
ศาลตีตกคำร้อง”ธาริต-เมีย”คำสั่งยึดทรัพย์ไม่ขัดรธน.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกคำร้อง”ธาริต-เมีย”ชี้คำสั่งศาลเพ่งปมยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินไม่ขัดรธน.
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารข่าวเผยแพร่ผลการวินิจฉัยในคดีที่ศาลอุทธรณ์ส่งคำโต้แย้งของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ผู้คัดค้านที่ 1 และนางวรรษมล เพ็งดิษฐ์ ภรรยาผู้คัดค้านที่ 2 ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ปช. 1/2559 และคดีหมายเลขแดงที่ ปช.1/2561 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 81วรรคสองที่ระบุว่า การที่ขอให้ศ่าลมีคำสั่งยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดินภายใน 90 วัน หลังจากรับเรื่องจากป.ป.ช.ในคดีร่ำรวยผิดปกติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27 หรือไม่
โดยผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542มาตรา 81วรรคสอง ที่บัญญัติว่าในคดีที่ร้องขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ให้ผู้ถูกกล่าวหามีภาระการพิสูจน์ที่ต้องแสดงให้ ศาลเห็นว่าทรัพย์สินดังกล่าวมิได้เกิดจากการร่ำรวยผิดปกติ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรามาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27
และ 2ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 28 วรรคหนึ่ง หรือไม่ โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรีส่งคำโต้แย้งของจำเลย (นายวิสิษฐ์ ชัชวาลานนท์) ในคดีอาญาหมายเลขดำที่อ 288 /2564 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 28วรรคหนึ่ง หรือไม่
ผลการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา368วรรคหนึ่งที่บัญญัติว่า ผู้ใดทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบวัน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง และมาตรา 28 วรรคหนึ่ง







