
กำนันช่องสะเดาแนะวิศวกรสร้างรั้วกึ่งถาวรกันช้างป่าต้องลงพื้นที่จริง
กาญจนบุรี-กำนันช่องสะเดา งง แบบเสาเสริมความแข็งแรงป้องกันช้างสลักพระได้90% เสนอกรมอุทยานฯกลับถูกวิศวกรแก้ไขแบบ วอนลงพื้นที่จริงก่อนออกแบบสร้างรั้วกึ่งถาวร
นายวสันต์ สุนจิรัตน์ หรือกำนันตึ๋ง กำนันตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ปมช้างป่าในพื้นที่ตำบลช่องสะเดาและตำบลวังด้ง ที่มีรอยต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เนื่องจากช้างมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และจากการติดตามดูพฤติกรรมของช้างป่าในแต่ละกลุ่ม พบว่าจะมีลูกออกมาทุกปีหรือเกือบจะทุกปี ทำให้เกิดปัญหาช้างล้นป่าออกนอกพื้นที่เข้าสู่ชุมชนช้างป่าจะข้ามถนนและหากินอยู่ที่บริเวณริมถนน อีกทั้งมีการข้ามถนนไปมา ช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาช้างป่าได้ถูกรถยนต์ชนไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกช้างป่าตายและครั้งที่ 2ได้รับบาดเจ็บ
ที่ผ่านมาผู้นำท้องถิ่นได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ออกลาดตระเวนร่วมกันเฝ้าระวังมาโดยตลอดจนตกผลึก จึงต้องมีการเดินทางไปศึกษาดูงานวิธีการป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่มาหลายที่ เพื่อนำมาเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกมารบกวนพี่น้องประชาชนและไม่ให้ช้างป่าเดินข้ามถนนทำให้เกิดอุบัติเหตุถูกรถชนหรือถูกไฟฟ้าช็อต
ที่ผ่านมาเราได้ไปดูแบบที่ห้วยสัตว์ใหญ่แล้วนำมาประยุกต์ให้ช่าง อบต.ช่องสะเดาออกแบบเพิ่มเติมเพื่อให้รั้วป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่มีความแน่นหนาแข็งแรงมากกว่าแบบเดิม เมื่อออกแบบแล้วเสร็จก็ได้นำเสนอไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ให้เสนอไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชรั้วที่ อบต.ช่องสะเดา ออกแบบเชื่อว่าได้มาตรฐานและมีความมั่นคงแข็งแรงมากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อแบบส่งไปถึงกรมอุทยานฯกลับกลายเป็นว่าวิศวกรของกรมอุทยานฯ ไปแก้ไขแบบทำให้เสารั้วและเหล็กกันช้างมีขนาดเล็กลงและความคงทนก็น้อยลง เมื่อมีการก่อสร้างรั้วกึ่งถาวรที่ไม่มีความแข็งแรง ทำให้ป้องกันช้างป่าไม่ได้ นี่คือสาเหตุที่ทำให้ช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้ในปัจจุบัน
ดังนั้น จึงต้องการให้กรมอุทยานฯ เข้ามาเป็นเจ้าภาพแก้ไขปัญหาเรื่องช้างป่าโดยตรง ชาวบ้านมีส่วนร่วมการที่จะออกแบบทำรั้วป้องกันช้างป่าได้ขอให้ผู้ออกแบบได้เดินทางมาดูพื้นที่จริงแล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริงไม่ใช่คิดแต่เพียงแค่ว่าตัวเองนั้นทำได้และมั่นใจว่าแบบที่ออกมามีความแข็งแรงกว่าเพื่อการออกแบบจะได้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และสามารถควบคุมช้างป่าได้
ที่ผ่านมาชาวบ้านทุกครอบครัวได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่มานานกว่า 10 ปีแล้ว ทุกคนมีแต่ความทุกข์ที่หนักมากเพราะเหมือนอยู่แบบไม่มีความหวัง เพราะเมื่อลงทุนทำการเกษตรไปแล้วก็ไม่เหลือให้เก็บผลผลิตเพื่อนำไปขาย เนื่องจากถูกช้างป่ากินและทำลายหมด บางคนมีเหลืออยู่บ้างแต่ก็เพียงแค่เล็กน้อย อย่างไรก็ตามชาวบ้านไม่มีใครคิดที่จะทำร้ายช้าง ถึงแม้ช้างป่าจะลงมาทำลายพืชผลทางการเกษตร จะมีเพียงแค่รู้สึกไม่พอใจ และแก้ปัญหาด้วยการจุดประทัดไล่เท่านั้น







