posttoday
ถกงบฯเดือด!"ชลน่าน"อัดยับรบ.หมดสภาพจัดงบเจอทางตันส่อโกง เจอ"ประยุทธ์" ลุกสวนกลับ

ถกงบฯเดือด!"ชลน่าน"อัดยับรบ.หมดสภาพจัดงบเจอทางตันส่อโกง เจอ"ประยุทธ์" ลุกสวนกลับ

31 พฤษภาคม 2565

หมอชลน่าน อภิปรายงบ 66 รัฐบาลหมดสภาพ จัดสรรงบแบบเจอทางตัน สิ้นหวัง ส่อโกง ถูกพรรคร่วมฯเรียกค่าไถ่ ย้ำจุดยืนคว่ำร่างฯ ด้าน "นายกฯ"สวนกลับ ลั่นไม่จัดงบเหมือนรัฐบาลก่อน"ถ้าไม่เลือกก็ไม่ให้" ส่วนปมส่อโกงมีหลักฐานก็ฟ้องไป ชี้ที่ผ่านมา มีใครติดคุก ใครหนีคดีหรือไม่

เมื่อวันที่ 31 พ.ค.65 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจาณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายนานกว่า 1 ชั่วโมง ย้ำจุดยืนไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.งบฯ66 เนื่องจากไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้บริหารงบประมาณ เนื่องจากการบริหารประเทศที่ผ่านมาพบความล้มเหลวในการบริหาร ทำประชาชนจน ประเทศเจ๊ง และทิ้งมรดกหนี้ไว้ให้ประชาชน ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน และหนี้เสีย ดังนั้นเมื่อรัฐบาลที่ล้มเหลวจะขอสภาฯ ให้อนุมัติงบประมาณ 3.185 ล้านล้านบาท และต้องกู้เพิ่มอีก6.95 แสนล้านบาท ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าการบริหารงานไรร้ความสามารถ ไร้ศักยภาพในการบริหารประเทศ และอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศในอนาคต รวมถึงจะทำให้ประประชาชนขาดความหวัง และประเทศเผชิญวิกฤต สำหรับการบริหารประเทศ ตลอด 8 ปีของผู้นำปัจจุบัน ทำให้ประเทศถึงจุดเสื่อมและทรุดที่สุด ทางออกคือต้องเปลี่ยนตัวผู้นำ

การจัดทำงบประมาณปี 2566 จัดสรรแบบเจอทางตัน ไม่สนใจต่อสถานการณ์ประเทศโดย ไม่ตอบโจทย์ ไม่ทันสถานการณ์ ไม่จัดลำดับความสำคัญ และส่อไปในทางทุจริต ซึ่งเป็นการจัดงบฯ ที่ประชาชนสิ้นหวัง โดยเฉพาะการจัดทำงบฯ ที่ส่อทุจริต เอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้องในส่วนงบฯ กระทรวงคมนาคม ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ซุกซ่อนอยู่ในแผนบูรณาการโลจิสติกส์กว่าอีก 130,000 ล้านบาท โดยตั้งคำถามว่าเป็นการตั้งงบประมาณที่ถูกเรียกค่าไถ่จากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ เป็นสิ่งที่พรรคแกนนำจะต้องจ่ายเป็นผลประโยชน์เพื่อการอยู่ยาวของตัวเองหรือไม่ ถือเป็นการนำภาษีที่ขูดรีดจากประชาชน เพื่อสืบทอดอำนาจหรือไม่

นพ.ชลน่าน เชื่อมั่นว่า หากพรรคเพื่อไทยได้จัดงบประมาณฉบับพรรคเพื่อไทยจะสามารถพาประเทศออกจากวิกฤตได้ จึงไม่อาจรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2566 ที่จัดโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำรัฐบาลไม่ต้องไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ แต่ให้ตีตกไป เนื่องจากไม่เกิดประโยชน์ ไม่สามารถแก้วิกฤตและปัญหาของประเทศได้ ทั้งนี้ หากฉบับนี้ไม่ผ่านวาระรับหลักการ พล.อ.ประยุทธ์ จะถือเป็นคนที่คืนความสุขให้ประชาชน

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลุกขึ้นชี้แจง ว่า มีการใช้งบลงทุนลดลงกว่าที่เสนอไว้ในปีงบ 2565 เสนอเข้ามา 624,399 ล้านบาท แต่เมื่อถึงฝ่ายนิติบัญญัติ กมธ.ปรับ 12,466 ล้านบาท เหลือ 611,933 ล้านบาท ร้อยละ 19.4

นายกฯ กล่าวอีกว่า เมื่อตนตั้งงบประมาณขึ้นมาแล้วใครเป็นผู้ตัดงบประมาณออก และที่บอกว่าตัดแล้วนำไปใช้ในงบกลาง ตนเองไม่ได้สั่งได้ทุกเรื่อง ทุกโครงการต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อน และต้องมีงบประมาณที่จะต้องปรับใช้ในโครงการต่างๆที่ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณด้วย เพราะในแต่ละปีถึงแม้ว่าจะมีการตั้งงบประมาณเอาไว้แต่ก็ต้องปรับให้มีสอดคล้อง กับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งไม่เหมือนกับสมัยก่อนที่บางคนที่มีการประกาศว่าถ้าไม่เลือก ก็จะไม่ให้งบประมาณ จึงอยากให้ไปดูว่า แผนงานโครงการของรัฐบาลลดลงทุกพื้นที่ทุกจังหวัดหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเองอยากชี้แจง

ส่วนที่ฝ่ายค้านระบุว่าการจัดสรรงบประมาณส่อไปในทางทุจริต ก็ขอให้ไปพิสูจน์กันตามแนวทางกระบวนการยุติธรรม หากมีหลักฐานก็ฟ้องไป พร้อมระบุด้วยว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการยุติธรรมมีทั้งติดคุก ทั้งหนีคดี หรือไม่

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ออกจากห้องประชุมห้องประชุมทันที

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน