องของความใหม่มั้ง very refreshing มากกว่าในแง่ของความคิด ในแง่ของวิธีการนำเสนอ ในแง่ของวิธีการพูด แล้วก็ที่บอกว่าอายุมันอาจจะได้พอเหมาะพอเจาะมั้ง แล้วเราเองเราก็ ผมเห็นว่าเรื่องของหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญ หน้าที่ต่อในฐานะที่เราเป็นคนไทยคนนึง ในฐานะที่เราเป็นคนที่อยู่ในวงการธุรกิจมานานเนี่ย หน้าที่ในการที่จะช่วยเหลือประเทศชาติมันก็มีหลายๆ บริบทที่เราก็สามารถทำได้ เป็นนักธุรกิจปัจจุบัน เป็นนักสังคมสงเคราะห์ หรือจะเป็นนักการเมืองก็ได้ (เราไม่ได้ปิดกั้นตรงนั้น) เราไม่ได้ปิดกั้นนะครับ แต่ว่ามันต้องอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม แล้วก็ที่มาที่ไปต้องถูกต้องนะครับ อันนี้สำคัญมาก

Q : โดยส่วนตัวคุณเศรษฐามีแนวคิดทางการเมืองยังไง เคยคิดไหมว่าตัวเองวันหนึ่งจะไปเล่นการเมือง

A : ไม่เคยเลยครับ ต้องเรียนตามตรง เพราะว่าครอบครัวผมรับราชการก็ไม่ได้รับ จริงๆ แล้วมาจากพ่อค้าคนจีนใช่ไหมครับ ถึงแม้คุณพ่อผมจะเป็นทหารมาก่อนเนี่ย ท่านก็เสียไปตั้งแต่ผม 3 ขวบนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของการเมืองจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ในหัว แต่ว่าหน้าที่ในฐานะพลเมืองคนไทยคนนึงเนี่ย หน้าที่ที่อยากเห็นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าไปได้ด้วยดีเนี่ย ผมถือว่าเป็นหน้าที่ของคนไทยคนนึง หุ้นส่วนประเทศคนนึง อันนี้ผมถือว่าเป็นหน้าที่นะครับ แล้วก็ถ้าเกิดในแง่ของการเมือง ในเรื่องของประชาธิปไตยเป็นเรื่องสำคัญ โดยส่วนตัวผมผมมีความเชื่อทางด้านเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยนะครับ

Q : โดยส่วนตัวคุณเศรษฐาคิดว่าการเมืองในอุดมคติ หรือว่าในความหมายที่คุณเศรษฐาอยากเห็นคืออะไร

A : เป็นคำถามที่กว้างนะ จริงๆ แล้วการเมืองก็ประกอบด้วยรัฐสภา ผมอยากให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นกระจกสะท้อนความต้องการของประชาชนที่ชัดเจน ประชาชนส่วนมากนะครับ ให้ความแฟร์ ให้สิทธิเสรีภาพที่มีความเท่าเทียม เสมอภาค แล้วก็ให้สิทธิทุกคนที่ถูกต้องตามกฎหมายที่พึงจะได้ เสรีภาพในแง่ของการเลือก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศสภาพ เหล่านี้เนี่ยคือภาพรวมกว้างๆ ที่อยากให้เป็น

Q : เรื่องรัฐธรรมนูญตรงนี้มองว่ายังไม่ใช่ใช่ไหมในปัจจุบัน

A : ผมพูดมาหลายหนแล้วเรื่องนี้ รัฐธรรมนูญถึงแม้จะบังคับอยู่ปัจจุบัน ยังไงก็เป็นกฎกติกาที่เราตกลงจะอยู่ร่วมกัน ถึงแม้จะเห็นด้วยไม่เห็นด้วย เราต้องเคารพ ในส่วนตัวผมผมก็เคารพ แต่ถ้าถามว่าเห็นด้วยไหม เห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง บางเรื่องอย่างเช่นเรื่อง ส.ว. ผมไม่เห็นด้วย เพราะเลือกโดยคน 10 คน แล้วก็มีเสียงตั้ง 250 เสียง เพราะฉะนั้นตรงนี้เนี่ยไม่ได้บอก ต้องยืนยันว่าไม่ได้บอกว่า ส.ว. ไม่มีความสามารถ เป็นคนไม่ดี แต่ที่มาที่ไปไม่ถูกต้องนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อนึงของรัฐธรรมนูญที่ผมคิดว่ายังมีทางแก้ไขได้นะครับ

Q : เมื่อกี้พูดถึงการเมืองในอุดมคติ ถามในแง่ของผู้นำ ผู้นำที่ควรจะเป็น ในมุมมองของคุณเศรษฐา ผู้นำประเทศ ยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันด้วยนะ ที่เพิ่งผ่านโควิดมาหรือว่าอะไรก็แล้วแต่ หรือผู้นำที่เหมาะสมในการบริหารแบบไหนที่ควรจะเป็น

A : ต้องเรียนอย่างนี้ครับ การปกครองระบอบประชาธิปไตยเนี่ย ผู้นำประเทศสูงสุดจะมาได้ต้องมาจากประชาชน เพราะฉะนั้นการเอาประชาชนเป็นที่ตั้งสำคัญนะครับ ประชาชนเลือกใคร เลือก ส.ส. ไปเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัด เพราะฉะนั้นเนี่ย ผู้นำสูงสุด หัวหน้าคณะรัฐบาล ผมว่าต้องฟังเสียงจาก ส.ส. นะครับ (เพราะ ส.ส. คือที่มาจากประชาชน) ไม่มีทางที่จะไปจังหวัดนครราชสีมาแล้วก็ฟัง 15 ล้านเสียงได้ หรือว่าจากกรุงเทพฯ ฟัง มันก็มีตัวแทน ซึ่งเราก็ต้องฟัง ผ่านระบบตัวแทนมานะครับ ในฐานะผู้นำรัฐบาลเองก็มีขีดจำกัดในการที่จะทำได้หลายๆ เรื่อง หลายๆ อย่าง แต่อะไรที่ทำได้ อะไรที่ฟังได้ เข้าถึงได้ ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องของ inclusive เรื่องของการที่ต้องฟังจากประชาชน ไม่ใช่จาก ส.ส. อย่างเดียว จากนักธุรกิจ จาก NGO จากผู้สื่อข่าวนะครับ จากทุกๆ สถาบัน

Q : แสดงว่าผู้นำต้องเป็นผู้ฟังด้วย

A : ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี แต่ไม่ใช่ว่าฟังเฉยๆ นะ ฟังแล้วต้องกลั่นกรอง ต้องไตร่ตรองให้ดี แล้วก็ต้องมี action plan ออกมา คือไม่ใช่ฟังแบบฟังๆ ไปแล้วเดี๋ยวเขาก็จะได้สบายใจ แต่ฟังเขาเรียกร้องมา 10 ข้ออาจจะทำได้ 3 วันนี้ บางวันอาจจะทำได้ 10 บางวันอาจจะทำได้ 1 แต่มันก็ต้องทำไปนะครับ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วการที่พูดง่ายๆ เนี่ยว่าต้องฟังประชาชนเป็นหลักเนี่ย อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะผมว่า

Q : มีคนพยายามที่จะบอกว่าความขัดแย้งของบ้านเรา ตอนนี้ความขัดแย้งมาจากแนวคิด กับความขัดแย้งที่ถูกเซตติงขึ้นมา บางเรื่องมันเป็นความขัดแย้งในเรื่องบุคคล บางเรื่องมันเป็นความขัดแย้งในสถาบัน มันเป็นไปได้ไหมถ้าสมมติเป็นรัฐบาลที่มีเสียงมาก สามารถที่จะแก้ความเปราะบางทางความคิดของความแตกแยก แล้วก็ทำให้ลักษณะของอภัยโทษหรืออะไรก็ได้ กลับมา ทุกคนคืนกลับมา ลดความขัดแย้งของคนในชาติ กลับมาร่วมกัน ยื่นมือมาร่วมสร้างประเทศที่ไม่มีบริบทของความขัดแย้ง และต้องมีกติกาต่อกัน เป็นไปได้ไหม

