
หนุ่มพิการพลิกผื่นนา6ไร่ตามรอยในหลวงปลดหนี้
พิจิตรหนุ่มขาพิการสู้ชีวิตยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงพลิกผืนนา 6 ไร่เป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ตามรอยพ่อปลดหนี้
พิจิตรหนุ่มขาพิการสู้ชีวิตยึดแนวเศรษฐกิจพอเพียงพลิกผืนนา 6 ไร่เป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ตามรอยพ่อปลดหนี้
โดย..นพพร หมวกมณี
ชาวนาพิจิตรขาพิการสู้ชีวิตปลดหนี้สร้างฐานะพลิกผืนนา 6 ไร่ ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงปลูกพืชผักกว่า 100 ชนิด และเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ มีกินเหลือขาย มีน้ำใจแจกเพื่อนบ้าน เพราะยึดแนวคำสอนในหลวงที่เกษตรกรชาวไทยทั่วประเทศควรเดินรอยตามครอบครัว'จำปาเทศ'
นายหิ้ม จำปาเทศ หนุ่มใหญ่วัย 45 ปีซึ่งพิการตั้งแต่กำเนิด เกษตกรชาวบ้านต.ดงป่าคำ อ.เมือง จ.พิจิตร บอกว่า ทุกวันนี้ผู้มีความสุขกับการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอพียงของในหลวงแล้วไม่เป็นหนี้เป็นสินเหมือนชาวนาคนอื่น เพราะพลิกผื่นนา 6 ไร่ จากที่ปลูกข้าวอย่างเดียวผลผลิตที่ได้ก็น้อยและเจอโรคแมลงศรัตรูพืชคุกคาม แถมได้ผลผลิตก็ถูกกดราคา จึงเป็นหนี้เป็นสินล้นพ้นตัวแทบคิดฆ่าตัวตาย
แต่ยังโชคดีมีลูกและภรรยาคอยให้กำลังใจ จากนั้นได้ดูสารคดีพระราชกรณียกิจของในหลวงเรื่องการทำเกษตรทฤษฎีใหม่แบบผสมผสาน จึงได้คิดและตั้งสติได้ จึงหันมาปรับเปลี่ยนพื้นที่นา 6 ไร่ มาเป็นการทำเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง
โดยแบ่งพื้นที่นาที่มีอยู่ 6 ไร่ ส่วนแรก 1 ไร่ ทำนาปลูกข้าวเก็บไว้กิน ขุดบ่อเลี้ยงปลา 5 บ่อในพื้นที่ 3 ไร่ โดยเลี้ยงปลาดุก และปลาทับทิม และเลี้ยงไก่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือและขอบสระก็ปลูกพืชผักนาๆชนิดตามฤดูกาลจำนวนกว่า 100 ชนิด เช่น ปลูก มะนาว มะเขือ มะละกอ มะพร้าว ส้มโอ ฟัก แฟงแตงกวา โหระพา กระเพรา ชมพู่ กล้วย สะเดา ชะอม พริก ฯลฯ
"ล้วนแล้วผักทั้งหมดสามารถเก็บกินได้ทั้งปีและยังมีเหลือเผื่อแผ่แจกเพื่อนบ้าน จากนั้นมีเหลือจึงนำออกขายเลี้ยงชีพจนสามารถปลดหนี้สิน และยังมีเงินเหลือพอส่งลูกเรียนหนังสือได้เป็นอย่างดี เมื่อไม่มีหนี้สินชีวิตก็มีความสุข"นายหิ้ม กล่าว
หากเกษตรกรชาวไทยยึดแนวคำสอนของในหลวง ที่พระองค์ตรัสไว้ว่า ไม่มีความยากจนในหมู่คนขยันและยึดมั่นในการทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จะไม่มีจนและติดหนี้ติดสินนายทุน







