posttoday
"พิสิฐ" แนะ กสทช.เผยแพร่งบการเงินที่ สตง. ตรวจสอบแล้วให้ทันรายงานประจำปี

"พิสิฐ" แนะ กสทช.เผยแพร่งบการเงินที่ สตง. ตรวจสอบแล้วให้ทันรายงานประจำปี

27 พฤษภาคม 2565

สส.ปชป. แนะ กสทช. นำเสนองบการเงินที่ สตง. ตรวจสอบแล้ว พิมพ์เผยแพร่ในรายงานประจำปีให้ทัน พร้อมทวงถามแนวบริหารจัดการยอดเงินสดใน บัญชีออมทรัพย์ ให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อกสทช.และประเทศ

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 65 นาย พิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายในวาระรับทราบการแจ้งผลการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ 31 ธันวาคม 2562 และการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า รายงานที่มานำเสนอในวันนี้เป็นงบการเงินของปี 2562 ซึ่งได้เคยมานำเสนอแล้วเมื่อปี 2563 แต่เป็นรายงานที่ สตง. ยังไม่ได้ตรวจสอบ และที่ประชุมแห่งนี้ได้อภิปรายไว้แล้ว แต่ยังมีสิ่งที่ติดอยู่ในใจคือ รายงาน สตง. ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งเป็นงบการเงินของปี 2562 และ กสทช. จะต้องทำงบเสนอภายใน 150 วัน ทำให้รายงานประจำปีใช้งบการเงินที่ สตง. ยังไม่ได้ตรวจสอบรับรองนอกจากนี้ยังได้สอบถามผู้ชี้แจงจาก กสทช. ว่าจะมีแนวทางอย่างไรเพื่อให้งบของ กสทช. ได้รับการตรวจสอบจาก สตง. อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ทันลงในรายงานประจำปีเพื่อนำเสนอต่อประชาชน มิฉะนั้นจะทำให้เกิดปัญหาว่า งบการเงินในรายงานประจำปีเป็นตัวเลขอย่างหนึ่ง และที่ สตง. ตรวจสอบจะเป็นอีกอย่าง ซึ่งมีความแตกต่างเป็นหลักพันล้านหมื่นล้าน ทั้งที่เรื่องนี้ก็เป็นบรรทัดฐานของบริษัทมหาชนโดยทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ถือปฏิบัติ กล่าวคือก่อนที่จะนำเสนอข้อมูลต่อประชาชนจะต้องผ่านการตรวจสอบรับรองของผู้สอบบัญชีก่อน

นอกจากนี้ นายพิสิฐ ได้สอบถามเพิ่มเติมจากการที่ งบการเงินของ กสทช. ปี 2562 นั้น สตง. รับรองอย่างมีเงื่อนไข เพราะมีเรื่องทรัพย์สินที่ไม่ตรงกัน เนื่องจากการกสทช. มี 2 ระบบ คือระบบ Express กับ ระบบ Ratio Frequency identification นั้นได้มีการแก้ไขไปแล้วอย่างไรหรือไม่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับทวงถามถึงการที่ กสทช. ได้แสดงยอดเงินสดที่ฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์เป็นหลักหมื่นล้านซึ่งมีผลตอบแทนต่ำนั้น ได้มีการแก้ไขอย่างไร เพราะเงินจำนวนดังกล่าวควรบริหารจัดการเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ เพราะถือว่าเป็นเงินแผ่นดินส่วนหนึ่งที่จะต้องนำไปลงทุน ไม่ใช่เก็บเป็นเงินสดไว้ตามที่ปรากฎในงบการเงิน

นายพิสิฐ ยังได้ท้วงติงอีกว่า ตัวงบการเงินนั้นเป็นงบของหน่วยงาน และสตง. รับผิดชอบเฉพาะใบหน้างบ ซึ่งในตัวงบการเงินแม้จะทำไว้ได้อย่างละเอียด แต่เมื่อดูรายการเกี่ยวกับข้อมูลประกอบงบ ได้ให้ตัวเลขไว้เป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการระบุหน่วย ทำให้ต้องเข้าใจเอาเองว่ามีหน่วยเป็นล้านบาท แต่ในงบที่ สตง. รับรอง และมีลายเซ็นผู้บริหารนั้นมีหน่วยเป็นบาท ดังนั้นการทำตารางใดๆ จะต้องมีความชัดเจนและถูกต้อง

สำหรับเอกสารฉบับที่ 2 นั้นต้องขอบคุณ สตง. ที่ได้จัดทำการประเมินผลการใช้เงินและทรัพย์สิน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ และเป็นประโยชน์อย่างมากที่ สตง. ได้พยายามประเมินผลการใช้เงินของหน่วยงานของรัฐ และหวังว่าจะทำกับหน่วยราชการด้วยว่ามีการใช้เงินอย่างไร เป็นไปตามเป้าหมาย เกิดประสิทธิผล ประสิทธิภาพหรือไม่อย่างไร

ดังนั้นจึงได้เสนอแนะแนวทางการประเมินผลการใช้เงินว่า ไม่ใช่อยู่ที่การเบิกจ่ายว่าทำได้เต็มที่หรือไม่ อย่างที่พยายามระบุไว้ในรายงาน และอาจไม่ใช่เรื่องถูกต้องที่จะเร่งให้ใช้เงิน ทั้งที่บางหน่วยงานอาจอยู่ในสภาพที่ไม่ควรใช้เงิน สตง. ควรดูว่า โครงการต่างๆ หรืองานต่างๆ ที่ทำนั้น ได้ใช้เงินไปตามวัตถุประสงค์ หรือเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งจะทำให้การประเมินผลการใช้เงินให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงต่อประชาชนได้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน