
อุทยานฯแจ้งจับคนวางแร้วดักเสือโคร่งทองผาภูมิ
กรมอุทยานฯ เข้าแจ้งจับมือมืดขุดหลุมวางแร้วดักเสือโคร่งใน อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ คาดเป็นขบวนการล่าเสือ
จากกรณีที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงปัญหาเสือโคร่งถูกล่า และกำชับเร่งเก็บกู้บ่วงแร้วดักเสือ และสัตว์ป่าอื่นๆ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน พร้อมหาตัวผู้กระทำผิด มาเดินคดีถึงที่สุด และข้อสั่งการของ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการล่าสัตว์ป่า และทำลายป่าไม้อย่างเด็ดขาด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.พ.65 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) มอบหมายให้ นายเจริญ ใจชน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สองนคร เครือแสง พนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ที่ลักลอบขุดหลุมวางแร้วดักจับเสือโคร่งหรือสัตว์ป่าชนิดอื่น ที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ในบริเวณป่าห้วยปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี จำนวน 10 หลุม
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งความดำเนินคดี ตามมาตรา19 (2) ประกอบมาตรา 42 ในข้อหากระทำการใดๆ โดยการขุดหลุมวางแร้ว ทำให้เป็นอันตราย หรือให้เสื่อมสภาพซึ่งดิน หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 5 ปีปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ
สำหรับอุปกรณ์บ่วงแร้ว ได้ถูกเก็บกู้ไปหมดแล้วประมาณ 1 เดือน ขณะตรวจสอบหลุมวางแร้วดักสัตว์ป่าดังกล่าว ไม่พบผู้ใดอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ และเนื่องจากบริเวณขุดหลุมแร้วดักสัตว์ป่าจำนวน 10 หลุมดังกล่าว อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่มีกลุ่มผู้ต้องหากับพวก 5 คนไปล่าหรือฆ่าเสือโคร่ง ทั้ง 2 ตัว จึงขอให้พนักงานสอบสวน สภ.ปิล๊อก ทำการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหา และพวกรวม 5 คน มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็น ในการขุดหลุมวางแร้ว ดักจับ เสือโคร่งหรือสัตว์ป่าหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ นายสิขกพงษ์ วังกระจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า เข้าร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา กรณีเสือโคร่งพิการ 3 ขา ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ในวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมี นายสมปอง ทองสีเข้ม ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เป็นประธานฯ ที่ประชุมได้มีการหารือเพื่อกำหนดมาตรการวางแผนปฏิบัติอย่างเร่งด่วน ผลสรุปได้ดังนี้
1.สนธิกำลังเพิ่มชุดลาดตระเวนอย่างเข้มข้นเพื่อค้นหาหลุมวางกับดักหรือบ่วงแร้วบริเวณแนวรอบหมู่บ้านปิล๊อคคี่ รัศมีอย่างน้อย 7-10 กิโลเมตร
2.ติดตั้งกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าเพิ่มเติมจากจำนวน 20 จุด เป็น 2 เท่า เพื่อติดตามจำนวนประชากรเสือโคร่งว่ามีจำนวนกี่ตัว และติดตามพฤติกรรมหรือที่อยู่อาศัยของเสือโคร่งพิการ 3 ขา ตัวดังกล่าว ว่าอยู่บริเวณใดบ้าง การหากินเป็นอย่างไร
3.นำข้อมูลที่ได้จากการติดตั้งกล้องดักถ่ายสัตว์ป่ามาวิเคราะห์และประเมินเพื่อที่จะดำเนินการวางแผนต่อไป
4.การลาดตระเวนเมื่อพบหลักฐานการกระทำความผิดให้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษทันที เช่น ถ้ามีการลาดตระเวนพบหลุมวางกับดักหรือบ่วงแร้ว ให้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดีหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป
5.สนับสนุนหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ (ผู้เชี่ยวชาญด้านเสือโคร่ง) เข้าร่วมสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ และสังเกตพฤติกรรมของเสือโคร่ง สร้างความเข้าใจและให้คำแนะนำ กับชาวบ้านร่วมกับองค์กรพันธมิตรด้านการอนุรักษ์ เช่น องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) มูลนิธิฟรีแลนด์ และองค์กรแพนเทอร่า







