
งดเก็บเงินส่งกลับต่างด้าวลดค่าใช้จ่ายต้นปี
กรมการจัดหางานชี้งดเก็บเงินกองทุนส่งกลับแรงงานต่างด้าว 1 ปีหวังช่วยทั้งนายจ้าง-ลูกจ้างลดค่าใช้จ่ายช่วงต้นปี เล็งจ้างสถาบันการศึกษาผลกระทบระยะยาวก่อนแก้กฎหมายในอนาคต
กรมการจัดหางานชี้งดเก็บเงินกองทุนส่งกลับแรงงานต่างด้าว 1 ปีหวังช่วยทั้งนายจ้าง-ลูกจ้างลดค่าใช้จ่ายช่วงต้นปี เล็งจ้างสถาบันการศึกษาผลกระทบระยะยาวก่อนแก้กฎหมายในอนาคต
นายประวิทย์ เคียงผล รองอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่าสาเหตุที่ครม.มีมติให้ชลอการเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับออกนอกราชอาณาจักรจากสิ้นเดือน ม.ค.นี้เป็นวันที่ 1 มี.ค.2555 เนื่องจากช่วงเวลานี้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างมีภาระทั้งค่าใช้จ่ายในการต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว ค่าใช้ในการพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งหากต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯอีกจะยิ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้ใช้แรงงาน
นอกจากนี้ สถานการณ์ด้านแรงงานต่างด้าวเปลี่ยนไปจากเดิมปี 2550 ที่มีการร่างกฎหมาย ขณะนั้นมีแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายกว่า 1.2 ล้านคน แต่สิ้นปี 2553 เหลืออยู่ประมาณ 9 แสนคน โดยพิสูจน์สัญชาติไปแล้ว 3.4 แสนรายและอยู่ระหว่างรอการพิสูจน์อีก 5 แสนราย คาดว่าในปี 2555 จะสามารถพิสูจน์สัญชาติได้ทั้งหมด
นายประวิทย์กล่าวว่าระหว่างการชะลอการเก็บเงินออกไป 1 ปี กรมการจัดหางานจะจ้างสถาบันการศึกษาเข้ามาศึกษาว่าการเก็บเงินเข้ากองทุนฯมีผลกระทบต่อสถานประกอบการด้านใดบ้าง เทียบเคียงกับแนวทางประเทศอื่นๆว่ามีแนวปฏิบัติต่อแรงงานสัญชาติอื่นอย่างไรและสมควรมีการปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับการเก็บเงินเข้ากองทุนหรือไม่
ทั้งนี้ ตามกำหนดการ แรงงานประกอบอาชีพกรรมกรและรับจ้างทำงานบ้านต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนฯ 2,400 บาทสำหรับแรงงานพม่าและลาว แบ่งจ่าย 6 เดือน เดือนละ 400 บาท ส่วนแรงงานกัมพูชาจ่าย 2,100 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 350 บาท ส่วนค่าใช่จ่ายในการพิสูจน์สัญชาติต้องมีค่าใช้จ่ายอีกประมาณ 5,000-6,000 บาท
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวนั้น ต้องมีสุขภาพ 600 บาท ค่าประกันสุขภาพ 1,300 บาท ค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอฉบับละ 100 บาท และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน 900 - 1,000บาทแล้วแต่ประเภทกิจการ







