posttoday
จับตา ศก.โลกปีเถาะภาวะฟื้นตัวบนเส้นขนาน

จับตา ศก.โลกปีเถาะภาวะฟื้นตัวบนเส้นขนาน

04 มกราคม 2554

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้สัมภาษณ์ โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้สัมภาษณ์ โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

จับตา ศก.โลกปีเถาะภาวะฟื้นตัวบนเส้นขนาน

เมื่อวันที่ 3 ม.ค. สำนักข่าวบลูมเบิร์กได้สัมภาษณ์ โอลิวิเยร์ บลองชาร์ด หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งเคยให้คำแนะนำแก่นานาประเทศถึงแนวทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างถาวรมาตั้งแต่เมื่อปี 2552 ล่าสุด บลองชาร์ด ยังให้คำแนะนำแนวทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอยู่ พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในกระบวนการฟื้นตัวในปีนี้ และปีต่อๆ ไป

บลองชาร์ด กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ว่า “การฟื้นตัวมีอยู่สองจังหวะความเร็ว อัตราความเร็วต่ำในประเทศพัฒนาแล้ว อัตราความเร็วสูงในตลาดเกิดใหม่ และลักษณะการณ์เช่นนี้จะยิ่งชัดเจนขึ้น และแนวโน้มนี้จะครอบคลุมตลอดทั้งปีนี้และต่อไป”

คำกล่าวของ บลองชาร์ด ไม่ผิดเพี้ยนจากเดิมที่ผู้เชี่ยวชาญของ IMF และองค์กรด้านเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและในภาคเอกชนเคยชี้ไว้ มิหนำซ้ำยังเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏชัดมาตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้วว่า ตลาดเกิดใหม่คือพลวัตหลักของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ผิดเพี้ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะปรากฏว่าสหรัฐยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้จะรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้วก็ตาม อีกทั้งยังหวุดหวิดที่จะถูกฉุดกลับเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อนเสียด้วยซ้ำ ขณะที่ยุโรปฟื้นตัวได้อย่างทุลักทุเลเช่นกัน อีกทั้งยังจมปลักกับวิกฤตหนี้สาธารณะ

การคาดการณ์ที่คลาดเคลื่อนในส่วนของประเทศพัฒนาแล้ว ไม่นับว่ามีปัญหามากนักในระยะสั้น เพราะปรากฏว่าตลาดเกิดใหม่มีเรี่ยวแรงที่จะฉุดรั้งเศรษฐกิจโลกเกือบทั้งระบบให้เคลื่อนที่ไปได้

แต่มาถึงวันนี้ การฟื้นตัวแบบสองจังหวะ หรือที่ บลองชาร์ด เรียกว่า TwoSpeed นั้น เริ่มที่จะปรากฏปัญหาขึ้นมาบ้างแล้ว

พิจารณาจากอัตราการขยายตัวในปีนี้ อัตราการขยายตัวทั่วโลกปรับลดลงมาอยู่ที่ 4.2% จากตัวเลขคาดการณ์สำหรับปีที่แล้วที่ 4.8%

เฉพาะประเทศพัฒนาแล้วอัตราการขยายตัวถอยลงมาอยู่ที่ 2.2% จากคาดการณ์สำหรับปีที่แล้วที่ 2.7% ส่วนตลาดเกิดใหม่คาดว่าในปีนี้จะอยู่ที่ 6.4% จากปีที่แล้วที่ 7.1%

ความสำคัญของตัวเลขคาดการณ์นี้มิได้อยู่ที่เพียงแนวโน้มการชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้วเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่ระยะห่างระหว่างอัตราการขยายตัวของทั้งสองกลุ่ม ซึ่งห่างกันถึงกว่า 3 เท่า

ระยะห่างนี้เป็นปัญหาอย่างมากต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกตามทัศนะของ IMF เนื่องจากก่อให้เกิดภาวะที่ไม่สมดุลขึ้นในระบบดังที่ บลองชาร์ด กล่าวย้ำไว้ตั้งแต่เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ว่า “หากปราศจากการปรับสมดุลโลก การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจะไม่เกิดขึ้น”

ในครั้งนั้น บลองชาร์ด ได้ชี้แนวทางของการปรับสมดุลไว้ว่า จะต้องปล่อยอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินให้เป็นอิสระ พร้อมรักษาระดับหนี้สาธารณะให้พอประมาณ

เมื่อเดือน ธ.ค. 2553 บลองชาร์ด เคยกล่าวไว้ว่า “การปรับสมดุลเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งที่จะมีทางออกเป็นของตนเอง ทว่าการปรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดังกล่าว”

