
ควรแก่เหตุ
....สันทัด กรณี
สังคมไทยเรา สนุก ชมชอบกับการแสวงหาความสมบูรณ์แบบจากคนอื่นเสมอ และมักพยายามมองข้ามสาเหตุของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ช่วง เม.ย.พ.ค.ที่ผ่านมาสิ่งที่มีการพยายามหยิบยกขึ้นมากระหน่ำกันก็คือ การตายของผู้คนทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ 89 ชีวิต
เราตัดตอนหยิบขึ้นมาคุย คุ้ยว่า คนเหล่านั้นตายเพราะใคร เจ้าหน้าที่ฆ่า หรือใครฆ่า ซึ่งสมควรอยู่ที่จะต้องค้นหาให้ได้ว่า เขาเหล่านั้นเสียชีวิตโดยใคร อย่างไร
เรากลับไม่พูดถึงสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจำเป็นต้องเข้าไปปฏิบัติการ สลายการชุมนุม หรือที่ทางการเรียกอย่างไพเราะว่า กระชับพื้นที่นั้น
ครับ...หากคนเหล่านั้น ไม่ยอมให้แกนนำคนเสื้อแดงชักจูง ล้างสมองจนหลงเชื่อว่า การยึดครองพื้นที่ปิดย่านธุรกิจกลางกรุง รวมกระทั่งการขัดขวางการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ และเผาเมือง คือชัยชนะของประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย ก็น่าจะตั้งคำถามด้วยว่า เหตุการณ์นั้นจะมีใครเสียชีวิตหรือไม่?
ครับ...ก็สอบกันไปว่ากันไปตามสะดวก แต่ควรที่ทุกฝ่ายจะต้องพูดถึงปัญหา สาเหตุ ให้ครบถ้วน ไม่ใช่หยิบยกมาพูดในส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อตนเท่านั้น
เฮ้อ! วันนี้ บังเอิญมีข่าวโครมครามขึ้นมา ว่าด้วยการวิสามัญฆาตกรรม นายโจ๊ก ไผ่เขียว และการจับกุมนายจิ๊บ ไผ่เขียว
ไม่ย้อนความให้เยิ่นเย้อว่า สองพี่น้องนรกคู่นี้ ก่อเหตุสุดท้ายด้วยเรื่องอะไร จนนำไปสู่การไล่ล่า
เรื่องที่จะคุยมีอยู่ว่า เกิดมีการตั้งคำถามขึ้นกับสังคม
ว่า...การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม นายโจ๊ก ไผ่เขียว เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยมีผู้โพสต์คลิปเข้าไปในยูทูบ นัยว่ามีเสียงสั่งให้ยิงซ้ำนายโจ๊กที่โดนกระสุนจากการยิงตอบโต้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
คลิปที่ว่า มีการตัดต่อ เพิ่มเติมใส่เสียงอะไรหรือไม่อย่างไร เป็นอีกประเด็นที่ผมขอไม่กล่าวถึงนะครับ อยากชวนคุยในประเด็นอื่นมากกว่า
นักสิทธิมนุษยชนบางท่าน ออกมาแนะนำให้ญาติของนายโจ๊ก ตั้งทนายเพื่อดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในโทษฐานกระทำเกินกว่าเหตุ!
อื้อฮึ...เกินกว่าเหตุ?
ครับ ดังที่ผมชวนคุยในตอนแรก คนไทยเราจำนวนหนึ่งมักหยิบยกเหตุการณ์ในเหตุการณ์มาพูดในลักษณะตัดตอน เพื่อให้ดูเท่ ดูเป็นมนุษย์แสนประเสริฐ เป็นมนุษย์ที่มากด้วยศีลธรรม
แต่เลือกที่จะไม่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ดูเหตุปัจจัยที่นำไปสู่สิ่งที่ไม่พึงปรารถนา
ครับ...ถ้าให้พูดแบบปากคาบคัมภีร์ ผมก็พอได้อยู่เหมือนกัน จริงนะครับ แบบว่า มนุษย์ไม่มีสิทธิตัดสินว่ามนุษย์คนอื่นควรมีชีวิตอยู่ หรือควรตาย มันผิดทั้งศีลและธรรม เพราะกรรมจะเป็นสิ่งกำหนด ลงโทษคนชั่วคนนั้นๆ เอง ไม่ในชาตินี้ก็ชาติหน้า...ว่าเข้านั่น (ไม่ฮา)
เฮ้อ! สำหรับกรณีนายโจ๊ก ไผ่เขียว ถ้าตำรวจยิงซ้ำขณะที่บาดเจ็บจริง ผมจะบอกตัวเองว่า ผมไม่เห็นผมไม่รู้ ผมไม่เคยได้ยิน...
เพราะเหตุที่นำนายโจ๊กไปสู่การถูกวิสามัญฆาตกรรมนั้น ไม่ควรหรอกครับที่จะรอให้กรรมกระดืบๆ มาจัดการในชาติหน้า หรือชาติโน้น
พฤติกรรมค้ายาเสพติด ฆ่าคนทั้งเป็น ทำให้คนติดยาเสพติด ซึ่งตามมาด้วยอาชญากรรมนานาชนิด
พฤติกรรมไล่ยิงคนที่ตัวเองไม่เคยรู้จัก อยากยิงก็ยิง อยากฆ่าใครก็ฆ่าทั้งกลางวันกลางคืนบนท้องถนน
สิ่งเกิดกับนายโจ๊ก ผมไม่เห็นว่ามีอะไรที่เกินกว่าเหตุ!







