
จี้สอบรุกป่าพระราชินีเมืองลับแล
ชาวป่าคาย จี้ “พ่อเมืองอุตรดิตถ์” สอบรุกป่าพระราชินี
ชาวป่าคาย จี้ “พ่อเมืองอุตรดิตถ์” สอบรุกป่าพระราชินี
นายสง่า น้อยท่าช้าง ราษฎรบ้านนาป่าคาย หมู่ 4 ต.ป่าคาย อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ป่าแดงเขาโล้น บริเวณหมู่ 4 ต.ป่าคาย มีพื้นที่ 1,005-2-93 ไร่ ปี 2515 กรมที่ดินประกาศให้เป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ อยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย โดยมีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) เพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันคือ นำวัวควายไปเลี้ยง เก็บของป่าทั้งเห็ด หน่อไม้ ไข่มดแดง และเก็บผักหวานมานาน
อย่างไรก็ตามเมื่อปี 2552 มีนายทุนรายหนึ่งในพื้นที่ ต.ป่าคาย อ้างว่าลูกชายทำงานอยู่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าทำการบุกรุกที่ดินดังกล่าวจำนวน 2 แปลงรวม 39 ไร่ โดยการจ้างชาวบ้านใช้เรื่อยยนต์เข้าตัดต้นไม้ประเภทไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้มะค่า ไม้เต็งรัง ตะแบก สะเดาป่า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 5-10 นิ้ว อายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป จากนั้นใช้รถแบ็คโฮขุดต้นไม้ออก เพื่อทำการปรับพื้นที่สำหรับปลูกข้าวโพด พร้อมวิ่งเต้นขอออก ส.ป.ก.
“เคยร้องเรียนไปยังอำเภอแล้ว ก็มอบให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ป่าคาย รับผิดชอบแต่เรื่องก็เงียบหายไป หากปล่อยไว้โดยไม่มีการดำเนินการเกรงว่าป่าแดงเขาโล้นที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานจะถูกนายทุนยึดเป็นของตัวเอง ต่อไปชาวบ้านก็ไม่มีที่หาของป่า หรือเข้าไปในพื้นที่ก็อาจจะถูกนายทุนรายนี้แจ้งความร้องทุกข์ว่าชาวบ้านบุกรุกที่ดินเอาได้ จึงอยากให้นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน” นายสง่า กล่าว
นายสง่า กล่าวอีกว่า นอกจากการบุกรุกของนายทุนดังกล่าวแล้ว นายทุนรายเดียวกันนี้ใช้วิธีการจ้างให้ชาวบ้านวังปรากฏ หมู่ 9 และ ชาวบ้านนาป่าคาย หมู่ 4 ต.ป่าคายอยู่รอบป่าเข้าทำการบุกรุกป่าแดงเขาโล้นรอบ ๆ เพื่อขอ ส.ป.ก.จากนั้นก็จะขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านไร่ละไม่กี่พันบาท สุดท้ายป่าผืนนี้ก็จะตกเป็นของนายทุนในที่สุด
นอกจากนายทุนจะรุกป่าดังกล่าวแล้ว จากการตรวจสอบพบว่านายทุนรายเดียวกันนี้ ก็มีการบุกรุกป่าอนุรักษ์ป่าเขาใหญ่ บริเวณ หมู่ 3 ต.ป่าคายอีกราว 200-300 ไร่ โดยป่าผืนนี้เป็นป่าตามโครงการป่าเล็กในป่าใหญ่ของสมเด็จพระราชินี ที่ห้ามผู้ไดเข้าไปใช้ประโยชน์หรือบุกรุกอย่างเด็ดขาด
ด้านนายกฤษดาศักดิ์ พรหมไคร้ นายก อบต.ป่าคาย กล่าวว่า ป่าแดงเขาโล้นมีการบุกรุกจริงจากประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ แต่ไม่มีนายทุกบุกรุกอย่างที่ร้องเรียน อย่างไรก็ตามปลายเดือนนี้จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง และไม่อยากให้สื่อมวลชนทำข่าวเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าชาวบ้านที่บุกรุกจะเดือดร้อนไปด้วย