A : อันนี้มันคือสังคมโลกสวยไง ผมว่าในแง่ของที่เราอยากให้เป็น กับความเป็นไปได้หรือของจริง ผมว่ามันลำบาก มันลำบากเพราะว่าเรื่องของความเกลียดชัง เรื่องการแบ่งขั้วมันลึกมาก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดใครก็ตามที่ได้เข้าไปบริหารประเทศ มันต้องไปดูทั้งหมดเลย องค์รวมทั้งหมดของเสาหลักที่มันค้ำประเทศนี้ทั้งหมดเนี่ย ดูซิว่าอะไรแล้วเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง อะไรเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ปัจจุบันนี้ผมเชื่อว่าเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ปากท้อง เรื่องสิทธิเสรีภาพ เรื่องความเสมอภาค ความเท่าเทียม เป็นเรื่องที่สำคัญมาก 

แล้วก็เรื่องของกฎกติกาของการอยู่ร่วมกันคือรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญต้องมีการแก้ไขในความเห็นส่วนตัวของผม ในฐานะคนไทยคนนึง ผมอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ก็อาจจะรวมไปถึงเรื่องของการที่จะมาแก้ปัญหาที่มันสะสมมา 16-17 ปี หรือ 18 ปีที่มันผ่านมาก็ได้ โดยมีการตั้งต้น มีการตั้ง ส.ส.ร. ที่ชัดเจน ทุกๆ ภาคส่วน แต่ว่าจะเขียนยังไง จะอะไรก็ตามทีต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องเอาคนส่วนมากเป็นที่ตั้ง ผมว่ามันไม่สามารถที่จะไปทำอะไรได้โดยพลการ

เปิดใจ “เศรษฐา ทวีสิน” ก่อนขึ้นเก้าอี้นายกฯเพื่อไทย

Q : สมมตินะครับพี่นิด สมมติว่าพรรคการเมืองเนี่ยมาชวนพี่นิดให้ไปเป็นแคนดิเดตนายก แล้วก็เกิดแลนด์สไลด์ในการเข้าไปบริหารจัดการประเทศ ถ้าประชาชนอยากจะเห็น เอา 4 เรื่องพอ ที่พี่นิดเข้าไปบริหารประเทศในฐานะเบอร์หนึ่งของประเทศ 4 เรื่องที่จะเห็นเป็นรูปธรรมจริงๆ คืออะไรได้บ้าง

A :ถ้าเกิดผมตอบได้ทันทีแสดงว่าผมพร้อมเลยนะ แสดงว่าผมเตรียมตัวมาก่อนเลย นี่อันนี้จริงๆ แล้วนี่เป็น trick question นะ สมมติว่าผมตอบไปแสดงว่าผมนั่นเลย โอเคๆ ไม่เป็นไร เพราะว่าผมว่าเรื่องพวกนี้มันไม่เป็นความลับอะไรหรอก ผมว่าทุกคนก็รู้ว่าประเทศไทยต้องการอะไร อาจจะไม่ได้เรียงตามลำดับความสำคัญแล้วกันนะ เพราะว่าถ้าเกิดผู้นำประเทศแล้วจะต้องทำหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ปีหนึ่ง เรื่องนี้ปีสอง เรื่องนี้ปีสาม เรื่องนี้ปีสี่

