
ดังขุนเขา
...สันทัด กรณี
ชีวิตคนเราก็เท่านี้...แวดวงนักอ่านต้องสูญเสียนักเขียนฝีมือดีมากประสบการณ์ไปอีก 1 ท่านในตอนเช้ามืดวันจันทร์ที่ 20 ธ.ค.
รศ.ประทุมพร วัชรเสถียร เป็นปูชนียบุคคลในวงการศึกษา อดีตอาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 67 ปี
ครอบครัวได้จัดพิธีไว้อาลัยและรำลึกถึง ณ คริสตจักรที่ 5 สืบสัมพันธวงศ์ ถนนศรีเวียง เขตบางรัก กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 2123 ธ.ค. 2553 เวลา 19.00 น.ส่วนศพได้มอบให้คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามที่อาจารย์ประทุมพรได้เขียนพินัยกรรมไว้แล้ว
ครับ...ผมเป็นคนหนึ่งที่ติดตามอ่านงานเขียนของอาจารย์ประทุมพรมานาน รวมถึงติดตามการวิเคราะห์เจาะลึกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทิศทางกระแสโลกของท่านมาโดยตลอด ในเพื่อนเดินทางบ้าง ในสกุลไทยบ้าง
ด้วยภูมิความรู้ที่แข็งปั๋งของท่าน ปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต จุฬาฯ ปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สหรัฐ และรับราชการเป็นอาจารย์ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ตั้งแต่ปี 2510 โดยสาขาที่เชี่ยวชาญ คือ การเมืองและนโยบายต่างประเทศของยุโรป
ทำให้กบน้อยในกะลาอย่างผมพลอยรู้โลกกว้างโดยที่ยังไม่ต้องก้าวออกจากกะลา...จริงๆ นะครับ
ครับ...ผมอ่านบันทึกสุดท้ายของอาจารย์ประทุมพรที่เขียนไว้ในหนังสืองานศพของตัวท่านเอง ทำให้เห็นภาพท่านชัดเจนยิ่งขึ้น
ท่านบอกว่า สิ่งที่อยากเป็นที่สุดในชีวิต คือ คนเขียนหนังสือ ซึ่งท่านได้ทำ ทำแล้ว และประสบความสำเร็จอย่างสูง
อาจารย์ประทุมพรเป็นเจ้าของนามปากกา
“ดวงใจ” เขียนนวนิยายเชิงสารคดีเรื่อง “จากดวงใจ” ลงตีพิมพ์ในนิตยสารสตรีสาร ในปี 2515 ช่วงที่วรรณกรรมยุคแสวงหากำลังฟูเฟื่อง และได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางในเวลาอันรวดเร็วจากนั้นงานเขียนของอาจารย์หลั่งไหลออกมาไม่ขาดระยะ
“เมื่อแม่มีหนูพุก” “บ่วงกรรม” และ “รัฐมนตรีหญิง” ซึ่งได้รับรางวัลจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ ในปี 2517 และ 2519 “ดาวยังไม่อับแสง” “เทียนส่องแสง” “บ้านรมณีย์” และ www.คุณย่า.comครับ...กลับมาที่บันทึกสุดท้ายของอาจารย์ประทุมพร อย่างที่เรียนท่านผู้อ่านว่า จากหนังสืองานศพที่ท่านเตรียมของท่านไว้นี้ ทำให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบ การเป็นนักเตรียมการที่พร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
ท่านเขียนถึงทรัพย์สินมรดก ซึ่งท่านจัดแบ่งให้แต่ละคนไว้อย่างคมคาย ประมาณว่าหากทรัพย์สินที่จัดสรรแบ่งปันกันไปนั้นสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใดเพราะมันน้อยเกินไป ท่านต้องขอโทษด้วย
เพราะ...ทรัพย์สินเงินทองที่มีอยู่นั้นได้มาจากเงินเดือนที่รับราชการมาตลอดชีวิต จะมีเงินพิเศษอยู่บ้างก็เป็นเงินที่ได้จากการเขียนหนังสือ
เพียงประการนี้ประการเดียว ก็ทำให้ผมเกิดความรู้สึกอิจฉาลูกศิษย์ลูกหาอาจารย์ประทุมพร...เหลือเกิน
การตายที่หนักแน่นดังขุนเขา...เป็นเช่นนี้เอง...







