posttoday
มาร์ครับยุบสภาช่วยลดตึงเครียด

มาร์ครับยุบสภาช่วยลดตึงเครียด

31 ธันวาคม 2553

นายกรัฐมนตรี รับยุบสภาช่วยลดตึงเครียด ชี้ ปชป.ร่วมงานเพื่อไทย ยาก เลือกตั้งหน้าแข่งขันรุนแรง

นายกรัฐมนตรี รับยุบสภาช่วยลดตึงเครียด ชี้ ปชป.ร่วมงานเพื่อไทย ยาก เลือกตั้งหน้าแข่งขันรุนแรง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแผนเตรียมการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นผู้อำนวยการ ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ จะดูแลเรื่องยุทธศาสตร์ และนโยบาย ที่จะต้องเตรียมการตั้งแต่ต้นปีเพื่อปูทางสู่การเลือกตั้ง  ซึ่งในส่วนของนโยบายจะมีการสานต่อนโยบายของรัฐบาล และนโยบายใหม่ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองให้เดินหน้าไปข้างหน้า ส่วนจะกลับมาเป็นรัฐบาลผสมกับพรรคร่วมรัฐบาลได้อีกหรือไม่นั้น  ไม่สามารถตอบแทนพรรคการเมืองอื่นได้  โดยเรื่องดังกล่าวจะมีความชัดเจนหลังการยุบสภา และเลือกตั้ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทยคงไม่สามารถทำงานร่วมกันได้  แต่ไม่ทราบว่าพรรคเพื่อไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางทางการเมืองไปจากวันนี้ไปถึงวันเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร

ขณะเดียวกันมองว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีการแข่งขันที่เข้มข้น  แต่พรรคการเมืองส่วนใหญ่คงไม่อยากเห็นความรุนแรงเพราะไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย และเชื่อว่าคนส่วนใหญ่อยากให้กระบวนการประชาธิปไตยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  นอกจากนี้ ส่วนตัวมั่นใจว่า จะสามารถเพิ่มคะแนนเสียงในพื้นที่ภาคอีสานได้ แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะได้ที่นั่งเพิ่ม 

ทั้งนี้ยังเชื่อว่า การยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่จะช่วยลดความตึงเครียดได้ในระดับหนึ่ง แต่เรื่องของความขัดแย้งคงไม่สามารถแก้ได้ แต่ต้องลดพื้นที่ของคนที่ชอบใช้ความรุนแรงลง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ในปี 2554 จะยังมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอยู่ แต่ต้องดูแลให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย  และไม่ทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมสีอื่นเพิ่มขึ้นมาอีกหรือไม่   อย่างไรก็ตามการที่กลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มพันธมิตรฯ จะไม่สามารถจับมือกันได้ก็ไม่เป็นไร แต่ต้องไม่คิดประหัตประหารกันจนนำไปสู่ความรุนแรง

สำหรับ 2 ปีที่ผ่านมาสิ่งที่ประเทศได้จากตนนั้น คือ หลุดพ้นช่วงที่ไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ เศรษฐกิจมีความฟื้นตัว มีหลักประกันให้กับคนจำนวนมาก  ขณะที่ส่วนตัวเห็นว่าสิ่งที่ตนเองได้จากการเป็นนายกรัฐมนตรี คือการได้ทำงานให้กับประชาชน ซึ่งในปี 2553 ได้ทำงานเรื่องการฟื้นฟู  ในปี 2554 จะทำให้ก้าวพ้นวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจให้ได้
 

ส่วนโอกาสการพูดคุยกับแกนนำ นปช. หลังจากที่เคยได้พูดคุยกับนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อช่วงปลายปี 2553 ไปแล้วนั้น ส่วนตัวไม่ขัดข้องหากจะมีการพูดคุยกันอีก แต่ต้องมีเหตุผลและเป้าหมายในการพูดคุย ซึ่งการได้รับทราบความคิดของกันและกันก็เป็นเรื่องที่ดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ควรได้ข้อยุติก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ คณะกรรมาธิการกำลังเร่งดำเนินการ โดยร่างมาตรา 190 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และส่วนตัวอยากให้จบ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ขอให้ได้ข้อยุติ  โดยหลังจากกรรมาธิการทำร่างแก้ไขแล้วเสร็จแต่ละพรรคการเมืองต้องไปพิจารณากำหนดจุดยืนกันเอง โดยในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ หากการแก้ไขกลับสู่ประเด็นที่พรรคเคยคัดค้าน พรรคก็คงยืนยันในจุดยืนเดิม แต่คงต้องรอดูรายละเอียดก่อน ซึ่งเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือว่ารัฐบาลหมดหน้าที่แล้ว จากนี้เป็นเรื่องของสภาที่จะพิจารณา

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นซักฟอกในสมัยการประชุมนี้ รัฐบาลก็จะต้องเตรียมข้อมูลไว้ตอบคำถามของฝ่ายค้าน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงนโยบายด้านความมั่นคงในปี 2554 จะแก้ปัญหาความแตกแยกให้จบได้หรือไม่ ว่า ไม่ใช่คำว่าจบ แต่จะต้องมีความเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง เช่นกรณีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พยายามให้ยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วกลับมาใช้กฎหมายปกติในพื้นที่ที่สงบเรียบร้อย และคาดว่าจะสามารถ กฎหมาย มาตรา 21 มาใช้ได้ในเดือนมีนาคม นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่ต้องทบทวนคือการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ขณะนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่ไม่ได้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าว ขณะที่บางส่วนมีปัญหาเรื่องการพิสูจน์สัญชาติ ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปดู เพราะมีผลกระทบต่อความมั่นคง

 

 

 

 

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน