
ประเด็นร้อน 22ธ.ค.
จับตาสถานการณ์ความมั่นคงภายหลังจากการประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินชึ่งจะมีผลวันนี้เป็นวันแรก ขณะเดียวกันวันนี้กลุ่มแกนนำ 24 มิถุนาประชาธิปไตยจะไปยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
จับตาสถานการณ์ความมั่นคงภายหลังจากการประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินชึ่งจะมีผลวันนี้เป็นวันแรก ขณะเดียวกันวันนี้กลุ่มแกนนำ 24 มิถุนาประชาธิปไตยจะไปยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
1.ต้องจับตาสถานการณ์ความมั่นคงภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งจะมีผลวันนี้เป็นวันแรก และจะใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรเข้ามาดูแลแทน โดยให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. จัดทำแผนและตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ หรือ ศตส. ดูแลความสงบเรียบร้อย
2.อีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้ว่าเหตุจะเกิดนอกราชอาณาจักรไทย แต่ก็เป็นประเด็นที่สร้างความสลดใจให้กับคนไทยทั้งประเทศได้เช่นกัน จากเหตุการณ์รถทัวร์พลิกคว่ำในประเทศมาเลเซียเป็นผลให้คนไทยที่โดยสารอยู่ในรถที่เกิดเหตุเสียชีวิตจำนวน 25 คน ซึ่งวันนี้กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ประสานไปยังกองทัพอากาศเพื่อจัดส่งเครื่องบิน C130 รับศพผู้เสียชีวิตเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาตามภูมิลำเนา ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เตรียมจะเดินทางไปตรวจสอบผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลรายาประไหมสุหรี เมืองอิโป รัฐเประ ประเทศมาเลเซีย ในวันเดียวกัน
3.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย จะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเวลา 10.00 น. เพื่อขอข้อมูลกรณีที่รัฐบาลเตรียมจะแถลงผลงานรัฐบาลในรอบ 2 ปี หลังจากอ้างว่ารัฐบาลแต่งเลขประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือปัญหาหนี้นอกระบบ 5 แสนราย ซึ่งสวนทางกับผลงานวิจัยปัญหาหนี้สินภาคประชาชนและมาตรการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการช่วยเหลือ 4 หมื่นรายเท่านั้น นอกจากนี้คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล (คตร.) ของพรรคเพื่อไทยเตรียมประชุมตรวจสอบผลงานรัฐบาลในรอบ 2 ปีด้วย
4.นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ไปยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง เพราะเห็นว่าการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองยังไม่มีความเห็นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ น่าจะเป็นช่องทางให้นายทะเบียนพรรคการเมืองลงความเห็นให้ยุบพรรคและส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคได้อีกครั้ง
5.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดเสวนาเศรษฐกิจประจำปี 2553 ในหัวข้อเรื่อง “เศรษฐกิจไทยปี 2554 มุมมองภาคเอกชน” โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ร่วมปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การปรับตัวของนักธุรกิจไทยปี 2554 ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก”
6.งานแถลงข่าวร่วม 3 องค์กร ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันอาหาร เพื่อรายงานสถานการณ์อุตสาหกรรมอาหารไตรมาส 3/2553 ทั้งคาดการณ์ไตรมาส 4/2553 และสถานการณ์ธุรกิจเกษตรและอาหารในปัจจุบัน และแนวโน้มในปี 2554 โดยในปีหน้าคาดว่าภาคส่งออกอุตสาหกรรมอาหารน่าจะทรงตัวอยู่ที่ 7.8 แสนล้านบาทเท่ากับปีนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวและค่าเงินผันผวน
7.สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะแถลงสรุปผลการท่องเที่ยวปีนี้ และภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปีหน้า ที่เชื่อว่าในปีนี้ภาพรวมการท่องเที่ยวจะเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่สถานการณ์ในปีหน้ายังต้องรอลุ้นความมั่นคงทางการเมือง
8.นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เรียกประชุมผู้ประกอบการสินค้ากว่า 200 ราย เพื่อชี้แจงนโยบายการดูแลราคาสินค้า รับทราบปัญหาของผู้ประกอบการ เพื่อนำมากำหนดมาตรการขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2553 ไปจนถึงวันที่ 31มี.ค. 2554
9.นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นประธานในพิธีเปิดการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลาง ที่กรมศุลกากรยึดมาได้จากผู้ลักลอบนำเข้าโดยไม่เสียภาษี จำนวน 237 คัน บริเวณลานจอดรถยนต์หน้าส่วนของกลาง กรมศุลกากรคลองเตย โดยเงินที่ได้จะนำส่งเข้ากระทรวงการคลัง
10.ธนาคารกรุงเทพ จัดสัมมนาประจำปี อภิปรายเรื่อง 3 ประเด็น คือ 1.ธุรกิจไทยและธนาคารกรุงเทพในต่างแดน : จีน อินโดนีเซีย เวียดนาม 2.เศรษฐกิจไทยในปี 2554 และ 3.ธุรกิจไทยในต่างแดน โดยมีนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ดำเนินการอภิปราย และนายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวต้อนรับลูกค้า ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ซึ่งเป็นการจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้และข้อมูลแก่ลูกค้าในการออกไปลงทุนในต่างประเทศตามนโยบายของรัฐบาล
11.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงผลการดำเนินงานปี 2553 ว่าได้ดำเนินการตรวจสอบ แก้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนไปอย่างไรบ้าง







