
ก.ตร. ยืนมติเดิม ให้ 3 นายพล.ตร.กลับรับราชการ
ก.ตร.อุ้ม 3 บิ๊กตร. คงมติเดิม ชี้ ไม่ผิดเหตุสั่งสลายการชุมนุม 7 ตุลา โยน “มาร์ค” นำเข้าครม. อีกครั้ง ก่อนส่งศาล.รธน.ตีความข้อขัดแย้งกม.
ก.ตร.อุ้ม 3 บิ๊กตร. คงมติเดิม ชี้ ไม่ผิดเหตุสั่งสลายการชุมนุม 7 ตุลา โยน “มาร์ค” นำเข้าครม. อีกครั้ง ก่อนส่งศาล.รธน.ตีความข้อขัดแย้งกม.
เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) เดินทางมาเป็นประธาน ก.ตร.โดยมีรองผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม โดยมีผู้ที่แจ้งติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้จำนวน 5 คน ประกอบด้วย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผบ.ตร. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัตร รองผบ.ตร. พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงษ์ รองผบ.ตร. พล.ต.อ.อำนวย ดิษฐกวี ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ นายสมศักดิ์ บุญทอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 3 ชั่วโมง
พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกตร. กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้มีเรื่องพิจารณาสำคัญๆ 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ใช้เวลาในการพิจารณายาวนาน กรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีหนังสือถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานก.ตร. ให้ทบทวนมติก.ตร.ครั้งที่ผ่านมาที่ให้คำอุทรณ์ของพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีตผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ อดีตผบก.จว.อุดรธานีฟังขึ้นขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีการเสนอข้อเท็จจริงนำข้อกฎหมายต่างๆพิจารณารวมทั้ง ข้อคิดเห็นต่างๆ ใช้เวลาในการพิจารณานานเกือบ 3 ชั่วโมง หลังเสร็จสิ้นการพิจารณาประธานก็ขอความเห็นในที่ประชุม ว่าก.ตร.มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้
พล.ต.ท.พงศพัศ กล่าวต่อว่า ผลการขอความคิดเห็นในที่ประชุมก.ตร.เสียงส่วนใหญ่ เป็นเสียงเดิมจากครั้งที่แล้ว มีความเห็นเหมือนเดิมตามมติก.ตร.ครั้งที่ผ่านมาว่าการอุทรณ์ของนายตำรวจทั้ง 3 นายฟังขึ้น แต่เนื่องจากการพิจารณาเรื่องนี้หมิ่นเหม่เรื่องของข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มติก.ตร.จึงเห็นควรให้ประมวลข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริงทั้งหมดที่พิจารณาให้นายกรัฐมนตรีรับทราบและเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีและส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเนื่องจากเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารที่มีข้อคิดเห็นเรื่องนี้หลายประการ การให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความจะทำให้ชัดเจนขึ้น ขั้นตอนเลขาก.ตร.จะมีหนังสือรับรองมติที่ประชุมเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์
“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการแทรกแซงของนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด เพราะนายกฯเป็นผู้บริหารประเทศสูงสุดอยู่แล้ว และไม่ได้เป็นเรื่องของความขัดแย้งแต่มติก.ตร.เป็นอย่างก็ต้องเป็นเช่นนั้น และมติก.ตร.ก็ไม่ใช่ที่สุดต้องหารือกันอีก เมื่อก.ตร.มีมติไปก็ต้องไปผ่านขั้นตอนของที่ประชุมครม.และศาลรัฐธรรมนูญอีก และหากส่งเรื่องให้นายกฯรัฐมนตรีพิจาณาและสุดท้ายนายกฯส่งกลับมาให้พิจารณาอีกครั้งก.ตร.ก็ต้องทำ”







