posttoday
จี้รัฐบาลจัดหาวัคซีนโควิดชนิด mRNA มาแทนซิโนแวค

จี้รัฐบาลจัดหาวัคซีนโควิดชนิด mRNA มาแทนซิโนแวค

30 มิถุนายน 2564

สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย แนะรัฐบาลเร่งจัดหาวัคซีนชนิด mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ มาทดแทนวัคซีนชนิดเชื้อตายของ ซิโนแวค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรับมือโควิดกลายพันธุ์

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 64 สมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย โดย ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม นายกสมาคมฯ ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เสนอแนะให้พิจารณาทบทวนแผนการจัดหาวัคซีน โดยเลือกใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ได้ดี พร้อมทั้งดำเนินการจัดหาในปริมาณที่เพียงพอและรวดเร็ว

1.รัฐบาลควรเร่งรัดและสร้างหลักประกันในการที่จะมีวัคซีนที่ได้วางแผนจัดซื้อไว้แล้วให้มีใช้ในปริมาณที่เพียงพอ และถ้าเป็นไปได้ให้มีวัคซีนเข้ามาเร็วกว่าเดิม เพื่อเร่งระดมให้กับประชาชนให้ครอบคลุมได้ตามเป้าหมายโดยเร็วต่อไป การเร่งให้ประชาชนได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนโดยเร็วที่สุดดังกล่าวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่จะช่วยชะลอการระบาดของเชื้อทุกสายพันธุ์ได้ระดับหนึ่งจนกว่าจะมีวัคซีนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะกับเชื้อสายพันธุ์ใหม่

2.เร่งรัดจัดหาวัคซีนชนิดอื่น เช่น วัคซีนชนิด mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ มาทดแทนวัคซีนชนิดเชื้อตายของบริษัท Sinovac ซึ่งในแผนการจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมให้ครบ 150 ล้านโดสนั้นมีสัดส่วนของวัคซีนของบริษัท Sinovac ค่อนข้างมาก ทั้งที่มีแนวโน้มว่าวัคซีนนี้น่าจะป้องกันโควิด-19 ได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้หากได้วัคซีนชนิด mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะเพิ่มขึ้น โดยจัดหาวัคซีนชนิด mRNA มาในสัดส่วนที่มากที่สุดน่าจะเป็นผลดีต่อการควบคุมป้องกันโรคมากกว่า ทั้งนี้หากสามารถจัดหามาได้ในปริมาณมากตั้งแต่ก่อนสิ้นปีนี้ยิ่งจะเป็นการดี

3.รัฐบาลควรมีแผนการจัดหาวัคซีนรุ่นต่อไปที่ผู้ผลิตออกแบบให้สามารถป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ ได้ รวมทั้งเตรียมการจัดซื้อล่วงหน้า โดยแก้ใขหรือยกเลิกระเบียบขั้นตอนที่ยุ่งยากทางราชการที่ทำให้การจัดซื้อเป็นไปด้วยความล่าช้า มีแนวนโยบายและการสั่งการที่ชัดเจนในประเด็นของความเร่งด่วนของสถานการณ์ อย่างไรก็ตามยังคงต้องคำนึงถึงความโปร่งใส สมารถตรวจสอบย้อนหลังได้ด้วย

4.รัฐบาลควรส่งเสริมนักวิจัยและอุดสาหกรรมยาในประเทศให้สามารถทำวิจัยได้สำเร็จ และมีศักยภาพที่จะผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพสูงได้เองภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพิงต่างชาติ ทั้งยังอาจเป็นหนทางสร้างงานและสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย

สมาคมฯ ระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกคาดหมายว่าไวรัสสายพันธุ์อินเดียจะกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีการระบาดกว้างขวางที่สุด และเป็นสายพันธุ์เด่นทั่วโลก ดังที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดียและประเทศอังกฤษ ซึ่งวัคซีนทุกชนิดที่ใช้อยู่ในโลกขณะนี้กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์อินเดียได้น้อยลงเมื่อเทียบกับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อสายพันธุ์ดั้งเดิม

ข้อมูลเท่าที่มีพบว่าสำหรับวัคซีนชนิด mRNA แม้จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ลดลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง และวัคชีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ เช่น วัคชีนของบริษัท AstraZeneca กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้น้อยลง ส่วนวัคซีนชนิดเชื้อตาย คือ Coronavac (Sinovac) นั้นไม่มีข้อมูล เนื่องจากวัคซีนนี้ไม่เคยมีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยที่ทำอย่างเป็นระบบและตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นหางการ แต่เนื่องจากระดับภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ตั้งเดิมและสายพันธุ์อังกฤษที่ได้จากวัคซีนชนิดนี้ต่ำกว่าที่ได้จากวัคซีนชนิด mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะ จึงคาดหมายได้ว่าระดับภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์อินเดียน่าจะลดลงต่ำไปกว่านั้นอีก จนอาจจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนนี้ในภาพรวม

ข้อมูลประสิทธิผลของวัคซีน Sinovac ในประเทศไทยพบว่าระตับภูมิคุ้มกันหลังการได้รับวัคซีน 2 เข็มมีระดับเพียงพอ ลดอัตราการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้ เป็นข้อมูลที่เก็บในช่วงของการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์อังกฤษ จึงยังไม่อาจนำข้อมูลประสิทธิภาพของวัคซีนมาใช้ในการพิจารณาจัดซื้อวัคซีนในรุ่นถัดไป

ทั้งนี้ ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการใช้วัคซีนเพื่อควบคุมการระบาดล้วนแต่ใช้วัคซีนชนิด mRNA และวัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะทั้งสิ้น ส่วนประเทศที่ใช้วัคซีนชนิดเชื้อตายเป็นหลัก เช่น อินโดนีเซียและชิลียังพบผู้ป่วยใหม่ในอัตราที่สูงมาก แม้จะลดอัตราตายได้ แต่ก็เป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของประเทศเหล่านั้นเป็นอย่างมาก

นอกจากนั้นในขณะนี้เริ่มปรากฎเป็นข่าวในสื่อมวลชนแล้วว่า มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย ในประเทศชิลีมีการใช้วัคซีนชนิด mRNA เพิ่มขึ้นอย่างมาก และพบว่าวัคซีนชนิด mRNA มีประสิทธิผลสูงกว่าวัคซีนของบริษัท Sinovac ในทุกด้าน ทั้งการป้องกันการป่วย (90.9% เทียบกับ 63.69%) ป่วยป่านกลาง (97.1% เทียบกับ 87.3%) ป่วยหนักเข้า ICU (98.4% เทียบกับ 90%) และเสียชีวิต (91.8% เทียบกับ 86.4%) การเลือกชนิดของวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงในการควบคุมป้องกันโรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อนโยบายการเปิดประเทศภายใน 120 วัน ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไปแล้ว

จี้รัฐบาลจัดหาวัคซีนโควิดชนิด mRNA มาแทนซิโนแวค

จี้รัฐบาลจัดหาวัคซีนโควิดชนิด mRNA มาแทนซิโนแวค

ข่าวล่าสุด

ชง ครม. ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน 93 ประเทศ ปรับเหลือ 30 วัน ตามเดิม

ชง ครม. ยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน 93 ประเทศ ปรับเหลือ 30 วัน ตามเดิม