
เชียงใหม่เตรียมพร้อมปรับโควิดเป็นโรคประจำถิ่น
เชียงใหม่-เชียงใหม่เตรียมปรับการรักษาโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นแล้ว ยอดติดเชื้อพุ่งทุกวันล่าสุดแตะ3.9พัน พบการเข้าถึงยารักษายังเป็นปัญหาตลอด
นายแพทย์กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า? ตอนนี้เตรียมความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 แบบโรคประจำถิ่น (Endemic) เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่กับโรคนี้ได้โดยไม่กระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวันแล้ว ดังนั้นประชาชน?ก็ต้องตระหนักและระวังตนเองให้เป็นปกติวิสัย ซึ่งการดูแลแบบโรคประจำถิ่นในการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อยังคงใช้แนวทางของกรมการแพทย์ แต่จะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของการขึ้นทะเบียนผู้ป่วยและการใช้สิทธิแทน
นอกจากนี้จะมีการบริหารการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลมากขึ้นเน้นการรักษาตามอาการ เช่น การทานยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก หรือการทานยาฟ้าทะลายโจร และการดื่มน้ำอุ่น พักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยและไม่มีความเสี่ยง อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในการรักษา เนื่องจากร่างกายสามารถกำจัดเชื้อได้เอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้อยาและเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยาได้ เชียงใหม่จึงได้ปรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ให้เป็นการรักษาแบบโรคประจำถิ่นเร็วๆนี้
จากข้อมูลของผู้ติดเชื้อพบว่า ผ่านมาระบบการเข้าถึงประสานงานเพื่อรับยาหรือการรักษาจะเป็นปัญหามากคือการติดต่อสื่อสารที่ล่าช้า Call Center ไม่สามารถติดต่อได้ หลายกรณีที่ผู้ติดเชื้อจะต้องดูแลตนเองก่อนแม้มีการร้องเรียนและแก้ไขแต่ก็ยังเป็นปัญหาสำคัญ
สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของจังหวัดเชียงใหม่ ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อเฉลี่ยวันละเกือบ 4,000 ราย วันนี้(23มี.ค.) พบผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ (RT-PCR)เพิ่ม 357 ราย เข้าข่าย (ATK) 3,464 ราย รวม3,821 รายสูงสุดอีกครั้งแต่อัตราการเสียชีวิตลดลงจำนวนนี้มีอาการหนัก 42 รายจากผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่ในทุกระบบเพิ่มขึ้นจำนวน 21,544 ราย
ทั้งนี้ จึงยังเน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ Universal Prevention หรือการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาลอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเข้ารับการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ตามโครงการ “ถกแขนเสื้อ เตื้อที่ 3 เตรียมฮับลูกหลานปิ๊กบ้านปี๋ใหม่เมือง” ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหากฉีดในช่วงสัปดาห์นี้จะทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นพร้อมรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ รวมทั้งเน้นย้ำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่อยู่ในสถานที่ชุมชน เว้นระยะห่าง และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ เพื่อลดการเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและลดการระบาดเชื้อในวงกว้าง
สำหรับข้อแนะนำแบบ Universal Prevention วิธีป้องกันการติดเชื้อโควิดขั้นสูงสุด?แจ้งกับประชาชนว่า ออกจากบ้านเมื่อจำเป็น เว้นระยะห่าง 1-2 เมตร อย่าใช้มือสัมผัสหน้ากากรวมทั้งใบหน้า ตา จมูก ปาก สวมหน้ากากอนามัยและทับด้วยหน้ากากผ้าตลอดเวลา ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ถูกสัมผัสบ่อย ๆ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ แยกของใช้ส่วนตัวทุกชนิดไม่ใช้ร่วมกับผู้อื่น ผู้เป็นกลุ่มเสี่ยง หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน กินอาหารปรุงสุกใหม่ แยกสำรับ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว หากสงสัยว่าตนเองเสี่ยง ตรวจด้วย ATK บ่อย ๆ เพื่อยืนยันว่าติดเชื้อหรือไม่







