
แขวงทางหลวงแจงเปิดช่องลงแม่น้ำไว้เพื่อให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์
แขวงทางหลวงนครสวรรค์ นำแบริเออร์ปิดช่องทางลงแม่น้ำหลัง หนุ่มขับรถตกลงไปเสียชีวิต แจงเปิดช่องมานานกว่า 4 ปีแล้วเพื่อให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ คาดอุบัติเหตุเกิดจากไม่ชินเส้นทาง
จากกรณี รถยนต์พุ่งตกลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหัวโค้งช่วงทางลอดใต้สะพานเลี่ยงเมือง จ.นครสวรรค์ เป็นเหตุให้ชายคนขับเสียชีวิต ซึ่งครอบครัวผู้ตายได้ตั้งคำถามถึงแขวงทางหลวงนครสวรรค์ว่า เหตุใดจึงมีการเปิดช่องทางตรงหัวโค้งเอาไว้ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ย.64 นายรุ่งโรจน์ สถิตย์ รอง ผอ.สำนักงานทางหลวงที่ 11 (ลพบุรี) รักษาการแทน ผอ.แขวงทางหลวงนครสวรรค์ที่ 1 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ในสังกัด นำป้ายเตือน และแบริเออร์แบบพลาสติกมาติดตั้งปิดช่องทางไว้เป็นการชั่วคราว บริเวณจุดเกิดอุบัติเหตุ
นายรุ่งโรจน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จุดสะพานกลับรถตรงนี้ เป็นมีช่องทางจราจร 2 ช่องทาง มีการตีเส้นแบ่งช่องทางอย่างชัดเจน และมีไฟฟ้าส่องสว่างครบถ้วนตามแบบก่อสร้าง ส่วนช่องที่เว้นไว้เป็นทางลงแม่น้ำเจ้าพระยา ตามแบบแปลนก่อสร้างมีการเว้นช่องทางเอาไว้ประมาณ 4 เมตรเศษๆ เพื่อเอาไว้สำหรับให้รถบรรทุกน้ำมาจอดเติมน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในการนำไปช่วยบรรเทาสาธารณภัยในช่วงหน้าแล้ง รวมถึงยังเป็นช่องทางไว้สำหรับลงเรือของประมงพื้นบ้าน และเป็นจุดซ่อมแซมบำรุงรักษาไฟฟ้าของการไฟฟ้าด้วย
ช่องดังกล่าวเปิดไว้ตั้งแต่แรกเริ่มในช่วงที่มีการซ่อมปรับปรุงทางเลี่ยงเมืองแล้ว และไม่เคยมีอุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน ถ้าจะถามเรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง เราก็ยืนยันว่าได้ตรวจสอบแล้ว ไฟส่องสว่างก็ติดหมดทุกดวง ไม่น่าจะเป็นเพราะแสงว่างน้อยได้
"สำหรับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ส่วนตัวมองว่า ผู้ขับขี่น่าจะไม่ชินเส้นทางมากกว่า เพราะจากการทดสอบให้ทีมงานทดลองขับรถไปเส้นทางนี้ ก็ไม่ใช่เป็นเส้นทางตรงที่จะไปถึงช่องทางลงแม่น้ำ เนื่องจากมีโค้งอยู่ คิดว่าเกิดจากความไม่คุ้นชินเส้นทาง" นายรุ่งโรจน์กล่าว
ด้าน นายปัญญา แสนสุข รอง ผอ.แขวงทางหลวงนครสวรรค์ที่ 1 (ฝ่ายปฏิบัติการ) กล่าวเสริมว่า ในช่วงที่มีการออกแบบแปลนเส้นทางตรงนี้ แต่เดิมได้ออกแบบไว้ให้มีแบริเออร์ปิดช่องทางเอาไว้ทั้งหมด แต่ก่อนจะดำเนินการสร้างทาง ได้มี อบต.ในพื้นที่มาขอให้เปิดช่องทางเอาไว้ ในการใช้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยานำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่ ซึ่งทางเราก็ได้มีการจัดทำประชาพิจารณ์จากชาวบ้านแล้ว ต่างก็เห็นดีด้วยให้เปิดช่องทางเอาไว้ จึงได้ทำช่องทางเอาไว้ให้ตามที่ต้องการ ซึ่งก็เปิดเอาไว้มานานกว่า 4 ปีแล้ว
ส่วนการแก้ไขปัญหาในตอนนี้นั้น ได้มีการหารือกันแล้ว และเห็นว่า หากมีการปิดช่องทางลงแม่น้ำนี้อย่างถาวร ก็จะไม่มีช่องทางที่เอาไว้สำหรับช่วยเหลือชาวบ้านในยามหน้าแล้ง หรือเกิดอุทกภัย รวมถึงด้านประมงอื่นๆ ดังนั้น จึงจะมีการนำแท่งแบริเออร์แบบพลาสติกนำมาวางปิดกั้นเอาไว้แทนเป็นการชั่วคราว เพื่อให้สะดวกต่อการขนย้าย หากมีความจำเป็นต้องใช้ทางนี้อีก







