posttoday
สธ.จับตาโอมิครอนBA.2.2ที่พบในฮ่องกง แจงยังไม่เป็นสายพันธุ์น่ากังวล

สธ.จับตาโอมิครอนBA.2.2ที่พบในฮ่องกง แจงยังไม่เป็นสายพันธุ์น่ากังวล

14 มีนาคม 2565

สธ.จับตาโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 ที่พบในฮ่องกง ชี้ยังไม่ถูกประเมินให้เป็นสายพันธุ์น่ากังวล ย้ำติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 65 นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีข่าวการพบเชื้อโควิด โอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.2.2 ที่ฮ่องกงว่า สายพันธุ์ย่อยนี้ยังไม่ถูกกำหนดให้ใช้ เนื่องจากยังมีข้อมูลไม่เพียงพอว่ามีการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งใด ซึ่งคาดว่าในอีก 1-2 วัน ฐานข้อมูล GISAID ที่เป็นฐานข้อมูลเชื้อก่อโรคโควิด19ของโลก อาจจะกำหนดได้

อย่างไรก็ตามปัจจุบันสายพันธุ์ย่อยนี้พบหลักๆ ที่ฮ่องกง 386 ราย และสหราชอาณาจักร 289 ราย

ส่วนที่มีข่าวว่า อัตราการเสียชีวิตที่สูงขึ้นในฮ่องกงนั้น เกิดจากโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.2 นั้น ยังถือว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปเช่นนี้ เนื่องจากเหตุการณ์การเสียชีวิตในวันนี้ คือการติดเชื้อในช่วง 7-8 วันก่อน หรือนานถึง 1 เดือนก่อน จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าอัตราเสียชีวิตที่สูงขึ้นเกิดจาก BA.2.2 นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สายพันธุ์เดลตาที่เคยเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดทั่วโลก พบสายพันธุ์ย่อยมากกว่า 130 สายพันธุ์ ซึ่งแทบไม่มีความแตกต่างของลักษณะทางการระบาดวิทยา ขณะเดียวกันจากการติดตามสายพันธุ์ย่อยทั้งอัลฟา เดลตา และโอมิครอน ก็ยังไม่พบสายพันธุ์ย่อยที่มีความน่ากังวลเป็นพิเศษ ไปกว่าสายพันธุ์น่ากังวลที่พบเป็นสายพันธุ์แรก

ดังนั้น การเสียชีวิตไม่สามารถนำมาใช้ประเมินความรุนแรงของแต่ละสายพันธุ์ได้โดยตรง ส่วนสายพันธุ์ที่น่ากังวล มักจะมีลักษณะทางระบาดวิทยาที่ชัดเจน คือ แพร่ได้รวดเร็ว และหลีกหนีวัคซีน หรือภูมิจากการติดเชื้อครั้งก่อนได้ดี ซึ่งสำหรับสายพันธุ์ที่คาดว่าจะเรียกว่า BA.2.2 นี้ ไม่เข้าลักษณะน่ากังวลดังกล่าว

ทั้งนี้ สามารถประเมินสายพันธุ์โอมิครอน (BA.2.2) เบื้องต้น (วันที่ 13 มี.ค. 65) ได้ดังนี้

1. ความสามารถในการแพร่ (transmission) จากข้อมูลทางระบาดวิทยาไม่มีข้อมูลว่าแพร่เชื้อได้รวดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น

2. ความรุนแรงของโรค ไม่มีข้อมูลว่าอัตราป่วยและอัตราตายสูงกว่าสายพันธุ์อื่นๆ และไม่มีข้อมูลทางระบาดวิทยามาสนับสนุนว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนที่มีการกลายพันธุ์ S:I1221T มีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์โอมิครอนอื่นๆ

3. ผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีน ไม่มีข้อมูลว่าการกลายพันธุ์ S.I1221T มีผลให้ประสิทธิภาพวัคซีนลดลง หรือหลีกหนีวัคซีนได้มากกว่าสายพันธุ์โอมิครอนสายพันธุ์อื่นๆ

4. ระยะฟักตัวและระยะเวลา Quarantine ยังไม่มีข้อมูล อย่างไรก็ดี การกลายพันธุ์นี้ไม่ควรส่งผลต่อการฟักตัว หรือระยะแพร่เชื้อของสายพันธุ์นี้

ดังนั้น สามารถสรุปได้ว่า สายพันธุ์ย่อย BA.2.2 ยังไม่ถูกประเมินให้เป็นสายพันธุ์น่ากังวล หรือเป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังจากข้อมูลที่มีในปัจจุบัน โดยปัจจุบันยังไม่มีการพิจารณาจากองค์กรควบคุมโรคใด ที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับสายพันธุ์ BA.2.2 เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินความสามารถในการแพร่กระจาย ความรุนแรงของโรค หรือการหลีกหนีวัคซีน

จากการจำแนกเฝ้าระวังสายพันธุ์ในประเทศไทย ตั้งแต่เปิดประเทศในเดือนพ.ย. 64 พบเป็นสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 99.7% โดยในประเทศไทยพบสายพันธุ์ย่อย BA.1 และ BA.2 ทั้งนี้ มีสัดส่วนของ BA.2 เพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ โดยพบการแพร่ระบาดทั้งหมด 67% เนื่องจาก BA.2 มีความสามารถในการแพร่รระบาดได้เร็วกว่า BA.1 มากกว่า 1.4 เท่า

นพ.ศุภกิจ กล่าวว่า กรมวิทย์ฯ ระวังทุกสายพันธุ์ของเชื้อก่อโรคโควิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งวิธีตรวจเฉพาะจุดกลายพันธุ์ และตรวจลำดับเบสทั้งตัว ถ้ามีความจำเป็น เช่นมีปรากฎการณ์ว่าสายพันธุ์ย่อยมีความรุนแรงมากขึ้น ก็จะตรวจหาแยกสายพันธุ์ย่อย ในส่วนกรณีฮ่องกงที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นนั้น อาจมีเตียงรองรับไม่เพียงพอ โดยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเชื้อก็เป็นได้ ดังนั้น ยังไม่ต้องกังวลเรื่อง BA.2.2 โดยกรมวิทย์ฯ จะติดตามเฝ้าระวังเรื่องนี้ และจะนำข้อมูลมาแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป

"อยากให้ประชาชนมั่นใจว่า กรมวิทย์ฯ มีการตรวจหาสายพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน และมีการอัพโหลดบนฐานข้อมูล GISAID อยู่สม่ำเสมอ ดังนั้น หากมีสายพันธุ์ใหม่ หรือมีสิ่งผิดปกติ กรมวิทย์ฯ ก็จะสามารถพบได้อย่างแน่นอน" นพ.ศุภกิจ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69