
ผอ.รพ.ขอนแก่นจ่อฟ้องลูกน้องร้องปมATK
ขอนแก่น-"ความอดทนมีขีดจำกัด" ผอ.รพ.ขอนแก่น มอบทนายความเตรียมยื่นฟ้องผู้ใต้บังคับบัญชา ร้องสสจ.กล่าวตรวจสอบจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค
กรณีบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ขอนแก่นแต่งชุดดำ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นพ.ภาคี ทรัพย์พิพัฒน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.ขอนแก่น ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการบริหารงานของ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกุลเกียรติ์ ผอ.รพ.ขอนแก่น ในความผิด 4 ประเด็น
ล่าสุด นพ.เกรียงศักดิ์ เปิดเผยว่า อยู่ในระหว่างการพิจารณา 2 ประเด็นหลักคือเรื่องที่ถูกละเมิดความเป็นสิทธิส่วนบุคคลและเรื่องเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาถูกบุคลากรบางกลุ่มบุคคลข่มขู่ ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทนายความส่วนตัวพิจารณาเอาผิดกับคนที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง โรงพยาบาลเสียหาย คนในสังคมอาจจะมองว่า คนเป็นผู้อำนวยการทุจริตได้ ส่วนกรณีที่บุคลากรถูกข่มขู่ กำลังพิจารณาว่า คนที่กระทำนั้น ผิดในความผิดอะไรบ้าง ก็จะมีการตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง เอาผิดทางวินัย ส่วนคนที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและเข้ายื่นหนังสือต่อ นพ.สสจ.ขอนแก่นให้ทนายพิจารณา ว่ามีความผิดอะไรบ้าง เพราะในกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องสิทธิส่วนบุคคลจะไม่แจ้งความ แต่จะให้ทนายยื่นฟ้องต่อศาล ขณะนี้ได้รวบรวมรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว
"ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี ที่ถูกคุกคาม ไม่เคยที่จะติดใจเอาความ แต่เมื่อมานั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลแล้วก็อยากจะให้มีคำว่าครั้งสุดท้าย จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนกลุ่มนี้ไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจ ไม่พยายามที่จะรับรู้ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นการอ้างถึงหนังสือฉบับ ว.115 ในรายละเอียดระบุไว้ชัดเจน แต่เมื่อจะอธิบายจะบอกในรายละเอียดข้อเท็จจริง กลับไม่มีใครรับฟัง เท่ากับว่า ขัดขวาง และยับยั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการสกัดการระบาดของโควิด-19 และถ้าจะให้มองถึงเจตนารมณ์ที่ทั้งหมดกระทำขึ้นมานั้น ไม่ใช่เจตนารมณ์ของการตรวจสอบที่เป็นปกติ เพราะคนเหล่านี้ไม่มีอำนาจตรวจสอบใคร ทั้งยังมีการข่มขู่เจ้าหน้าที่ มีการเข้าตรวจค้นห้องพัสดุ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่ควรกระทำ ในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น จำเป็นต้องจัดการกับบุคคลที่ขัดขวาง และยับยั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการสกัดการระบาดของโควิด-19 เพราะไม่เช่นนั้นมันจะไม่มีครั้งสุดท้าย"ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าว
ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ ขอนแก่นในช่วง ต.ค.64 ยอมรับว่ามีการระบาดหนักเป็น 1ใน 3 ของจังหวัดที่มีการระบาดหนักสุดในประเทศ ขณะที่ที่ประชุมของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ต้องการให้มีการตรวจและคัดกรองอย่างเต็มที่และรวดเร็ว แต่ต้องรอการสนับสนุนจากท้องถิ่น ซึ่งหมายถึงโรงพยาบาลต้องรอให้หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ ทำการจัดซื้อตามระเบียบขั้นตอนแล้วจึงนำมาบริจาคให้โรงพยาบาล แต่ในทางปฏิบัติที่จะตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิดที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ไม่สามารถจะรอการสนับสนุนจากหน่วยงานใดๆได้ จึงตัดสินใจจัดซื้อมาใช้ในถานการณ์จำเป็นเร่งด่วน แต่ถ้าจะซื้อมาในระบบการจัดซื้อตามปกตินั้น จะไม่ทัน เพราะการระบาดของเชื้อโรคมีมากขึ้น และหากไม่สามารถควบคุมหรือยับยั้งได้ อาจจะเกิดผลกระทบต่อภาพรวมทางเศรฐกิจของประเทศได้ จึงได้ดำเนินการจัดซื้อตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐพ.ศ.2560 ด้วยการซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจง
"ในส่วนของการตรวจ RTPCR ที่ต้องมีการวัดผลผ่านห้องปฏิบัติการที่เป็นการตรวจที่มีความถูกต้องแม่นยำนั้น ได้เลือกจุดที่ทำห้องตรวจ แล้วและอยุ่ระหว่างการดำเนินการ เนื่องจากที่ผ่านมา โรงพยาบาลมีพื้นที่ไม่เพียงพอตรวจได้จำนวนน้อย จังหวัดขอนแก่น โดยโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ต้องการตรวจหาเชื้อที่รวดเร็ว เข้าสู่การรักษาที่ถูกต้องตามขั้นตอน เชื้อไม่แพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ขณะนี้การก่อสร้างในจุดที่เลือกไว้นั้นใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใดๆ จะเสียค่าใช้จ่ายเพียงในเรื่องของการซื้อน้ำยามาตรวจเท่านั้น ซึ่งการซื้อน้ำยาก็เป็นการซื้อที่คุ้มค่าต่อการตรวจหาเชื้อให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว"