เรื่องเศรษฐกิจปากท้องนี่ชัดเจน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องการการแก้ไขเร่งด่วนอย่างเต็มที่ เรื่องรัฐธรรมนูญต้องมีการผลักดันให้มีการแก้ไข เรื่องของ geopolitics เราต้องมีจุดยืนที่เด่นชัด แล้วก็ต้องมีตัวตนที่เป็นที่น่าเกรงขาม ที่มีศักดิ์ศรีในเวทีการค้าโลก (ยังต้องบาลานซ์พาวเวอร์เหมือนเดิมไหม) แน่นอน เพราะว่าเราไม่สามารถที่เราจะไปอิงกับสหรัฐ อิงกับรัสเซีย อิงกับจีนได้ เพราะว่าทุกคนต้องการได้บางอย่างจากเราแตกต่างกันไป เราก็สามารถให้แต่ละซุปเปอร์พาวเวอร์แตกต่างกันไป เรามีความถ่อมตัว แล้วก็มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีความเป็นไทยของเรา 

Q : ปากท้อง แก้รัฐธรรมนูญ geopolitics 3 แล้ว เรื่องที่ 4

A :เรื่องความเสมอภาค เรื่องของสิทธิเสรีภาพเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องของกฎหมายที่นำมาซึ่งความเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพศสภาพ เรื่องของอะไร ใช้คำว่าเป็นเรื่องของซอฟต์พาวเวอร์ของคนไทย ที่จริงๆ แล้วนอกเหนือไปจากเงินในกระเป๋าแล้ว เรื่องของความสบายใจที่จะอยู่ในสังคมเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะส่งผลไปให้กับคนรุ่นใหม่ เด็กรุ่นใหม่ ที่ผมถือว่าเป็นความท้าทายเป็นการส่วนตัว ถึงแม้ว่าผมไม่ได้ไปเป็นอะไรก็ตามที ในองค์กรของผม เรื่องเด็ก เรื่องอนาคต เรื่องการศึกษาที่ดีกว่า เรื่องสิทธิเสรีภาพในการเลือกทั้งหลายแหล่ผมถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

Q : แสดงว่าพี่นิดให้โอกาส

A : เป็นเรื่องที่ผม hold it dearly to my heart (บริหารโอกาสให้กับเขา) ใช่ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เริ่มได้เลยนาทีแรก ไม่ต้องไปเป็นนายกหรอก อยู่ในองค์กรนี้ก็สามารถทำได้ ให้สิทธิ์ ให้โอกาสเขาที่เท่าเทียมที่เหมาะสม ให้รู้ว่าสังคมพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน โดยไม่มีการลำเอียง โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำที่สูง

Q :  ฟังดู 4 เรื่อง ปากท้อง รัฐธรรมนูญ geopolitics เรื่องของเสมอภาค การลิดรอนถามต่อนิดนึง แล้วเกี่ยวข้องกับนิรโทษกรรมไหม เพราะคุณอุ๊งอิ๊งก็พูดถึงเรื่องนิรโทษกรรม ไม่นิรโทษกรรม

คือผมว่าแต่ละคนก็มี priority ต่างกันไป ผมไม่พูดว่าใครต้องทำหรือไม่ต้องทำนะครับ แต่ผมบอกชัดเจนว่า priority ผมมีอะไร มี 4 เรื่อง

Q : นี่เป็น priority ดูมันอาจจะบอกว่ามันเป็นนามธรรม แต่นามธรรมในความหมายคือเรือธงที่จะทำ ปากท้องต้องแก้ให้ได้ ให้ดีขึ้น ให้เศรษฐกิจดีขึ้นกว่าเดิม นี่คือ priority

A : อ้อ แน่นอนครับ ชัดเจน (แก้รัฐธรรมนูญก็ต้องแก้ geopolitics แล้วก็ต้องยกบทบาทของกระทรวงการต่างประเทศ แล้วก็วิธีการทำงานของประเทศไทยให้ขึ้นมาบทเวทีโลก) ตัวนายกก็ความสำคัญ ตรงนี้ต้องให้ความสำคัญ (เรื่องสิทธิเสรีภาพ) ให้ความสำคัญ (นี่คือ 4 เรื่องหลัก) ครับ เรื่องอื่นก็ถือเป็นเรื่องรองไปแล้วกัน แต่ว่าถ้าเกิดเข้าไป ถ้าเกิดต้องไป ซึ่งผมหวังว่าคงไม่ต้องนะ เพราะเราไม่รู้ 

Q : ถ้าเกิดต้องไป ถ้าพูดอย่างนี้ไม่ถามไม่ได้ ตกลงเขามาคุยหรือยัง หรือว่าคุยกันกี่รอบแล้ว ได้คุยกับผู้บริหารพรรคไหม

ก็คุยกันธรรมดาทั่วไปก็คุยกัน อ๋อ ผมก็รู้จักกันอยู่แล้วครับ รู้จักพี่หมอทั้งสอง รู้จักกับท่านกิตติรัตน์ ก็คุ้นเคยกันดี

Q : ในเรื่องแนวคิดของนโยบาย ในเรื่องของกระบวนการทำการเมืองของห้องแอร์กับนักเลือกตั้งกับพี่นิดคิดว่าจูนกันได้ไหม

A : ยังไม่เข้าใจ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ผมไม่เข้าใจ บางอย่างไม่ใช่ไม่เห็นด้วย บางอย่างผมก็ไม่เข้าใจ ทุกพรรคการเมือง แล้วผมก็มีความประหม่าอยู่ (ไม่เข้าใจอะไร) เรื่องยากขอให้เป็นเรื่องง่ายอะไรผมไม่รู้เรื่องง่ายเป็นเรื่องยากอะไรก็ไม่รู้ มันก็มีอะไรเยอะแยะไปหมดครับ ผมว่ามันก็ปวดหัวน่ะใช่ไหม ผมถึงตอบคำถามได้แล้วว่าไปหรือไม่ไป มันก็มี

อะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเราเองจริงๆ แล้วก็อ่อนหัด ต้องเรียนตามตรง (ไม่เข้าใจมิติทางการเมือง หรือไม่เข้าใจเกมทางการเมือง) เกมการเมืองพอที่จะอ่านออกบ้าง แต่ว่าวิธีการคิดมันก็ไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูก เพียงแต่อยู่ที่เราแล้วกัน เอาเป็นว่าเราไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจแล้วถ้าเกิดจะไปก็ต้องเรียนรู้นะครับ ก็หวังว่าไม่ต้องไป

Q : มีคนชอบพูดว่านักธุรกิจอย่ายุ่งการเมืองเลย ยุ่งแล้วเปลืองตัว แต่พี่นิดพูดมาตั้งต้น สิทธิไม่พอมันคือหน้าที่ที่ต้องทำ

A : แต่หน้าที่ไม่จำเป็นต้องมาบริหารจัดการประเทศนะ หน้าที่คือการให้คอมเมนต์ในเชิง constructive ไม่ใช่เชิงบ่อนทำลายหรือไปด้อยค่าภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง รวมถึงคณะทำงานปัจจุบันด้วยนะครับ

Q : คือเราพยายามซักถามแต่เราก็รู้อย่างนึงนะครับว่าปัจจุบันเนี่ย พี่นิดยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะยังไง 

ใช่ครับ เพราะกลไกพรรคการเมืองเขายังไม่ตัดสินใจครับ คุณต้องให้เกียรติพรรคเขาด้วย คนที่พูดอะไร มันก็ไม่ได้มีอะไรชัดเจนแน่นอน มันมีอีกหลายๆ แฟคเตอร์ที่ต้องมาคุยกัน เรื่องของแสนสิริเองอะไรเอง เราก็ยังไปได้ด้วยดีอยู่ เขาก็ยังต้องการผมอยู่ที่นี่เหมือนกันใช่ไหมครับ มันก็เป็นอะไรที่ต้องคิดให้ครบรอบครอบนะครับ

ข่าวล่าสุด

Reflect Orbital พลังงานแสงอาทิตย์ 24 ชั่วโมง ที่อาจมีหายนะตามมา