เมื่อถึงเดือน ม.ค. 2554 บลองชาร์ด ยังย้ำจุดเดิม พร้อมเสริมด้วยว่า ความกังวลต่อความเสี่ยงในระบบธนาคารเป็นกระแสวิตกที่เกินกว่าเหตุ

คำกล่าวเสริมนี้จะหมายความอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากยืนยันว่าระบบการเงินของยุโรปที่กำลังประสบกับวิบากกรรมวิกฤตหนี้ พร้อมกับภาวะสั่นคลอนในระบบธนาคารในบางประเทศ เช่น ไอร์แลนด์และสเปน

แม้จะต่างกรรมต่างวาระ แต่นักเศรษฐ ศาสตร์ใหญ่ของ IMF ยังสะท้อนทัศนะและแนวทางเดิม นั่นคือ แนะนำให้เอเชียปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อสมดุลของโลก

น่าประหลาดที่ IMF ละเลยภาระหน้าที่ของสหรัฐต่อเศรษฐกิจโลก

แม้ในขณะนี้สหรัฐจะอยู่ในภาวะง่อยเปลี้ยเสียขา อีกทั้งอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสำหรับปีนี้ยังคาดว่าจะอ่อนแรงลงมาอยู่ที่ 2.3% จากปีที่แล้วที่ 2.6% ซึ่งสภาพเช่นนี้ทำให้สหรัฐไม่อาจเป็นความหวังใดๆ ให้กับประชาคมโลกได้

แต่สิ่งหนึ่งที่สหรัฐพอทำได้ คือ การใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับแนวทางของนานาประเทศ หรืออย่างน้อยไม่งัดมาตรการที่สร้างผลเสียต่อประเทศอื่นๆ ดังเช่นมาตรการพยุงการฟื้นตัว QE2 ได้ยังผลให้สกุลเงินในเอเชียแข็งค่ากันเป็นทิวแถว

เฉพาะมาตรการ QE2 ก็ไม่นับว่าสอดคล้องกับคำแนะนำของนักเศรษฐศาสตร์ใหญ่ของ IMF ที่ให้ใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่สอดคล้องกันในแต่ละประเทศ เพราะแท้จริงแล้ว QE2 คือการเล่นกลกับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินเหรียญสหรัฐนั่นเอง โดยที่ธนาคารกลางสหรัฐมิต้องลดดอกเบี้ยที่ต่ำเตี้ยติดดินถึงเกือบ 0% ให้เป็นที่โอดครวญของประเทศอื่นๆ อีก

ปรากฏว่าไม่มีเสียงทักท้วงจาก IMF แต่อย่างใด เว้นเพียงเสียงกระตุ้นเร้าให้ผู้บริโภคสหรัฐจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

ความลำเอียงของ IMF จะยิ่งก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำยิ่งขึ้น เพราะตลาดเกิดใหม่จะไม่ใส่ใจกับคำแนะนำอย่างแน่นอน หากอีกฝ่ายให้ท้ายประเทศพัฒนาแล้ว ผลที่ตามมานั้นจะไม่ใช่เพียงช่องว่างของอัตราการขยายตัวที่ถ่างตัวมากขึ้นเท่านั้น แต่จะนำมาซึ่งวงจรอุบาทว์จากการไม่ปรับดุล

วงจรอุบาทว์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อตลาดเกิดใหม่ไม่ปรับค่าเงินให้ตรงกับความเป็นจริง ยังผลให้ประเทศพัฒนาแล้วหาหนทางตอบโต้ด้วยการปิดกั้นภาคส่งออกของอีกฝ่าย บวกกับการที่ประเทศพัฒนาแล้วมีอัตราการบริโภคต่ำอยู่แล้ว ยังผลให้ตลาดเกิดใหม่ที่พึ่งพาภาคส่งออกเป็นหลักต้องประสบกับความเสื่อมถอยลง

ขณะที่ตลาดเกิดใหม่อ่อนแรงลง ประเทศพัฒนาแล้วจะพลอยสิ้นแรงหนุนให้ฟื้นตัวไปด้ว

ผลร้ายของ TwoSpeed นั้นเห็นได้ชัด แต่แนวทางการแก้ไขนั้นชัดเจนเช่นกัน

ขึ้นอยู่กับว่านานาประเทศจะร่วมมือกันอย่างจริงใจเพื่อช่วยกันผลักดันให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างมั่นคงเสียที

แทนที่จะปล่อยให้ความหวังที่จะฟื้นตัวค้างคามานานถึง 2 ปี ดังเช่นที่ผ่านมา

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน